NEWS4THAI
ข่าวประชาชน


สารบัญเว็บไซด์




E-mail

bomagrood@yahoo.com



ปรับข้อมูล

วันที่ 4 กรกฏาคม 2553




ประกาศเอาชนะยาเสพติด
เทิดไท้พ่อหลวง๘๐ พรรษา



ปฏิรูปประเทศไทย
๓ แนวทาง ๙ องค์ประกอบ



อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการมูลนิธิหัวใจอาสา ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “องค์กรชุมชน จะร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไร” ชี้ ๓ แนวทาง ๙ องค์ประกอบ ทิศทางของขบวนองค์กรชุมชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เนื่องในงาน “ผนึกพลังองค์กรชุมชนเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” การประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล สมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑ จัดโดยคณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชั้น ๑ พอช. ซึ่งเป็นการประชุมติดตามผลการดำเนินงานความคืบหน้า ภาพรวมการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้ง และพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชนตำบล รวมทั้งเพื่อสรุปข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ที่เน้นการจัดการตนเองของขบวนองค์กรชุมชนจากฐานรากเป็นสำคัญ โดยมีใจความ/ เนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

“เมื่อสะสมไว้นาน ไม่พัฒนาก็จะเกิดวิกฤติ เกิดโรคร้ายแรงขึ้นได้ ประเทศไทยเช่นเดียวกันสะสมความอ่อนด้อย ความอ่อนแอ ความไม่สมบูรณ์ ความไม่สมดุล ความไม่ถูกต้องไม่ดีงามสารพัดอย่าง ส่วนที่ดีส่วนที่เข้มแข็งส่วนที่น่าชื่นชมก็มี ประเทศไทยเป็นเมืองยิ้มมีน้ำใจ เป็นประเทศน่าอยู่มีภูมิประเทศมีวัฒนธรรม มีเรื่องตื่นตาตื่นใจ ประทับใจชาวต่างประเทศที่มาเยี่ยมเยือนก็มี ส่วนที่ดีเรามีอยู่แต่ส่วนไม่ดีก็สะสมเรื่อยมา จนทุกวันนี้ประเทศเราเปลี่ยนจากสยามเมืองยิ้มเป็นสยามเมืองแสยะ แสยะเข้าหากัน จากคำพูดที่อ่อนหวานนุ่มนวลเป็นคำก้าวร้าวรุนแรง จากความเป็นมิตรความสมานฉันท์เป็นความปฏิปักษ์ ต้องมาเข่นฆ่า ต้องทำลายล้าง ต้องล้างผลาญกันแล้วไม่ยอมจบจนเป็นวิกฤติ”


อย่างที่อาจารย์ประเวศ ท่านเรียกว่า “วิกฤตลูกที่ ๔ แห่งกรุงรัตนะโกสินทร์” ลูกที่ ๑ วิกฤตสงคราม ๙ ทัพพม่านำไปสู่การเสียกรุง ลูกที่ ๒ ยุคล่าอาณานิคม ลูกที่ ๓ ยุคผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งทั้ง ๓ เป็นอันตรายที่มาจากภายนอก แต่ลูกที่ ๔ เป็นการฟัดกันเองกัดกันเองตีกันเอง เหมือนเซลล์เม็ดเลือดขาวกินเม็ดเลือดแดง เหมือนทะเลาะกันเองซึ่งเป็นวิกฤตที่ยากที่สุด ที่กำลังเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในขณะนี้

หากจะเปรียบเทียบการปฏิรูปประเทศไทย คงเปรียบได้กับการวิ่งมาราธอนที่ต้องวิ่งกันระยะทางยาว มีบางคนบอกว่าการปฏิรูปประเทศไทยควรจะทำไม่มีวันเสร็จเปรียบเหมือนร่างกายของคนเรา ถ้าจะให้มีความแข็งแรงสุขภาพสมบูรณ์ต้องมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ต่อเนื่องสม่ำเสมอ หากไม่มีการพัฒนา สะสมความไม่สมบูรณ์ก็จะอ่อนแอเกิดวิกฤติเกิดโรคร้ายแรงขึ้นได้ เมื่อร่างกายสะสมโรคที่ไม่ดีไว้มากก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ


ซึ่งการปฏิรูปประเทศไทยได้มีการคุยกันมาประมาณปีเศษเป็นอย่างน้อย จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งมีกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ ประกอบด้วยคณะที่ ๑ คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูป ซึ่งมีคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน คณะที่ ๒ คือคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป คุณหมอประเวศ วะสี เป็นประธาน และในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีให้มีสำนักงานเกี่ยวกับการปฏิรูปเป็นกลไกในการดำเนินงาน โดยจะจัดเวทีสมัชชาในทุกพื้นที่เพื่อระดมความคิดเห็นจากทั่วประเทศ

เพราะสังคมมีความหลากหลาย หลากหลายแนวคิด มีหลายกระบวนการ แต่กระบวนการที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่เชื่อมกับภาครัฐ โดยใช้ยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาที่ต้องมีพลังภาคประชาชน พลังปัญญา และพลังอำนาจรัฐ เกื้อกูลกัน คือเป็นอิสระจากรัฐ แต่ไม่แตกแยกกับรัฐเชื่อมโยงเป็นเพื่อนกับรัฐ การปฏิรูปประเทศไทยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้คนทั่วประเทศ เป็นเรื่องใหญ่ กว้างและป็นเรื่องซับซ้อน หากมองในบางแง่มุมก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป

อย่างไรก็ตามบทบาทขององค์กรชุมชนจะร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไร การปฏิรูปประเทศไทยจะต้องทำกันทั้งประเทศ ควรจะร่วมกันทุกคน ทุกฝ่าย ทุกองค์กร ทุกสถาบัน ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นสถาบันทางการเมือง ภาคราชการ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาคศาสนาจริยธรรม ภาควัฒนธรรม และภาคประชาสังคม และแน่นอนคือภาคประชาชน ภาคชุมชน โดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่น

มีการกล่าวกันมากว่า “ชุมชนท้องถิ่นคือฐานรากของสังคม” สังคมไทยอ่อนแอเพราะชุมชนฐานรากยังเข้มแข็งไม่พอ เพราะเรามีการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง กระทั่งมีการกระจายลงไปสู่ท้องถิ่น แม้การกระจายอำนาจจะมีหลักการมีกฏหมาย แต่ในหลักปฏิบัติมีน้อยมาก ซึ่งการที่ท้องถิ่นจะจัดการตนเองให้ได้มากที่สุด ได้มีข้อเสนอข้อเรียกร้องที่หลากหลาย เช่นให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในท้องถิ่น เช่น เลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือการให้มีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ก็ยังมีการมอบอำนาจให้น้อยมาก อำนาจในการจัดสรรงบประมาณ การจัดการเรื่องคน การจัดเรื่องงานยังน้อยเกินไป เพราะสุดท้ายเงินงบประมาณที่ได้รับก็ให้มาจากส่วนกลาง


อย่างไรก็ตามชุมชนท้องถิ่น รวมถึง อปท. ต้องเป็นเครื่องมือของชุมชนท้องถิ่น เพราะชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้เลือกตั้ง สามารถกำหนดให้ทำหน้าที่ตามความต้องการของคนในพื้นที่ เสนอข้อบังคับให้เป็นบัญญัติของเทศบาล อบต. การปฏิรูปประเทศไทยมีเสียงเรียกร้องชัดเจนที่ว่าต้องทำฐานรากของสังคม หากฐานรากเข้มแข็งข้างบนก็เข้มแข็งด้วย หากประชาชนมีกินมีใช้ มีสิทธิ ได้รับการป้องกันสิทธิประโยชน์ สามารถเข้าถึงทรัพยากร และป้องกันนายทุนที่เข้ามาในชุมชนโดยมิชอบ จะส่งผลให้ความอ่อนด้อยของภาคราชการ และนักการเมืองในระดับชาติจะดีขึ้น ถ้าระดับท้องถิ่นเข้มแข็ง เป็นงูกินหาง

เพราะนักการเมืองยังหาอำนาจ หาผู้คนสนับสนุนเหมือนมาเฟียเพื่อเป็นฐานอำนาจของตนเป็นระบบอุปถัมภ์ มีโอกาสก็ทุจริตคอรัปชั่น ทำให้ระบบราชการดำเนินการตามไปด้วย เยาวชนรุ่นใหม่-เก่ามีทัศนะคติที่ว่าทุจริตบ้างไม่เป็นไร ขอให้ทำงานได้ก็แล้วกัน กลายเป็นค่านิยม กลายเป็นความธรรมดาในชีวิต เป็นงูกินหางเช่นกัน เพราะข้างบนไม่ดีอ่อนด้อย ประชาชนก็อ่อนแอ เราต้องปรับให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งให้ได้ ต้องมีการปฏิรูปทั้งการเมือง การศึกษา การปฏิรูปภาคธุรกิจ องค์กรชุมชนก็ต้องปฏิรูปด้วย ความเข้มแข็งจึงจะเกิดขึ้นได้ ความอ่อนด้อยนี้ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่

หากถามว่า “การปฏิรูปคือทำอะไร” คือการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือรื้อปรับ และการอนุรักษ์สิ่งดีๆ ก็เป็นการปฏิรูปอย่างหนึ่ง การฟื้นฟูของที่ไม่ดีขึ้นมาก็เป็นการปฏิรูป หรือสร้างของใหม่ขึ้นมา เป็นของใหม่ที่ดีก็เป็นการปฏิรูป บางครั้งเรามัวแต่ยุ่งกับของเก่า มาสร้างใหม่ดีกว่าก็มี ระบบในชุมชนต่างๆ หรือในจังหวัด ถ้าคิดปฏิรูปเป็นไปได้เหมือนกันว่าต้องสร้างใหม่ บางอย่างยุบไป บางอย่างน่าจะสร้างใหม่ ที่สำคัญคือแล้วจะปฏิรูปที่ไหนแล้วใครจะปฏิรูป คนเราชอบคิดแล้วให้คนอื่นทำ อคติของคนคือมองคนอื่นไม่ดี แต่ไม่เคยมองตนเอง หากจะให้ดีต้องมองทั้ง ๒ ด้าน

การปฏิรูปต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทุกระดับ โดยเริ่มต้นจากตนเอง เริ่มจากบุคคลหรือตัวเอง ในครอบครัว ในองค์กรหรือองค์กรชุมชน ในเครือข่ายองค์กรหรือสภาองค์กรชุมชน ในชุมชนกลุ่มชุมชนในท้องถิ่น ในจังหวัดกลุ่มจังหวัด จนกระทั่งในระดับประเทศ ระดับชาติ สู่ระดับนานาชาติ การเปลี่ยนแปลงถึงจะเกิดขึ้นได้จริง


ซึ่งการปฏิรูปในขั้นพื้นฐานคือการทำให้ดีขึ้น เนื่องจากเราสะสมสิ่งไม่ดีมานาน ต้องขัดเกลากันครั้งใหญ่ เหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นปีต้องขัดกันมากๆ วิธีปฎิรูปขั้นพื้นฐาน คือ ปรับปรุง/เปลี่ยนแปลง/รื้อปรับ โดยมีวิธีการทดสอบให้เป็นการคิดดี พูดดี ทำดี หากมีการปฏิรูปแล้วยังมานั่งด่าคนอื่นทุกวัน คิดกับคนอื่นไม่ดี อย่างนี้ไม่ใช่การปฏิรูป พรรคการเมืองไทยยังไม่พัฒนา ยังห่างไกลการพัฒนา การเมืองต้องมีการปฏิรูป เพราะเป็นกลไกสูงสุด เราต้องทำตัวเราให้ดี คือ องค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนรวมทั้งสภาองค์กรชุมชน เป็นจุดที่สามารถปรับปรุงได้ทั้งสิ้น เป็นแบบไหนเริ่มแบบนั้น (บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน ชาติ) คือ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง รื้อปรับ ให้เป็นการ คิดดี ทำดี พูดดี ปัญหาก็จะลดลง ซึ่งอะไรที่ทำทำแล้วเป็นคุณ เป็นประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้อง ไม่เป็นโทษ ไม่ส่งผลเสียหาย ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงก่อประโยชน์กับตนเองด้วย

แนวทางที่จะปฏิรูปซับซ้อนขึ้นไปอีก คือ ๓ กงล้อหลักสู่ความเจริญสันติสุข คือ ๑) ความดี ๒) ความสามารถ ๓) ความเป็นสุข เมื่อสุขภาพดีทั้งกายทั้งใจ อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างเป็นสุข เป็นกงล้อที่สมดุลกัน เคลื่อนไปพร้อมกัน ยากตรงที่จะมีพร้อมกันทั้ง ๓ อย่าง เช่น บางคนมีความสามารถ แต่ไม่มีความดี บางคนมีความดีแต่ไม่มีความสามารถ ก็ไม่มีความเป็นสุข ซึ่ง ๓ กงล้อที่ว่าต้องทำในทุกระดับ เพราะเมื่อตัวเราเองมีความดี มีความสามารถ มีความเป็นสุข ก็จะทำให้คนที่ใกล้ชิดครอบครัว หรือในองค์กรที่เราทำงาน หรือในชุมชนที่เราร่วมอยู่ก็จะเกิดความร่มเย็น นำไปสู่ความเจริญสันติสุขในที่สุด แต่ ๓ กงล้อที่ว่าต้องทำในทุกระดับหมุนเคลื่อนไปพร้อมกัน

และแนวทางการปฏิรูป แบบที่ ๒ คือใช้แนวคิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา คือ พลังสังคม พลังปัญญา และพลังอำนาจรัฐ อย่างที่คุณหมอประเวศเสนอไว้ เพราะเป็นความคิดที่ลึกซึ้ง และต้องอาศัยการวิจัยเจาะลึก ผมมีความรู้สึกว่าพวกเราทำน้อยไป เรามีความรู้กันอยู่มาก แต่จะสังเคราะห์เพื่อไปผลักดันนโยบายมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ของยากๆ ช่วยได้ ด้วยการหาความรู้อย่างลึกซึ้ง หากจะปฏิรูปประเทศไทย เราต้องมีการทำวิจัยเชิงลึก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ต้องเป็นเจ้าภาพทำทั่วประเทศ สิ่งที่มักจะขาดในสังคมคือพลังปัญญา การวิจัย/การศึกษาเชิงลึก/การสังเคราะห์ความรู้ ทางออกโดยการหาความรู้ที่ลึกซึ้ง การปฏิรูปต้องทำการวิจัยเชิงลึก เช่น ๑ จังหวัด ๑ มหาลัย สามพลังต้องเกื้อกูลกัน สิ่งนี้จะช่วยสร้างพลังทางปัญญา พลังอำนาจรัฐ จะแก้ กม. ต้องใช้อำนาจรัฐ คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติ ธรรมชาติ สำหรับประเทศไทยกลายเป็นความขัดแย้งเกินธรรมชาติร้าวลึก ด้วยโลกาภิวัตน์ ด้วยความเจริญทางวัตถุ เราห่างเหินความดี ถูกครอบงำด้วยกิเลศ จนกระทั่งกลายเป็นความก้าวร้าว ความรุนแรงไม่ได้ยึดคุณธรรมความดี

เราต้องป้องกันและแก้ไข โดยการปฏิรูปในแนวทางที่ ๓ ผมเรียกว่า ๓ เส้าสันติวิธีเพื่อป้องกันแก้ไขความขัดแย้ง ต้องมีกระบวนการที่ดี มีทัศนคติที่ดี และมีสาระที่ยอมรับร่วม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ สันติวิธีป้องกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพื่อสร้างการปรองดองสมานฉันท์ คือ ๑) กระบวนการที่ดีมี “คนกลาง” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ๒) ทัศนคติ หรืออารมณ์ ความรู้สึก คิดเชิงบวก ๓) สาระ ข้อตกลงที่เห็นพ้องต้องกัน มีกลไกสนับสนุนให้แผนบรรลุผล เรียนรู้ ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่องทางแก้ปัญหาความขัดแย้งแบบสันติวิธี สามารถดำเนินการได้ในระดับท้องถิ่น


เราต้องทำเท่าที่ทำได้ การสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง การสร้างชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกัน เชื่อมโยงไปสู่การเมืองภาคพลเมืองและการเมืองระดับชาติ เรามีภารกิจร่วมกันที่จะทำให้ สังคม ชุมชน มีชีวิตดีขึ้นในทุกๆ ด้าน มีแสงสว่าง มีความเจริญก้าวหน้า ประเทศต้องการการปฏิรูปอย่างยิ่ง จากทุกคน ทุกองค์กร ทุกสถาบัน ทุกส่วนหน่วย เบื้องต้นเราต้องเริ่มที่ตนเอง และมาร่วมกันทำการปฏิรูปประเทศไทยเป็นสิ่งที่ทำได้ ซึ่งทุกคนต้องเริ่มต้น ณ วันนี้ เพื่อความผาสุขไพบูลย์ที่ดีร่วมกัน

รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน : เรื่อง/ภาพ
บ้านนวมินทร์ ๔๗

 

ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางบนและตะวันตก
สนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทย




ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางบนและตะวันตก เปิดเวทีเชิงปฏิบัติการ"การขับเคลื่อน
ขบวนองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปประเทศไทย"โดยมีขบวนองค์กรชุมชน ๑๖ จังหวัด
เข้าร่วมถกระดมความเห็นในแนวทางภาคประชาชน ซึ่งได้ให้ความสำคัญสภาองค์กร
ชุมชนตำบล ขบวนองค์กรชุมชน บ้านมั่นคง โดยมีรายละเอียดดังนี้
เป้าหมาย : คืนอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเองโดยใช้พื้นที่เป็น
ตัวตั้ง (ตำบล/เมือง จังหวัด ภูมินิเวศน์)
ยุทธศาสตร์ : ผนึกกำลังของชุมชนท้องถิ่นทุกภาคส่วนผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
วิธีการ : ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล ขบวนองค์กรชุมชน และบ้านมั่นคง เป็นเครื่อง
มือหรือกลไกในการขับเคลื่อน (ให้คนทุกคนมีพื้นที่และเป็นเจ้าของการปฏิรูป)
๑. รวบรวมปัญหา/วิเคราะห์ปัญหาทั้งเชิงพื้นที่และประเด็นอย่างเป็นระบบ
๒.แสดงและยกระดับพื้นที่รูปธรรมทั้งเชิงพื้นที่และประเด็นโดยผ่านกระบวนการถอดชุด
ประสบการณ์จากพื้นที่(โดยการเชื่อมโยงให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
๓.การจัดทำตัวชี้วัดความสุขระดับตำบล จังหวัด ประเทศ ผ่านกระบวนการแผนชุมชน
๔.การศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นพลเมืองดีรู้สิทธิหน้าที่ของพลเมืองตามวิถีภูมิ
สังคม
๕.เชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนระดับตำบล จังหวัด ภูมินิเวศน์ สู่การจัดสมัชชาองค์กร
ชุมชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
๖.การสื่อสารสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมที่ดี
ในโอกาสนี้แกนนำจากบ้านบ่อมะกรูด ได้มีโอกาสสะท้อนปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ดิน น้ำ ป่า
ของผู้มีอิทธิพล และนายทุนที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อีกทั้งยังมีนักการเมืองที่เห็นแก่
อำนาจและผลประโยชน์ รุมทึ้งทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นผืนป่าผืนสุดท้ายของประเทศไทย
ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรีและทั้งประเทศคงจะมีเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีแหล่ง
น้ำ แหล่งดินที่อุดมสมบูรณ์และป่าที่มีค่ามหาศาล ต้องหยุดนายทุน ผู้มือิทธิพล และนักการ
เมืองขี้ฉ้อตั้งแต่วันนี้เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน๒๕๕๓ ณ โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
ขอขอบคุณ นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ได้นำ
เจ้าหน้าที่สำนักข่าวสื่อชุมชนศูนย์นครปฐม ศูนย์ราชบุรี ศูนย์สิงห์บุรี และศูนย์สระบุรี ถ่ายทำ
ภาพยนตร์ลงใน YOUTUBE VIDEO เผยแพร่แล้ววันนี้
นางฟ้าใจดีสร้างความรัก ความสุข
ชวนน้องขึ้นบอลลูนที่วัดสระแก้ว





นางฟ้าใจดี พาน้องขึ้นบอลลูนที่วัดสระแก้ว
กลุ่มบำเพ็ญประโยชน์ กลุ่มนางฟ้าใจดี นำโดยสุขุมาล บุณยกร เจ้าหน้าที่สอบสวน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ประธานกลุ่ม คุณเฉลิมชน คงสมใจ ผอ.นโยบายและแผน
ศตส.ภาคประชาชน นางสาวคอร์ดิยะฮ์ ทรงงาม ที่ปรึกษานายกอบจ.อ่างทอง นางสาว
พิชยภรณ์ อภิโชคนิธิฉัตร์ ผู้สื่อข่าวNEWS4 นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ บรรณาธิการสำนัก
ข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และ เป็นคณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับ
ชาติ นางสาวนุชชรี เปลี่ยนแสงศรี ฝ่ายประสานงานกลุ่มและคุณสุทธิดา โกญจนาท ที่
เป็นผู้ประสานงานองค์กรศตส.ภาคประชาชน ประธานในการเปิดก็คือ ฯพณฯ พงศ์เทพ
เทพกาญจนา ประธานที่ปรึกษากลุ่ม เป็นเทวดาองค์เดียวของกลุ่มนางฟ้าใจดี กิจกรรม
ที่สำคัญคือ การเข้าร่วมกับวัดสระแก้วในการที่จะเลี้ยงเด็กกำพร้าประมาณพันกว่าคนที
ขาดผู้อุปถัมภ์ และต้องการสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้มีการศึกษามีทักาะในการที่
จะดำรงชีพตามวิถีพอเพียง และเป็นคนดีในสงคม มีการชื่นชมให้รางวัลเด็กเ ขียนเรียง
ความ การร้องเพลง การขึ้นบอลลูน การขับรถATVการป้องกันตัวด้วยมือเปล่าและการ
แสดงความสามารถ ๒วัน ๒คืน สร้างความรู้ความสนุกตื่นเต้นและกำลังใจจากผวจ.อ่าง
ทอง สส.ในพื้นที่ พมจ.อ่างทอง และส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชนเป็นจำนวนมากโดย
ที่กลุ่มนางฟ้าใจดี มีแผนงานที่จะนำกลุ่มไปสร้างรอยยิ้มทั้งประเทศ เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗
มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ โรงเรียนวัดสระแก้ว อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง/รายงานข่าวโดยมะกรูด
ดอทคอม สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกลาง สำ
นักข่าวNEWS4สำนักข่าวพลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวชุมชนศูนย์สิงห์บุรี และสำนักข่าว
สื่อชุมชนศูนย์ราชบุรี
กรมบังคับคดีอาสาทำดีสร้าง๗ฝาย
กั้นน้ำที่วนอุทยานไทยประจันราชบุรี



ข่าวกรมบังคับคดี
ทำความดีเพื่อรอยยิ้มคนไทยที่วนอุทยานเฉลิมพระเกียรติ
ไทยประจัน ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
นางชูจิรา กองแก้ว อธิบดีกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม นางลางน้อย ปาลวัฒนวิไชย
พร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี จำนวน ๒๒๐คน ซึ่งเป็นคณะอาสาทำดี เดินทางสร้าง
ฝาย ๗ ฝายกั้นน้ำ เพื่ออนุรักษ์น้ำ ชลอการไหลของฝน โดยเฉพาะช่วยภาวะโลกร้อน ที่
เป็นแบบอย่างอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการคณะอาสาทำความดี ได้ใช้พื้นที่ จัง
หวัดราชบุรีวนอุทยานไทยประจันอำเภอปากท่อระยะทางจากสี่แยกปากท่อ๕๕กิโลเมตร
เป็นผลดีอย่างมากถ้าคนไทยร่วมกันสร้างความดีข่าวนี้ได้ล่วงรู้ไปยังคณะทำงาน ขบวน
องค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี ซึ่งนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานฯ และเป็นผู้
สื่อข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ในตำแหน่งบรรณาธิการ ได้นำคณะลงไปต้อนรับ คณะอธิบดี
กรมบังคับคดีเพื่อขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงผลการดำเนินงานประสบผลสำเร็จอย่าง
มาก เกิดการตื่นตัวในการร่วมอนุรักษ์อย่างจริงจัง และยังได้รอยยิ้มคนไทยกลับคืนคณะ
ขบวนจังหวัดราชบุรี ขอขอบคุณ คุณนุชชรี เปลี่ยนแสงศรี ผู้ประสานงานการจัดงาน ที่
ได้ต้อนรับคณะทำงานขบวนจังหวัดราชบุรีเป็นอย่างดี/รายงานข่าวโดยสำนักข่าวสื่อชุม
ชนแห่งชาติ สำนักข่าวชุมชนศูนย์ราชบุรี สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวNEWS4
สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกลาง และ สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม เมื่อ
วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ วนอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจันอ.ปากท่อจ.ราชบุรี
รวมพลังขบวนคนราชบุรีอนุรักษ์ผืนป่าสวนผึ้ง
เป็นผืนป่าผืนสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศ





ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรีเปิดเวทีปฏิรูปประเทศไทย โดยนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะ
ทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี เป็นประธานที่ประชุม โดยเชิญคณะกรรมการในจังหวัดราชบุรี
เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานผลการดำเนินงานของประเด็นต่างๆ และสภาองค์กรชุมชนตำบล ๒๔ ตำบล
โดยที่ประชุมได้ประสานงานในพื้นที่มีการเสนอพื้นที่ขณะนี้แล้ว ๑๐ ตำบลที่จะขอจดแจ้งจัดตั้ง จากนั้น
มีการรายงานในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑.ร่วมอบรมงานติดตามประเมินผล และยกระดับการบริหารการจัดการสภาองค์กรชุมชนตำบล ที่มีวิทยา
กร นำโดย นายปรัตถกร จันทร์ผา หัวหน้าวิทยากร นายรุ่งอรุณ แจ่มจันทร์ นางชนาวรรณ บุญประเสริฐ
น.ส.กัญจนา เวชอินทร์ นายกัมปนาถ ศรีไพโรจน์ เมื่อวันที่๑๔-๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ บ้านบ่อมะกรูด
๒.เป็นคณะเข้าร่วมบูรณาการแผนชุมชนระดับจังหวัดราชบุรีโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรีซึ่ง
เป็นคณะทำงานร่างแผนชุมชน เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมอำเภอเมืองราชบุรี
๓.ร่วมกับอธิบดีกรมบังคับคดีต้อนรับคณะอาสาทำความดี๒๒๐คนจากกรมบังคับคดีทำฝายกั้นน้ำ๗ฝาย
ให้กับพื้นที่วนอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อำเภอปากท่อจังหวัดราชบุรีวันที่๑๕มิถุนายน๒๕๕๓
๔.ต้อนรับคณะ สสว.จังหวัดปทุมธานี จังหวัดอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนนทบุรี ศึกษาดูงานสภา
องค์กรชุมชน ที่สำนักงานเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓
ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี ประสานงานทุกภาคส่วนเปิดเวทีพลังคนราชบุรีเพื่อการปฏิรูปประเทศ
ไทย โดยมีการระดมความคิดเห็นเป็นอิสระ ที่ประชุมเห็นด้วยในการใช้ขบวนองค์กรชุมชนขับเคลื่อนที่
ชัดเจนคือการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะการรุกป่าสวนผึ้งราชบุรี ที่เป็นสมบัติของ
ชาติ แต่ถูกนายทุน นักการเมือง และชาวต่างประเทศบุกรุกนับแสนไร่ขณะนี้ เป็นการอนุรักษ์เพื่อที่ชาว
ราชบุรีจะได้มีพื้นที่ดินน้ำป่าใว้เพื่อความสมดุลของแหล่งธรรมชาติ และยังมีการส่งเสริมเป็นแกนหลักที่
จะให้ชาวราชบุรีเป็นที่พึ่งพิงได้ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ สำนักงานสภาองค์กรชุมชนตำบลจัง
หวัดราชบุรี / รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวสื่อชุมชนศูนย์ราชบุรี สำนักข่าว
สภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกลาง สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวพลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวมะกรูดดอท
คอม

 

ศตส.ภาคประชาชนถกเข้มที่ราชบุรี


ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ประกาศ
จัดงานเทิดไท้พ่อหลวงวันต้านยาเสพ
ติด๕๓ที่บ้านบ่อมะกรูดตำบลบ้านฆ้อง


ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานศตส.ภาคประชาชน นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผอ.
สำนักงานศตส.ภาคประชาชน นายสยาม จิตรบวร ผู้ประสานงานศตส.ภาคประ
ชาชน นายเฉลิมชน คงสมใจ ผอ.นโยบายและแผน นายนเรศ กองสมบัติ รอง
ประธานศตส.ภาคตะวันตกพร้อมกับเยาวชนและแกนนำภาคตะวันตก๘จังหวัด
ถกปัญหา ๓ เรื่องคือเรื่องจัดงานวันต้านยาเสพติดโลก โดยจะจัดในวันที่ ๗-๘
สิงหาคม ๒๕๕๓ เรื่องเปิดศูนย์บำบัดชุมชนในวันเดียวกัน เรื่องเปิดธนาคารอา
ชีพชุมชน ทั้งโรงสีชุมชน วิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหาร เรื่องที่๓ คือเรื่องปฏิรูป
ประเทศไทยในหมวดสังคม โดยภาคประชาชนเป็นแกนกลาง ที่ประชุมเสนอ
ให้ปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ติดตาม และปรับปรุงการจัดงานต้านยาเสพติด
โลก โดยใช้ขบวนคน ๑๐,๐๐๐ คน ที่ประชุมมีมติร่วมกันเหนียวแน่น เมื่อวันที่
๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ สำนักงาน ศตส.ภาคประชาชแห่งชาติบ้านบ่อมะกรูด

 

สภาองค์กรชุมชนตำบล
ร่วมปฏิรูปประเทศไทย





สภาองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปประเทศไทย

ปฏิรูปจากฐานล่าง ปฏิรูปโดยประชาชน ต้นทางประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

เราจะสร้างสมานฉันท์ เราจะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น คืนการตัดสินใจ เพิ่มอำนาจให้กับภาคประชาชน เราจะสร้างประชาธิปไตยชุมชนให้ประชาชนกินได้

สถานการณ์วิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง ณ ปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นมิคสัญญีกลียุค เป็นวิกฤติความรุนแรงที่ซ้ำรอย สร้างความสูญเสีย และบอบซ้ำให้กับสังคมไทยอย่างหนักหนาสาหัส ผู้คนแตกแยกแบ่งขั้วแยกฝ่าย และต่างพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงต่อกันได้ทุกขณะ ความเกลียดชังลุกลามขยายตัวลงไปถึงในระดับครอบครัว โรงเรียน ข้อเท็จจริงในเรื่องของ ไพร่-อำมาตย์ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวยจน การมีสองมาตรฐาน การเลือกปฏิบัติ การทุจริตคอร์รัปชั่น การเอาประโยชน์แค่พวกพ้อง ความไม่เป็นธรรมต่างๆ เหล่านี้ ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องกลับมาทบทวนอย่างขนานใหญ่

ในสถานการณ์เช่นนี้สภาองค์กรชุมชน จะมีบทบาทในการแก้วิกฤติปัญหาของสังคมในครั้งนี้อย่างไร คณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชน จึงได้จัดสมัมนาสภาองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปประเทศไทยขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ เคยูโฮม หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จากคณะกรรมการดำเนินการ ผู้ทรงคุณวุฒิ แกนนำในแต่ละภาค รวมทั้งภาคประชาสังคม นักวิจัย และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กว่า ๙๐ คน มาหารือถึงทิศทางบทบาทในสถานการณ์การเมือง ณ ปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปประเทศไทยร่วมกัน


พรมมา สุวรรณศรี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน สถานการณ์ในปัจจุบันกับการเคลื่อนไหวของสภาองค์กรชุมชน ที่ต่างคนต่างเคลื่อนไหว มีความไม่เป็นเอกภาพ แต่ละสภาฯ กำลังดำเนินการอะไรกันอยู่ เป็นเรื่องที่ต้องมาปรึกษาหารือ หามติ แนวทางจังหวะก้าวต่อไป จะไปทิศทางไหน จะเคลื่อนแบบไหนอย่างไร มาตรการนวทางในอนาคต การส่งเสริมสภาฯ ในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาเกิดบทเรียนอะไรกันบ้าง วิเคราะห์ อ่อนแข็ง สิ่งต่างไ เหล่านี้จึงเป็นที่มาของการจัดเวทีหารือขึ้นในวันนี้ พรมมา ชี้แจงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการสัมมนา

สังคมไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง

สน รูปสูง กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการดำเนินงาน “วิกฤติประเทศไทย” คือวิกฤติในทุกด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เป็นวิกฤติใหญ่สังคมไทย ซึ่งปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น คือ ๑) สถาบันการเมืองการปกครอง อ่อนแอ แตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้นำไปสู่การเผาบ้านเผาเมือง เพียงเพื่อการการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองการปกครองเท่านั้น ๒) นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งราชการและที่ไม่ใช่ราชการ ใช้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบ มีการทุจริตคอรัปชั่นในสังคมไทยทุกระดับ ๓) ทิศทางนโยบายการพัฒนาประเทศผิดพลาด เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคนรวย ๔) การเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดรายได้กระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย คนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ๕) กติกาการจัดการทรัพยากรมีความไม่เป็นธรรม กระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย เกิดความไม่เป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่น การถือครองที่ดิน พบว่ามีการกระจุกตัวในกลุ่มคนจำนวนน้อย อยู่กับนายทุน ๖) การบังคับการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน เลือกปฏิบัติกับกลุ่มคน ๗) กระบวนทัศน์ ของ จนท.รัฐ และนักการเมือง เป็นการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง ไม่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน กระบวนทัศน์ในการบริหารราชการแผ่นดินมีรูปแบบเช่นเดิมในลักษณะเจ้าขุนมูลนาย นำไปสู่ระบบการบริหารราชการที่ล้มเหลว ๘) การให้บริการสวัสดิการของรัฐไม่ทั่วถึง และไม่เป็นธรรม เช่น เรื่องสวัสดิการข้าราชการเมื่อเกษียรจะได้รับบำนาญดูแล แต่ชาวนาซึ่งเป็นผู้ที่ปลูกข้าวให้ทุกคนกินกลับไม่ได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับข้าราชการ เพียงแค่ได้รับเบี้ยยังชีพเพียง ๕๐๐ บาท เท่านั้น และสุดท้ายสังคมเกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างรุนแรงซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญมาก จากปรากฎการณ์ข้างต้นชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง


ประชาชนต้องเป็นเจ้าภาพหลัก

การเปลี่ยนแปลงต้องมาจากล่างขึ้นบน

สุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน กรุงเทพฯ ในสภาพัฒนาการเมือง การปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ ขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้อยู่ในกระแส อำนาจการเมืองที่ผ่านมา และที่เป็นอยู่ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็มีการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งการสานเครือข่ายภาคประชาชน ที่เดิมต่างคนต่างทำ ไม่มีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น กระแสปฏิรูปประเทศไทยเรากำลังจะเดินไปติดกับดักหรือไม่การปฏิรูปประเทศไทยหากเจ้าภาพหลัก คือชุมชนท้องถิ่นการปฏิรูปจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ ชุมชนต้องไม่อิงรัฐ แต่ก็ไม่ทิ้งรัฐ ให้ภาคเป็นประชาชนเป็นหลัก การเปลี่ยนแปลงจากฐานรากถึงจะเป็นไปได้จริง

หากไม่รีบแก้ไขสังคมไทยจะซ้ำรอยชายแดนใต้

ดุสิต เสาดี สถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืน และเผาโรงเรียนพร้อมกันกว่า ๓๐ จุด ในปี ๒๕๔๗ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมากว่า ๗ ปี มีผู้คนล้มตายไปกว่า ๕,๐๐๐ ศพ สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ทุกภาคกำลังจะกลายเป็นเหมือนภาคใต้ ที่มีกลุ่มคนก่อความไม่สงบเป็นรายวัน วันนี้ความแตกแยกของประเทศลงไปถึงชุมชน เพราะมาจากระบบนิติรัฐที่ล้มเหลว และการกำหนดนโยบายที่
อัฐฌาวรรณ พันธุ์มี การเผาศาลากลางจังหวัดในพื้นที่ทางภาคอิสาน เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนที่ประสบปัญหาเรื่องภาวะทางเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน ต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา หลายเรื่องไปติดที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ชื่นชอบนโยบายประชานิยมในรัฐบาลชุดก่อน อย่างนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค จึงไม่พอใจรัฐบาลในชุดปัจจุบัน เป็นปรากฏการณ์ปัญหาอย่างหนึ่งที่การปฏิรูปสังคมไทยต้องทบทวนในเรื่องนี้

ภายหลังจากที่อภิปรายกันในวงใหญ่ ที่ประชุมได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย และบทบาทของสภาองค์กรชุมชน โดยมีโจทย์ด้วยกัน ๕ หัวข้อ ๑) ทิศทาง/แนวทาง ระยะสั้น,กลาง,ไกล ๒) เนื้อหา เรื่องอะไรบ้างรูปธรรมในหมู่บ้าน,ตำบล,จังหวัด ๓) มีกระบวนการอย่างไร ๔) สภาองค์กรชุมชน จะจัดรูปขบวนอย่างไร ๕) บทบาทของสภาองค์กรชุมชนกับภาคีต่างๆ และกลับมานำเสนอต่อที่ประชุมในวงใหญ่ ซึ่งมีข้อเสนอที่เป็นแนวทางที่สำคัญ ดังนี้

การปฎิรูปประเทศไทย

q จัดทำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย โดยภาคประชาชน (สภาองค์กรชุมชน องค์กรประชาชน ประชาสังคมฯลฯ)

q สร้างสำนึกความเป็นเจ้าของท้องถิ่น/ เจ้าของประเทศ/สำนึกความเป็นพลเมือง/ความตื่นตัวทางการเมือง

q พลิกฟื้นขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิม เพื่อลดความขัดแย้ง

q เน้นการปฏิบัติการจากฐานล่าง เชื่อมโยงกลุ่ม/องค์กรชุมชน/เครือข่าย/สภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อสร้างความเข้าใจ พัฒนาข้อเสนอจากพื้นที่

q ต้องเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน

q อำนาจในการวิเคราะห์ รู้เท่าทัน

q อำนาจในการตัดสินใจ

q อำนาจในการปฏิบัติการ สามารถสั่งข้าราชการประชาชน

q ในสถานการณ์ปฏิรูป

q จะทำทุกตำบล ได้/ไหว หรือไม่/ จะเสนอกับรัฐบาลอย่างไร

ทิศทาง/แนวทาง

ระยะสั้น

q สร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยชุมชน

q ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ/พี่น้องในชุมชน รวมรวมประเด็นปัญหาผลกระทบ

q ปฏิรูปสภาองค์กรชุมชนตำบลให้เข้าใจเจตนารมณ์/ รู้ตัวตน สามารถดำเนินการตามบทบาทภารกิจได้

q ปรับโครงสร้างการทำงานให้ชัดเจนเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในทุกระดับ

q พัฒนาตำบลต้นแบบโดยใช้พื้นที่รูปธรรม

q หนุนเสริมให้สภาองค์กรชุมชนตำบล สามารถจัดทำแผนการพัฒนา

q สร้างแนวร่วม (สถาบันการศึกษา,นักวิชาการ, อปท ฯลฯ)

q เปิดโรงเรียนการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน

ระยะกลาง

q ผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

q สร้างสังคม/การเมืองแบบสมานฉันท์

q ทบทวน ปรับปรุง พรบ.

ระยะไกล

q พัฒนาความเข้มแข็งสู่ชุมชนพึ่งตนเอง

q จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลให้ครอบคลุมทั้งประเทศ/เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อสร้างพลัง

q สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง กระจายอำนาจ สร้างระบบธรรมาภิบาล

เนื้อหารูปธรรม

q เน้นเรื่องสิทธิชุมชนในระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด

q การจัดการทรัพยากร (ดิน/น้ำ/ป่า)

q การจัดการอาหารในท้องถิ่น

q การจัดสวัสดิการชุมชน (เกิด แก่ เจ็บ ตาย)

q จัดระบบการศึกษา/หลักสูตรท้องถิ่น

q การจัดระเบียบทางสังคม (เยาวชน ลูกหลาน)

q การแก้ไขปัญหาหนี้สิน

กระบวนการ

q ใช้สื่อที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่

q จัดทำระบบข้อมูล/ศูนย์ข้อมูล

q เปิดเวทีในการรวบรวมประเด็นปัญหา/ข้อเสนอจากระดับหมู่บ้าน สู่ระดับประเทศ โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุนตำบล

q สร้างทีม/พัฒนาศักยภาพแกนนำให้เข้าเรื่องการปฏิรูป

q ถอดบทเรียนสภาองค์กรชุมชนตำบลเพื่อเป็นต้นแบบของการเรียนรู้

q สร้างพื้นที่นำร่องตามแนวทางประชาธิปไตยชุมชน

q ขยายพื้นที่จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่จังหวัด

การจัดรูปขบวนของสภาองค์กรชุมชน

q ใช้เวทีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยเชิญหน่วยงานเข้าร่วม

q ผลักดันให้มีผู้แทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล เข้าร่วมการประชุมกับหน่วยงาน (อำเภอ จังหวัด)

q ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบล เชื่อมโยงสู่ระดับจังหวัด และระดับชาติ

q ผลักดันให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นอิสระ เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วม

q จัดตั้งขบวนเฉพาะกิจ จัดทำแผนปฏิรูป

บทบาทของสภาองค์กรชุมชนต่อภาคีต่างๆ

q ต้องเป็นเวทีกลางนำเสนอปัญหาของชุมชน กับหน่วยงาน/ภาคีที่เกี่ยวข้อง

q ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ร่วมติดตาม/ตรวจสอบ ผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหากับ อปท.

แม้ว่าวันนี้หมอกควันจากสมรภูมิกลางมหานครจะจางหายไป แต่ไฟในใจของผู้คนที่ยืนตรงข้ามรัฐยังคงคุกรุ่น พร้อมที่จะประทุขึ้นมาได้อีกคราทุกเมื่อ บาดแผลครั้งนี้ได้ทิ้งความหวาดระแวง ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในซึ่งกันและกัน ให้แผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรใดๆ ณ ขณะนี้ จะถูกจับตา จะถูกตั้งคำถาม หรือโยงเป็นเรื่องทางการเมือง แม้กระทั่งสภาองค์กรชุมชนเองก็ตาม การจะเข้าร่วมขบวนปฏิรูปประเทศไทย การจะสร้างประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยที่กินได้ หรือสภาองค์กรชุมชนจะเป็นเพียงเสือกระดาษ การเปลี่ยนแปลงที่มาจากข้างล่างคือการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคงและยั่งยืน...สภาองค์กรชุมชนตำบลจะเป็นที่พึ่งของสังคม

ในยามนี้ได้อย่างไร.....

๒๗ พ.ค. ๕๓

เคยูโฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เรื่อง/ภาพ : รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน

 

อบรมการเมืองภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วมเยาวชนและสตรี





สภาพัฒนาการเมืองภาคกลางบนและตะวันตก เปิดโครงการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วมของเยาวชนและสตรีภาคกลางบนและตะวันตก โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประธานเปิด และบรรยายพิเศษ เป็นที่ประทับใจเยาวชนและสตรีจำนวน ๑๒๐คน และมีพลโทนิวัติ บูรณะกุล เป็นผู้บรรยายในหัวข้อการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและประชาธิปไตยกับการมีส่วนร่วมของเยาวชนและสตรี วิทยากรนายทิสาปาโมกข์ ปรึกษากิ่ง เป็นพิธีกรในส่วนของนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ รับบทบาทร่วมดำเนินรายการและประชาสัมพันธ์ เป็นไปอย่างคึกคักและประทับใจผู้เข้าร่วมอบรม ในแนวทางใฝ่หาสันติ ที่สภาพัฒนาการเมืองเข้ามาช่วยในฐานะบทบาทภาคประชาชน เมื่อวันที่ ๖-๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมอู่ทองอินน์ อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

สภาพัฒนาการเมืองที่เพชรบุรี




สภาพัฒนาการเมืองภาคกลางบนและตะวันตก นำโดยนายนิคม อู่อ่อน ประธานกรรมการ นำคณะกรรมการที่เป็นสมาชิกและผู้ทรงคุณวุฒิเปิดเวทีพูดคุยในฐานะเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
จากเวทีในทุกๆจังหวัด๑๖จังหวัด เพื่อประสานงานกันในขบวนองค์กรชุมชน โดยการใช้แผนสันติวิธีในการหยุดยั้งความรุนแรงในประเทศ ผู้ประสานพื้นที่ นายสมภร ทัพนาค แกนนำท่าตระคร้อ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมจัดแผนปฏิบัติการทั้งในระดับภาคและระดับจังหวัดอย่างเรียบร้อย แผนการปฏิบัติงานโครงการทั้งโครงการยกระดับแกนนำ โครงการเสริมสร้างเครือข่ายสันติวิธี โครงการส่งเสริมการสร้างกลไกในการบริหารทรัพยากรอย่างเป็นธรรม โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน นักเรียน นักศึกษาและสตรีภาคกลางบนและตะวันตกกับการเมืองภาคพลเมืองสู่ประชาธิปไตยชุมชน ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายทิษศาปาโมกข์ ปรึกษากิ่ง นางสาววิภาศศิ ช้างทอง นายศิวกรวิศิษฐ์ อ่วมป่วน นายสิทธิวัชร์ แนบดำรงค์ นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว นายวิเชียร คุตตวัส นายวิกิจ วิจิตรคงทอง กำนันสุรินทร์ นิลเลิศ นายวัชรินทร์ จันทร์เดช นายธานินทร์ แสงวิภาสนภาพร และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เข้าร่วมประชุม ๒ วันเมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ เมษายน ๒๕๕๓ ณ แก่งเพชร อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี/รายงานข่าวโดย สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกลาง และสำนักข่าวชุมชนจังหวัดราชบุรี


บ่อมะกรูด และสำนักข่าวNEWS4
เปิดจุดบริการประชาชนจังหวัดราชบุรี ๑๑ จุด



หมู่บ้านบ่อมะกรูดรวมพลังตั้งจุดบริการประชาชน ประกอบด้วย ด.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา หัวหน้าสายตรวจตำบลบ้านฆ้อง ด.ต.ชัยกร จิตรคำ ตำรวจสายตรวจบ้านบ่อมะกรูด เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เขาดิน บ้านอยู่บ่อมะกรูด ออกเวรก็จะมาร่วมกันทำงาน นายวินัย คงนะภา รองประธานหมู่บ้าน นายยุทธิ์ โชติพรวน ราษฎรอาสาสมัครชุมชน นายอ๋อ การะเกตุ ราษฎรอาวุโส นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานอปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรี ประธานอปพร.จังหวัดราชบุรีและประธานศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด นางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง เยาวชน และชาวบ้านบ่อมะกรูด เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยลดและป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เพื่อห่วงลูกหลานและผู้สัญจรถนนสีขาวสพานขาว-หนองเอี่ยนความยาว ๕ กม.ถนนเส้นนี้เป็นถนนปลอดจากยาเสพติดด้วย เพื่อแบ่งเบาราชการในการสร้างเสริมชุมชนปลอดภัย และเป็นศูนย์การเรียนรู้ป้องกันปัญหาอบัติเหตุและสังคมอื่นได้ เปิดจุดเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด/รายงานข่าวโดย สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกลาง และสำนักข่าวชุมชนจังหวัดราชบุรี


อบรมสัมมนาสภาองค์กรชุมชนตำบล
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง




สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี ๔๕ ตำบล นำโดยนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี จัดอบรมสัมมนาสภาองค์กรชุมชนตำบลเพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำตำบลละ ๓ คนประกอบด้วย ประธานกรรมการ รองประธาน และเลขานุการ โดยมีนายพรเทพ ศรีสมพงษ์ เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายทศพล แก้วทิมา ผอ.สำนักข่าวเวสเทิร์นนิวส์ ดร.สุทธิรักษ์ หงสะมัติ ผู้ช่วยพัฒนาการชุมชนจังหวัดราชบุรี นายพยุงศักดิ์ สายวงศ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดราชบุรี นายสายัญห์ ศรีสมุทรนาค (ลุงจุก)ผู้สื่อข่าวHCTV นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว ประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี นายวิทูรย์ ศรีเกษม ผู้ประสานงานสภาองค์กรฯนางศลิษา จันทร์วรรณ์ คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี เป็นวิทยากรตลอด ๒ วันที่ผ่านมาอย่างประสบผลสำเร็จในการพัฒนาแกนนำที่มีอุดมการณ์และหัวใจ ความพร้อมเข้ารับการอบรมอย่างเข้มข้นในพื้นที่มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๗-๒๘ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดประชุมขบวนองค์กรชุมชน
และสภาองค์กรชุมชนตำบลเวทีระดับจังหวัดราชบุรี







นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานขบวนองค์กร
ชุมชนจังหวัดราชบุรี และนายประสิทธิ์ ช้างแก้ว ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในเวที
ดับจังหวัดราชบุรี และคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี
เปิดเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลและเวทีขบวนองค์กรชุมชนในภาคเช้าและภาคบ่าย ซึ่ง
ผู้ว่าราชการได้กล่าวเปิดในเวลา ๑๐.๐๐น.ซึ่งท่านได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มากมายเช่นการ
ได้มีขบวนการทำงาน มีโครงสร้างที่ชัดเจน การมีแผนชุมชนหรือแผนงาน การมีการรับรอง
สถานภาพองค์กร การจัดตั้งสภาองค์กรตำบล ซึ่งล้วนแต่เป็นภูมิปัญญา กำหนดการพัฒนาด้วย
ตัวของชุมชนเอง มีการสอดรับระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคท้องถิ่นและเอกชนทั่วไป การ
รวมตัวกันทำงานที่มี พรบ.รองรับเป้นการพัฒนายกระดับของภาคประชาชนซึ่งในวันนี้ผมได้ ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนในประเด็นงานต่างๆลงบันทึกความร่วมมือทำงานร่วมกันและมอบทุน
งบประมาณส่งเสริมสนับสนุนงานพัฒนาให้กับขบวนองค์กรชุมชนซึ่งมีนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบและผู้ใหญ่ประสิทธิ์ ช้างแก้ว พร้อมคณะทำงาน เป็นผลงานในด้านการมั่นใจพัฒนา การมีความซื่อสัตย์ต่อกัน และมีความรับผิดชอบร่วมกัน สามารถที่จะผลักดันปัญหาของจังหวัดราชบุรีเบาบางลงบ้าง ก็ต้องขอฝากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เก่าและพื้นที่ขยาย จงมีแต่ความสำเร็จ และเข้มแข็งต่อไป ซึ่งในการกล่าวเปิดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้มอบสมุดเงินฝากเป็นจำนวนเงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี พร้อมกับนำทีมบันทึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาคเอกชน ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรีต่อไป พร้อมกันนี้นางจำปา ฮวดมา รองประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดราชบุรี ได้สู่ขวัญบายศรี ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้กับเงินงบประมาณลงพื้นที่ ให้กับคณะทำงานพัฒนาทุกๆคนเพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นเวทีก็ได้มีการนำเสนอแผนการดำเนินงาน ซึ่งมีความชัดเจนเกี่ยวกับงานวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลชุมชน การได้มาซึ่งแผนชุมชน การกำหนดตัวชี้วัด การติดตามประเมินผล การทำรายงานที่เป็นการรายงานผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้เห็นการเปลี่ยแปลงในทางที่ดีขึ้น และการบันทึกการประชุม การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ การใช้เว็บไซด์ วิทยุชุมชน วัฒนธรรม การดนตรีไทย การทำหนังสือพิมพ์ เพื่อพัฒนาการข่าวที่ทันเหตุการณ์และเข้าถึงชุมชนที่สุด โดยจะมีรายงานการประชุมแนบท้ายเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองราชบุรี /รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ(ศูนย์ราชบุรี)สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม สำนักข่าว Thaiccnews.com

เปิดป้ายขบวนองค์กรชุมชน
สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี






ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี รวมพลังงานประเด็นและสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดราชบุรี และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง จัดทำบุญถวายสังฆทาน เลี้ยงพระเพล พร้อมกับเปิดป้ายสำนักงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการสร้างเสริมมาตรฐานทางขบวน ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามตัวชี้วัด สามารถประสานงานที่มีฐานการทำงานคือสำนักงาน ป้ายสำนักงาน อุปกรณ์การสื่อสารระบบอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูง ระบบคอมพิวเตอร์สีทั้งหมด และบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ที่จะใช้คำขวัญ "มั่นใจพัฒนา ซื่อสัตย์ดี มีความรับผิดชอบ" เปิดป้ายโดยพระครูวิสุทธิวีระธรรม เจ้าอาวาสวัดบ่อมะกรูด และผู้มอบสำนักงานให้คือ นางแถม ชานาง แม่ดีเด่นแห่งชาติปี ๒๕๕๐ ผู้รับมอบสำนักงานคือ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี และนายประสิทธิ์ ช้างแก้ว ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลจังวัดราชบุรี และนางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี บ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
ขบวนองค์กรชุมชน/สภาองค์กรชุมชนราชบุรีสำนักข่าวNEWS4
มอบถังน้ำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเคหะร่มเกล้า ราคา๕,๙๐๐บาท


คณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเคหะร่มเกล้า กทม.รับมอบถังน้ำร้อนเย็นถังที่๒ ผู้ที่รับมอบคือ นางสาวพิชยาภรณ์ อภิโชคนิธิฉัตร ซึ่งเป็นถังน้ำร้อนระบบร้อนและเย็นในตู้เดียวกัน ราคาถังละ ๕,๙๐๐บาท ในการมอบนั้นขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี มี นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เป็นประธานการมอบ นายยุทธพล วรรณะเรืองศรี เครือข่ายสื่อชุมชน นายสังเวียน วิจิตรานนท์ นางเติม อุ่นใจ นางจำปา ฮวดมา นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว นายขวัญยืน ระดมกิจ นายเอกมนตรี พัตตทองพัฒน์กุล นายคมกฤช พงษ์สุวรรณ นางสมรวย ไกรสรราช นางไพลิน ศุขสายชล นางสาวดวงพร เพิ่มสิทธิ์ นางศลิษา จันทร์วรรณ์ เมื่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านบ่อมะกรูด/รายงานข่าวโดยสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม และสำนักข่าว Thaiccnews.com

TO BE NUMBER ONE




ชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านบ่อมะกรูด เข้าเฝ้ารับการเสด็จ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งชุมชนบ้านบ่อมะกรูด ได้รับการเป็นตัวแทนระดับชุมชน เข้าประกวดTO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและตะวันออก โดยการใช้ ยุทธศาสตร์ ๓ ส.และการดำเนินงาน ๓ ก.เป็นการนำเสนอผลงานบ้านบ่อมะกรูด ผ่านเป็นวัฒนธรรมลิเกรีเทิร์น ซึ่งต้องแสดงถึง ๔ คนประกอบด้วย นางสาวนัฐลียา อุ่มเอิบ ประธานชมรม นายวรรณกร นาคกร เลขานุการชมรม นางสาวลลิตา จุ้ยเสียงเพราะ รองประธานชมรม และนายกิตติธัช อุ่มเอิบ ที่ปรึกษาชมรม แสดงเป็นทีมที่ ๒๒ สุดท้าย ได้รับคำชมเชยจากนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และนายเจน รัตนพิเชฏฐชัย ปลัดจังหวัดราชบุรี และเป็นดาวขวัญใจสื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมประกวด ขอถ่ายภาพ ขอลายเซ็นแบบเป็นลิเกที่รักษาวัฒนธรรม และแสดงออกแบบงานเยาวชน เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน การแสดงพื้นบ้านอย่างกลมกลืน และลงตัว เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ต้องขอขอบคุณ คณะแชมป์เก่าจากบ้านโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี ที่ให้คำปรึกษาด้วยดี ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ หาดจอมเทียน พัทยา ชลบุรี/รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม
สภาภาคกลางบนและตะวันตกระดับ
จังหวัดทบทวนการดำเนินงานสภาฯ



คณะกรรมการและตัวแทนสภาองค์กรชุมชนภาคกลางบนและตะวันตกระดับจังหวัด นำโดย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานกรรมการ นายพรมมา สุวรรณศรี ประธานคณะดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ นายสุชาย ผดุงกรรจ์ รองประธานภาคกลางบนและตะวันตก อ.อุษา เทียนทอง เลขานุการภาคกลางฯนายสิน สื่อสวน ผช.พอช.นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานพอช.ภาคกลางบนตะวันตก ประชุมเพื่อทบทวนการดำเนินงาน
ส่วนที่ ๑ การดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนำบล
ส่วนที่ ๒ การดำเนินงานของที่ประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล
ส่วนที่ ๓ การดำเนินงานของกลไกคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำภูมิภาค
เพื่อเป็นข้อมูลเตรียมการสัมมนาสภาองค์กรชุมชน ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุม KU HOME มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ
สรุปบทเรียน ศูนย์สงครามพิเศษ วันที่ ๖-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เรื่องสืบเนื่อง
- แนวทางการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติและภาค
- ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดปี ๒๕๕๓
- รายงานผลงานสภาองค์กรชุมชนตำบล ๑๖ จังหวัด
เรื่องเพื่อพิจารณา
- การดำเนินงานโครงการสภาพัฒนาการเมือง
- พิจารณาผู้แทน ๑๓ ท่านเข้าร่วมสัมมนาที่มหาวิทยาลัยเกษตรบางเขนในวันที่ ๒๐-๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓
- แผนการจดแจ้ง จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล ที่ประชุมได้เสนอให้จัดตารางหลักสูตรผลงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การสัมมนาสรุปบทเรียนที่ ม.เกษตร มีความสมบูรณ์และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละพื้นที่ ประชุมทบทวน และเตรียมการเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุม ๓๐๑ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นวมินทร์

นิวส์โฟร์ นำทัพ ๔ ฝ่าย สภาองค์กรฯ สพม.คปอ.และพอช.อบรม๓วัน ๓คืน ณ ศูนย์สงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี







ระทึก เสียว เสี่ยงตาย เหนื่อย ร้อน ลุ้น สันทนาการ ปรับทุกข์ คุยสุข เชื่อใจ มั่นใจ ศรัทธา เติมไฟ สมหวังเสริมสร้างสุข ความดีสามัคคีสำเร็จทั้งขบวนภาคกลางบนและตะวันตก ที่ ศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี
นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)หรือ พอช.นำคณะขบวนองค์กรชุมชน ๔ ฝ่ายประกอบด้วย
๑.นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่ปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก นำเจ้าหน้าที่ประจำภาคเดินทางเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนประกอบด้วย นายพิรุณ กองแปง ผช.ผจก.ภาคกลางบนและนางสาววรรณา สีหาทัพ ผช.ผจก.ภาคตะวันตก
๒.นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานอนุกรรมการภาคกลางบนและตะวันตกนำคณะกรรมการประกอบด้วย นายสุชาย ผดุงกรรจ์ รองประธาน นายวิทูรย์ ศรีเกษม และคณะกรรมการ ๑๖ จังหวัดรวม ๓๒ คนเข้าร่วม
๓.นายนิคม อู่อ่อน ประธานคณะสภาพัฒนาการเมืองภาคกลางตอนบนและตะวันตก ประกอบด้วย นายทิสาปาโมกข์ ปรึกษากิ่ง นายสมภร ทัพนาค นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว และคณะกรรมการ ๑๖ ท่าน
๔.นายตี๋ ศรีทอง และนายวิเชียร ศรีเชียงสา คณะประสานงานองค์กรชุมชน และคณะกรรมการ ๑๖ ท่าน
๕.คณะกรรมการบ้านมั่นคง ๑๖ ท่าน

ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางบนและตะวันตก ๔ ฝ่ายจำนวน ๑๒๐ คนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะครูฝึกศูนย์สงครามพิเศษ นำโดย พันโทพิษณุ สารถี ผู้บังคับกองพันนักเรียนโรงเรียนสงครามพิเศษศูนย์สงครามพิเศษ ขบวนของเราได้สร้างประวัติศาสตร์ในภาคประชาชน ด้วยการอยู่ร่วมกัน กินร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน นอนร่วมกัน พร้อมกับเสี่ยงตายด้วยกันด้วยการกระโดดหอความสูง ๓๔ เมตรเป็นความสูงที่อยู่ในระดับความเสียวที่สุด มีการโรยตัวจากที่สูง แบบเสี่ยงตาย จนได้รับรางวัลเป็นเข็มพัชรกิตติยาภา จำนวน ๖๖ ท่าน เป็นการได้รับขวัญกำลังใจชั้นสูงสุด ของคณะทำงานขบวนของเรา การเข้าป่าเพื่อการดำรงชีพให้อยู่รอด การต่อสู้และการรู้หลบเลี่ยงจากสัตว์ป่า สัตว์น้ำเช่นจรเข้ ซึ่งจากกันที่ได้อยู่ด้วยกันนั้น ทำให้เรารักกัน สามัคคีกัน พูดคุยกันอย่างรู้ทุกข์ รู้สุข เป็นหนทางนำกลับไปใช้ในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความสุข มีความดี และความสามารถ จะได้ช่วยให้ประเทศชาติมั่นคง เข้มแข็งด้วยพลังของประชาชน เป็นต้นแบบประวัติศาสตร์ของขบวนองค์กรชุมชน เราสัญญากันว่า ต่อไปนี้เราจะเป็นปึกแผ่น ที่ก่อการดี ด้วยการปฏิญาณตนต่อพระสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแรงบันดาลใจให้ชาติของเรารู้รักสามัคคี เมื่อวันที่ ๖ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ศูนย์สงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี


CA ภาคตะวันตก รวมพลังเปลี่ยน
แปลงปฏิรูปสังคมทุบยาเสพติด/อัมพวา








CAผู้นำการเปลี่ยนแปลง สัญจรตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ถกเครียดปัญหายาเสพติดภาคตะวันตก
นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธาน CA ภาคตะวันตก นายสยาม จิตรบวร เลขานุการ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผู้จัดการกองทุน นายชัชวาล บุญเก็บทอง ผู้ประสานพื้นที่สำนักงานปปส.ภาค ๑ นายภาณุวัฒน์ พุทธเกสร หัวหน้าสำนักงานฝ่ายอำนวยการกรมการปกครอง นายนเรศ กองสมบัติ หัวหน้าพื้นที่จังหวัดนครปฐม พร้อมกับ CA หลัก ๘ จังหวัด เปิดระดมความคิดเพื่อปรับแนวทางร่วมกัน ในการจัดการกับปัญหายาเสพติดในปี ๒๕๕๓ โดยที่แต่ละหัวกระบวนกลับไปพื้นที่ ทำการบ้านเพื่อจัดแผนภาคประชาชน โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง และเร่งเกมส์รุก เขย่าปัญหาที่มันซับซ้อน จนเกิดอาการเปลี้ยของภาครัฐ ทำให้เห็นแรงเฉื่อย ทุกข่ายทั้ง CA หลัก และ CA รอง ต้องออกแรงเพื่อนำผลกระทบและแนวทางการแก้ไข ซึ่งในการทำงานต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ผลของการประชุม มีความเห็นพบกันในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยให้นำCAรองมาด้วย เมื่อ ๓๐ มกราคม - ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร

บรรณาธิการ NEWS4 นำทัพ
ขบวนองค์กรชุมชน เปิดตัวพัฒนาศักยภาพราชบุรี








นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมคราวแรก ๑/๒๕๕๓ ของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี โดยมีคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนที่มีการลงนามแต่งตั้งโดย นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในคำสั่งมีคณะที่ปรึกษาโดยผวจ.ราชบุรีเป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษาประกอบด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พมจ.ราชบุรี เกษตรจังหวัดราชบุรี พัฒนาการจังหวัดราชบุรี สหกรณ์จังหวัดราชบุรี อบจ.ราชบุรี คุณทศพล แก้วทิมา ผศ.อรรถพล อุสายพันธ์ นายวิเชียร คุตตวัส นางวิษา ช่างประดิษฐ์ สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง และนายชัชวาล แอร่มหล้า ในส่วนของคณะทำงานองค์กรชุมชนประกอบด้วย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงาน นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว รองประธาน นายสาโรจน์ มูลพวก คณะสวัสดิการ นายวิฑูรย์ ศรีเกษม คณะสภาองค์กรชุมชนตำบล นายศุภกฤต สายรัตนอินทร์ คณะทำงานคปอ. นางจำปา ฮวดมา คณะติดตาม/ประเมินผล นางสาวดวงพร เพิ่มสิทธิ์ คณะทำงานการเงิน นายเอกมนตรี พัดทองกุลพัฒน์ คณะบ้านมั่นคง เป็นต้น พร้อมกับงานประเด็นอื่นๆที่ประชุมเปิดโอกาสให้คณะที่ปรึกษาได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คือ คุณวรรณา สีหาทัพ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการ สำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก และคุณพรเทพ ศรีสมพงษ์ เป็นผู้บรรยายร่วมกับ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เกี่ยวกับความเป็นมาของขบวน และวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน เป็นการรายงานเรื่องของผลลัพท์และตัวชี้วัดงานในพื้นที่ ซึ่งจะมีรายละเอียดของการบันทึดการประชุมขบวนนี้อย่างเข้มข้ม เพื่อที่จะพัฒนาบุคลากร พัฒนากลุ่มเลขานุการ พัฒนาแกนนำ พัฒนาด้านการเรียนรู้ของขบวน เป็นไปอย่างราบรื่น บรรยากาศเป็นแบบพี่แบบน้อง และเราสัญญากันว่าเราจะเป็นเสาหลักให้กับชาวราชบุรีเพื่อการพัฒนาแบบบูรณาการครบทุกพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี ต้องขอขอบคุณสำนักงานจังหวัดราชบุรี ขอบคุณคณะที่ปรึกษา ขอบคุณสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.ขอบคุณคณะทำงานทั้งจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ศาลากลางจังหวัดราชบุรี/รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวพลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชนภาคกลาง และมะกรูดดอทคอม

อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เยี่ยมและติดตามงานตัวชี้วัดที่บ้านเลือก ราชบุรี





นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี นำคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชน ๗ จังหวัด ประกอบด้วยประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี และราชบุรี ต้อนรับ ฯพณฯไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีผู้ร่วมเดินทางคือ นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วย ผอ.พอช.นายปฏิภาณ จุมผา ผจก.พื้นที่ปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก นายสุเทพ ไชยขันธ์ ผู้ชำนาญการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นางสาววรรณา สีหาทัพ รักษาการ ผช.ผจก.ภาคกลางบนและตะวันตก นางปริญดา รังสีสัจจะ รก.ฝ่ายข้อมูล พอช. เพื่อติดตามความก้าวหน้าพื้นที่ ๑๔ ตำบลภาคตะวันตก ๗จังหวัดๆละ๒ตำบล และจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาของแต่ละพื้นที่ โดยให้คำปรึกษา และให้กำลังใจในการทำงาน มุ่งมั่นเพื่อสร้างความดี ความสุข ความสามารถให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ศาลาประชาคมวัดโบสถ์ ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี /รายงานข่าวโดยสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชน และสำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม

อปพร.ศูนย์เขต ๒ สุพรรณบุรี ศึกษา ศูนย์เขต ๗ สกลนคร







โดยการนำของ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานกรรมการอปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรี และรักษาการ อปพร.จ.ราชบุรี นายจีรพัฒน์ พรมสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน ปภ.จังหวัดราชบุรี นายยุทธพล วรรณะเรืองศรี เลขานุการอปพร.พร้อมกับ อปพร.จังหวัดราชบุรี ๑๖๐ นายเดินทางศึกษาดูงานที่ศูนย์ปภ.เขต ๗ สกลนคร โดยมีนายวีระศักดิ์ วิเชียรแสน รักษาการ ผอ.ศูนย์ปภ.เขต ๗ สกลนคร นางเพ็ญสวัสดิ์ แสงนภาบวร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ นางณัณฑริกา นิ่มพิศาล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานฝึกอบรม พร้อมกับนายยิ่งยศ ศรีรส วิศวกรเครื่องยนต์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้อบรมข้อมูลที่มีความประทับใจ ทั้งได้เรียนรู้กระบวนการ อปพร.เขต ๗ อย่างละเอียด ประสบผลสำเร็จดียิ่ง นอกจากนี้ได้นำอปพร.จ.ราชบุรี แสดงการโรยตัว การซ้อมแผนผู้ประสบภัย การค้นหา การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นของจริง โดยใช้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นการซ้อม และยังบันทึกความร่วมมือว่า อปพร.ศูนย์ เขต ๗ สกลนครและ อปพร.จังหวัดราชบุรี ต้านภัยรวมใจเป็นหนึ่ง เพื่ออนาคตของการกู้ภัยและช่วยเหลือ โดยในทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเข้มข้น และได้รับการกล่าวชมอย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ ๒๐-๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ ปภ.เขต ๗ สกลนคร /สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ไทย สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม รายงาน


นายกรัฐมนตรีมอบสวัสดิการชุมชน








ทำเนียบรัฐบาล นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานสื่อชุมชนแห่งชาติ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี และบรรณาธิการสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ นำแกนนำชุมชน และสื่อชุมชนศูนย์นครปฐม ศูนย์สระบุรีกำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ ศูนย์ราชบุรีนายยุทธพล วรรณะเรืองศรี และศูนย์สิงห์บุรี นายวิเชียร ศรีเชียงสาร่วมงานสวัสดิการชุมชน และการถ่ายทำข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ในการจัดงาน "สวัสดิการชุมชนรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อมอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 375กองทุน วงเงิน 112.48 ล้านบาท จากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงาน และองค์กรสวัสดิการชุมชนร่วมงานประมาณ 1,000 คนจากแกนนำชุมชน 66จังหวัดดังนี้
1. ภาคเหนือ 71 ตำบล 18,715,935 บาท
2. ภาคกลางบน/ตะวันตก 7,791,657 บาท
3. ภาคอิสาน 16,666,341 บาท
4. ภาคใต้ 56,759,559 บาท
5. กทม./ตะวันออก 12,555,380 บาท
สนับสนุนโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)หรือ พอช. /รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ NEWS4 มะกรูดดอทคอม ศูนย์พลเมืองคุณธรรม และ Thaiccnews เมื่อ 11 มกราคม 2552 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

รศ.ปาริชาติ วลัยเสถียร ม.ธรรมศาสตร์
นำทีวิจัยบ้านบ่อมะกรูด เครือข่ายต้านยาราชบุรี







ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด ในนามเครือข่ายบ่อมะกรูดร่วมมิตร นำโดย นายทองสุข ลาลาด ประธานชุมชน หมู่ที่ ๗ จสอ.ดินันท์ วสุรักขะ ประธานชุมชนหมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และ นายสยาม จิตรบวร ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคตะวันตก นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานเครือข่ายต้านยาเสพติดจังหวัดราชบุรี ให้การต้อนรับคณะทีมวิจัยจาก รศ.ปาริชาติ วลัยเสถียร อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย อ.พรพิมล โรจนโพธิ์ เป็นการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ กลุ่ม/บุคคล ประเด็นการสัมภาษณ์ดังนี้

คณะกรรมการหมู่บ้านบ่อมะกรูด
1. แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมและบทบาทของตนเองในองค์กร

2. ความสำเร็จและความความภูมิใจที่ได้รับจากงานนี้

3. คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

4. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

5. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

คณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี


1. ความเป็นมาในการจัดตั้งศตส. และบทบาทของตนเองในองค์กร

2. เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และกิจกรรมขององค์กร

3. ความสำเร็จและความความภูมิใจที่ได้รับจากงานนี้

4. คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

5. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

6. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

แกนนำอำเภอโพธาราม

1. รูปแบบการทำงานขององค์กรต่อสู้ยาเสพติดที่โพธาราม และบทบาทของตนเองในองค์กร

2. เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และกิจกรรมขององค์กร

3. ความสำเร็จและความความภูมิใจที่ได้รับจากงานนี้

4. คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

5. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

6. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

สัมภาษณ์ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ


1. การดำรงชีพ ครอบครัว การสนับสนุนที่ได้จากรัฐ

2. ที่มาของยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของหมู่บ้าน

3. เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีของเครือข่ายจังหวัด

4. การสนับสนุนที่เครือข่ายจังหวัดได้รับ

5. โดยภาพรวมเครือสามารถ ลดความรุนแรงชองปัญหายาเสพติดได้ในระดับใด

6 กฎ กติกา ในการทำงานเครือข่าย จังหวัด

7 การจัดการเรียนรู้ให้กรรมการและสมาชิก

8. ระบบการช่วยเหลือซึ่งกันแล กันของเครือข่าย

9 คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

10. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

11. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

นอกจากนี้ยังสัมภาษณ์ ด.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา หัวหน้าสายตรวจตำบลบ้านฆ้อง กำนันตำบลบ้านฆ้อง นายชาติชาย พิทักษ์คูสุวรรณ หมออนามัยบ้านเก่า นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว นายสมศักดิ์ เจริญลาภทวี นางจำปา ฮวดมา นายวิฑูรย์ ศรีเกษม นายสยาม จิตรบวร นางสมคิด อ้อยหวาน พร้อมเครือข่าย ๑๕ เครือข่ายอย่างเต็มพิกัด เพื่อการมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูลจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๙-๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านบ่อมะกรูด


เปิดธนาคารโค-กระบือ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด






กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด ร่วมกับ นางสายพิน โพธินวล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี หนังสือพิมพ์หลักเมืองราช ศตส.ภาคประชาชน สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี ศอช.จ.ราชบุรี อปพร.จังหวัดราชบุรี สถานีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-การสื่อสารอปพร.ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด สื่อชุมชนแห่งชาติ ศูนย์พลเมืองคุณธรรม NEWS4สื่อภาคประชาชน สำนักข่าว RCTV ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวบ้านบ่อมะกรูด ศูนย์ถ่ายทอดการเกษตรตำบลบ้านฆ้อง เปิดธนาคารโคกระบือกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด ในพิธีการมีนางสายพิน โพธินวล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนเป็นประธาน นายพงศ์ศักดิ์ ลิมปิการกุล นายประชิน สังขานวม นายทองสุข ลาลาด นางจำปา ฮวดมา นายวิทูรย์ ศรีเกษม นายกอุดมลักษณ์ กาญจน์อร่ามกุล นางกรรณิกา ณ บางช้าง นายยุทธพล วรรณะเรืองศรี นางศลิษา จันทวรรณ์ โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระ และไถ่ชีวิตโคกระบือจำนวน ๕ ตัวเป็นวัวเพศเมียมีลูกติดในท้องทั้ง ๕ ตัวโดยซื้อชีวิตมาจากโรงเชือดในเขตอำเภอโพธาราม เมื่อรวมกับโค-กระบือที่ไถ่มาตั้งแต่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในวันแม่แห่งชาติ ๓ โค วันพ่อแห่งชาติ ๓ โคและรับการสนับสนุนจากประชาสงเคราะห์เดิมอีก ๕ เป็น ๑๖ ตัวคณะกรรมการหมู่บ้านแต่งตั้งให้นายวินัย คงนะภา เป็นประธานคณะกรรมการ มีผู้ช่วยสุวรรณ ศรีนาค และ ด.ต.ชัยกร จิตรคำ เป็นรองคณะทำงาน โดยมีนางสวรินทร์ กูดเพตรา เป็นเลขานุการ มอบวัวให้ชาวบ้านครอบครัวละ ๒ ตัวโดยนำไปเลี้ยง มีเป้าหมายเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีระเบียบต้องรักษาชีวิตแม่พันธุ์ เพื่อถวายชีวิตเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เป็นธนาคารความดี ซึ่งเป็นโครงการประสานงานร่วมกับองค์กรต่างๆอย่างเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านโดยรวม เป้าหมายหลักต้องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบออกจากชุมชนภายใน ๓ ปี ถึงปี ๒๕๕๕ และมีจำนวน ๑๙๙ ตัว และพัฒนาสายพันธุ์ไทย ประสานการจัดงานโดย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓



นายวินัย คงนะภา ประธานธนาคารโค-กระบือ มอบวัวแม่พันธุ์ให้เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มสตรี นำไปเลี้ยงเพื่อเป็นเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทาง"พ่อหลวง"อย่างแท้จริง/สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNews4สื่อภาคประชาชนและมะกรูดดอทคอม รายงาน


สำนักข่าวนิวส์โฟร์ วิสาหกิจราชบุรี อปพร.ราชบุรี อวยพรปีใหม่ ๒๕๕๓ ผวจ.ราชบุรี ณ จวนผู้ว่า ฯ

 



นายรังสรรค์ กองเงิน เกษตรจังหวัดราชบุรี นำคณะตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจังหวัดราชบุรี นายสุรินทร์ ตำหนิงาม นายทศพล แก้วทิมา นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ บรรณาธิการนิวส์โฟร์สื่อภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการชำนาญการ นายวัลลภ บุญเสา และนางบุญสม งามเนตร เข้าเยี่ยมอวยพร นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะพ่อเมืองที่กำหัวใจคนราชบุรีได้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะตั้งแต่ท่านย้ายมานั้น ทำให้จังหวัดราชบุรีเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเช่น ให้การยอมรับการทำงานภาคประชาชน ด้านการเกษตร วิสาหกิจ อปพร.งานสภาองค์กรชุมชนตำบล งานด้านสวัสดิการ การดูแลสังคมเฉพาะปัญหายาเสพติด อาชญากรรมฯเป็นที่ประทับใจชาวบ้าน โดยในการพบครั้งนี้ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ และนายสยาม จิตรบวร ได้นำรายละเอียดปัญหายาเสพติดเข้าหารือกับผวจ.ราชบุรีด้วย จึงเป็นพลังบวกที่บริสุทธิ์ต่อการแก้ไขปัญหาของชาติต่อไป เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี/สำนักข่าวนิวส์โฟร์รายงาน



สำนักข่าวNEWS4และสื่อชุมชน
แห่งชาติ ถวายพระพรในหลวง




สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ นำโดย นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการ พร้อมกับ กำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวชุมชนสระบุรี นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ บรรณาธิการ และเป็นประธานNews4 สื่อภาคประชาชนพร้อมคณะ นำพสกนิกรสำนักข่าวสื่อชุมชน และชาวสื่อNews4 ลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเยี่ยมพระอาการประชวร ในฐานะที่พระองค์เป็นพ่อของแผ่นดิน ยามที่พ่อเจ็บป่วยเพราะตรากตรำพระวรกาย เราในฐานะพสกนิกรจึงพร้อมใจกันทั้งประเทศถวายพระพรและพระราชกุศล ขอให้พระองค์มีพระพลานามัยที่แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญให้กับประชาชนยิ่งยืนนาน เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ โรงพยาบาลศิริราช กทม.

NEWS4 ถวายพระพรและพระราชกุศล
ไถ่ชีวิตโคกระบือที่บ้านบ่อมะกรูด
รับชมทีวีอินเตอร์เน็ต ทีวีสาธารณะ




















วันเฉลิมพระชนม์พรรษา ณ สนามกีฬาต้านยาเสพติดหมู่บ้านบ่อมะกรูด
หมู่บ้านบ่อมะกรูด ร่วมกับเครือข่ายองค์กรระดับชาติ ประกอบด้วย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ศูนย์พลเมืองคุณธรรม สถาบันกศน.ภาคกลาง ศูนย์อปพร.เขต 2สุพรรณบุรี อปพร.จังหวัดราชบุรี สำนักข่าวนิวส์โฟร์ข่าวภาคประชาชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)หรือ พอช. กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ศูนย์อปพร.จังหวัดราชบุรี สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี สภาพัฒนาการเมืองจังหวัดราชบุรี กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี แม่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัวบ้านบ่อมะกรูด ร่วมกันจัดงานพิธีถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งไถ่ชีวิตโคกระบือจำนวน ๓ ตัวถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาส ๕ ธันวามหาราช สำหรับท่านผู้มีเกียรติที่เดินทางมาร่วมงานประกอบด้วย
๑.นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการสื่อชุมชนแห่งชาติ และประธานจัดงาน
๒.อ.สรรค์ชัย พรหมฤาษี นายกสมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ
๓.นายอัมพร มากเพชร ผอ.สถาบัน กศน.ภาคกลาง
๔.นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานภาคกลางบนและตะวันตก (พอช.)
๕.นางสาวจงเปนณี จงพร้อม เลขาธิการสมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ
๖.นายศิวโรฒ จิตนิยม ประธานกรรมการศูนย์พลเมืองคุณธรรม
๗.นางนันทกา วัฒนาประยูร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท
๘.นางสมเจตน์ พรหมสุนทร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสุพรรณบุรี
๙.นายชูศักดิ์ สาสุข ตัวแทน ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 2 สุพรรณบุรี
๑๐.นางสาวปรินดา รังษีสัจจะ ผช.ผจก.พอช.ภาคกลางบนและตะวันตก
๑๑.นายวิวัฒน์ เจนชัย หัวหน้าประชาสัมพันธ์ สถาบัน พอช.ภาคกลางบนตะวันตก
๑๒.นายจีรพัฒน์ พรมสุวรรณ์ ผู้ช่วย ปภ.จ.ราชบุรี
๑๓.นายปฐม สายเส็ง ผช.ปภ.จ.ราชบุรี
๑๔.พ.ต.ต.เกรียงศักดิ์ จินดารัตน์ ตัวแทน ผบก.ภ.จว.ราชบุรี
๑๕.ด.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา หัวหน้าสายตรวจตำบลบ้านฆ้อง
๑๖.ผอ.ไกร ตราบดี ประธานกองทุนแม่ของแผ่ดินอำเภอดำเนินสะดวก
๑๗.นายสมศักดิ์ เจริญลาภทวี ประธานตำรวจอาสาจังหวัดราชบุรี
๑๘.นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า
๑๙.นายวิฑูรย์ ศรีเกษม ตัวแทนระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล
๒๐.นายชัววัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ ส.อบจ.ราชบุรี เขต 2
๒๑.นางอุดมลักษณ์ กาญจน์อร่ามกุล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน
๒๒.นายเฉลิมชน คงสมใจ ตัวแทนพี่น้องไทยมิสลิม กทม.
๒๓.นางสาวพิชยภรณ์ อภิโชคนิธิฉัตร์ ตัวแทนเครือข่ายต้านยาเสพติดลาดกระบัง
๒๔.ด.ต.ชัยกร จิตคำ ตัวแทนสภ.เขาดิน
๒๕.นายแนบ ภู่ดำรงค์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลค้งสลอต ลาดบัวหลวง
๒๖.พันโทองอาจ อินทรสุนทร ประธานเครือข่ายศุนย์พลเมืองคุณธรรมคลองเขิน
๒๗.นายสมภร ทัพนาค สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองตำบลท่าตระคร้อ
๒๙.อ.ทองจุล ขันขาว สถาบันกศน.ภาคกลาง
๓๐.อ.นฤมล อันตะริกานนท์ สถาบันกศน.ภาคกลาง
๓๑.อ.ไพโรจน์ ขุนทอง สถาบันกศน.ภาคกลาง
๓๒.กำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ กำนันตำบลเริงราง สระบุรี
๓๓.นายวิทยา ศรีจันทร์ พิธีกรสถานีวิทยุ
๓๔.นางสาวมุกนัดดา พิทักษ์มหาเกตุ เลขานุการสมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัท
๓๕.นายวทัญญู ชัยจำนงค์ กรรมการทะเบียนสมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัท
๓๖.นายสิทธิชัย คุ้มอนุวงศ์ อุปนายกสมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัท

พร้อมกับพสกนิกร ๕๐๐ คนทำพิธีจุดเทียนชัย และ ไถ่ชีวิตโคกระบือ เพื่อเป็นสิริมงคลต่อวันพ่อแห่งชาติ จึงได้มอบพ่อดีเด่นศูนย์พลเมืองคุณธรรมจำนวน ๓๙ ท่าน เป็นที่ปิติเป็นอย่างยิ่ง และมอบโล่ผู้สื่อข่าวดีเด่นปี ๒๕๕๒ มอบผู้สนับสนุนดีเด่นปี ๒๕๕๒ และศูนย์ดีเด่น ๔ ศูนย์ ทำให้เกิดบรรยากาสของความปลื้มปิติทั้งแผ่นดิน ที่พสกนิกรบ้านบ่อมะกรูด และเครือข่าย ได้สรรค์สร้างความดีอย่างไม่หยุดยั้ง โดยใช้หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นวิถีการดำรงอยู่และใช้ ความดี ความสุข ความสามารถเติมให้เต็มในสังคมปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ สนามกีฬาหมู่บ้านบ่อมะกรูด ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี



ศูนย์พลเมืองคุณธรรมระดมทิศทาง ความดี ความสุข ความสามารถ




สิบสองตำบลคุณธรรม ขยายพื้นที่คุณธรรมเป็น แปดสิบสองตำบลขับเคลื่อนความดี ความสุข ความสามารถพร้อมกัน ถวายเป็นพระราชกุศลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาส พระชนมายุครบ ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ โดยที่มีการเสนอปรับเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์พลเมืองคุณธรรม ให้เกิดสัญญลักษณ์ใหม่ในทิศทางของความดีตามตัวชี้วัด ๙ ตัวชี้วัดร่วมกันเคลื่อน ความดี ความสุข ความสามารถ สู่หนทางความสำเร็จ โดยมีโครงสร้างสำคัญคือ นายศิวโรฒ จิตนิยม เป็นประธานกรรมการ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เป็นผู้อำนวยการบริหารหรือ เลขาธิการ นายสุเทพ ไชยขันธ์ เจ้าหน้าที่พอช.เป็นที่ปรึกษา ผศ.บัณฑร อ่อนดำ เป็นประธานที่ปรึกษา นายเฉลิมชน คงสมใจ เป็นผอ.ฝ่ายนโยบายและแผน นางจำปา ฮวดมา ถูกโยกมาอยู่การเงิน นายแรม เชียงกา ขยับขึ้นเป็นเลขานุการ นายวิทูรย์ ศรีเกษม โยกจากปฏิคมสู่งานทะเบียน ให้นางบุญพอ มีเท ทุ่มกับงานข้อมูลและสารสนเทศ ขยับนายสมภร ทัพนาค ทำงานด้านวัฒนธรรม ให้ ๓ รองประธาน พ.ท.องอาจ อินทรสุนทร นายพิพัฒน์ แก้วจิตรคงทอง นายสันติ อภิสิทธิ์แก้วเจริญ และให้อาจารย์ เรียน อยู่สิ่งแวดล้อม ให้ประยงค์ แก้วประดิษฐ์ ดูแลเยาวชน ในส่วนของแผนดำเนินงานให้ ขึ้นป่าถอดบทเรียนในวันที่ ๑๐-๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ ป่าเมืองกาญจนบุรี เพื่อจัดขบวนศูนย์พลเมืองคุณธรรมอย่างห้าวหาญและหวังผลความสำเร็จ เมื่อ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านหนองรี ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

NEWS4 และ ศตส.ภาคประชาชน
ร่วมปฏิบัติการยุทธศาสตร์5รั้วระยะ2







รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธานเปิดปฏิบัติการยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นด้านการปราบปรามกลุ่มผู้ค้ารายย่อยและรายสำคัญ พร้อมเพิ่มการเฝ้าระวังการลับลอบ
นำยาเสพติดเข้าประเทศใน 14 จังหวัดที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง จะเป็นประธานเปิดปฏิบัติการประเทศ
ไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 เวลา 09.30 น.วันนี้ ที่
สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติให้ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนได้รับทราบถึงนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพ
ติดของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมรับมอบนโนบาย สำหรับยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกันยายน 2553 โดยเน้นการบูรณาการยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย ในระดับหมู่บ้านและอำเภอ เร่งลดปัญหายาเสพติดทั้งผู้ค้า-ผู้เสพ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เน้นดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ-กลุ่มผู้อิทธิพลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งโดยตรงและโดยอ้อม และเน้นขยายบทบาทของภาคประชาชนให้เพิ่มมากขึ้นในทุกรั้วและทุกโครงการ อาทิ รั้วชายแดน เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังการลับลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศใน 14 จังหวัด ที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน รั้วชุมชน จะเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันยาเสพติด รั้วสังคมจะบูรณาการจัดระเบียบสังคม ด้วยการควบคุมสถานบริการต่างๆ หอพัก ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รั้วโรงเรียนดำเนินตามนโยบาย 3D ให้ครอบคลุมครู-นักเรียน-ผู้ปกครองและชุมชน และรั้วครอบครัว ส่งเสริมให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
ในการเปิดยุทธศาสตร์ครั้งนี้ รัฐบาลและสำนักงานงาน ป.ป.ส. ได้เชิญศตส.ภาคประชาชนเข้าร่วมเปิดยุทธศาสตร์5รั้ว ระยะที่ 2 โดยการนำของ ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานกรรมการ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผู้อำนวยการสำนักงานศตส.ปชช. นายเฉลิมชน คงสมใจ ฝ่ายนโยบายและแผน นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธานภาค7 นายสมาน มั่นคง ประธานภาค 2 นายคำพา นามณีชม ประธานภาค 4 นายฉันท์ ขยันงาน ประธานจังหวัดนครนายก นายสุบิน สุวรรณ ประธานภาค 3 นางอามีนะ บาดิลและ ประธานภาคกทม. นางสุมาลี วรรณรัตน์ ประธานภาคเหนือ นายทักสิน สมใจ ประธานภาคใต้ โดยมีแนวทางเสนอนโยบายต่อรัฐบาลดังนี้


ศตส.ภาคประชาชน และสำนักข่าวนิวส์โฟร์
ปรับแผนยึดพื้นที่คืนร่วมกับปปส.และกรมปค.





ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานคณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ นำคณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนร่วมประชุมสำนักงานป.ป.ส.กับ นายพิทยา จินาวัฒน์ รองเลขาธิการ สำนักงานป.ป.ส.เพื่อทบทวนแผนยุทธศาสตร์ยึดพื้นที่คืนจากขบวนการค้ายาเสพติด เป็นการบูรณาการแผนร่วมกัน3ฝ่ายคือสำนักงานป.ป.ส. กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย และ ศตส.ภาคประชาชน โดยใช้พื้นที่แพร่ระบาดรุนแรง เป็นพื้นที่ปฏิบัติการ และใช้นโยบายรั้วชุมชนเป็นการสนับสนุน ใช้ยุทธศาสตร์
1. ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู ยาเสพติด
2. กองทุนแม่ของแผ่นดิน
3. สื่อประชาสัมพันธ์
ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำความสุข ความดี และความสามารถเข้าสู่ชุมชนเป้าหมายแล้วปรับขบวนการทำงานให้เข้มข้น เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดภายใน 4 เดือนจากนี้ไป จนถึงการขยายผลเป็นระดับตำบลต่อไป เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2552 ณ สำนักงานปปส. ดินแดง กทม.

ผู้บริหารNEWS4ถ่ายทำถวายพระพร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวททบ.5






นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะกรรมการสื่อNEWS4 สื่อภาคประชาชน ผอ.บริหารศูนย์
คุณธรรมภาคตะวันตก ประธานศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี และประธานศูนย์การเรียนรู้
บ้านบ่อมะกรูด นำคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง และสภาองค์กรชุมชนตำบล
ระดับจังหวัดราชบุรี เครือข่ายบ่อมะกรูดร่วมมิตร เยาวชนทูบีนัมเบอร์วัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ยุติธรรมชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดินแม่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัวบ้านบ่อมะกรูดสำนักข่าว
สื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์และสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ มีรายชื่อดังนี้

1. นายวิโรจน์ พูนสุข ประธานสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ
2. นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการสื่อชุมชนแห่งชาติ
3. นายกิตติธัช อุ่มเอิบ ประธานชมรมทูบีนัมเบอร์วันหมู่บ้านบ่อมะกรูด
4. นายสิทธิชัย คุ้มอนุวงศ์
5. ม.ล. วันชัย นวรัตน์
6. นางสาวปัญญาทิพย์ สหัสสะโลกนารถ
7. นายทองหยาด หนองผือ
8. นางสาวมุกนัดดา พิทักษ์มหาเกตุ
9. นายจงเป็นณี เรืองพร้อม
10.นางสาววรรณาภรณ์ ปริสุทธกุล
11.นายกฤศ วรรณทวี
12.นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
ออกรายการถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ 82 พระพรรษา 5 ธันวา
มหาราช ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 หมู่บ้านบ่อมะกรูด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพ
บกช่อง 5 น้อมนำพสกนิกรกล่าวคำถวายพระพรดังนี้
ห้าธันวามาบรรจบครบปีแล้ว
ขอพ่อแก้ว พ่อแผ่นดิน ปิ่นเกศี
พระชนมายุยิ่งยืนนานร้อยพันปี
พระพลานามัยแข็งแรงดีมิโรยรา

เหล่าลูกไทย จงรักภักดีมีจิตมั่น
ทุกชีวันถวายพ่อขออาสา
พ่อทรงเป็นแบบอย่างสร้างพารา
ด้วยศรัทธาเจริญตามพ่อดำเนิน

แปดสิบสองพรรษาดิถีพ่อมีสุข
เหล่าลูกๆประชาไทยใจสรรเสริญ
ขอถวายพระองค์ทรงพระเจริญ
ขออัญเชิญเทวัญประทานพร

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในโลกนี้
สามัคคีรวมใจไทยมิถ่ายถอน
หกสิบห้าล้านดวงใจถวายพระพร
เป็นอนุสรณ์ไทยจงรักเทิดภักดี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ
ข้าพระพุทธเจ้า
- NEWS4 สื่อภาคประชาชน
- สภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ
- กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี
- พสกนิกรหมู่บ้านบ่อมะกรูด
- ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ
- อปพร.เขต 2 สุพรรณบุรี
- อปพร.จ.ราชบุรี
- สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ
- สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ
- สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง
- ศูนย์ยุติธรรมชุมชนภาคตะวันตก
- เยาวชนทีบีนัมเบอร์วันหมู่บ้านบ่อมะกรูด
สำนักข่าว NEWS4 และคณะถวายพระพร 12ท่าน ขอขอบคุณ ผอ.ททบ.5
ที่สนับสนุนให้สำนักข่าวNEWS4 ศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตกและเครือข่ายได้มี
โอกาสกาสสิริมหามงคล ถ่ายทำถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สนามเป้า กทม.


นิวส์โฟร์ร่วมเครือข่ายข่าวชุมชน
เปิดสำนักข่าวที่ภาคกลาง๔ศูนย์





ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ภาคประชาชน สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี สำนักข่าวสยามโลคอลนิวส์ โดยการนำของ อ.บัณฑร อ่อนดำ อ.มณเฑียร สอดเนื่อง นายวิทูรย์ ศรีเกษม อ.ทองจุล ขันขาว อาจารย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันกศน.ภาคกลาง อ.ปณิธิ เอี่ยมกิจ อ.วิเชียร ศรีเวียงสา กำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ อ.เฉลิมชน คงสมใจ อ.พิชยภรณ์ ประทุมแย้ม ผู้ใหญ่เติม อุ่นใจ นางสาวศลิษา จันทร์วรรณ์ และธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประชุมกำหนดทิศทางสำนักข่าวนิวส์โฟร์ขยายเป็น ๔ศูนย์ โดยมีศูนย์นครปฐม ศูนย์สิงห์บุรี ศูนย์สระบุรี และศูนย์ราชบุรี โดยวางงานระชาติไว้ดังนี้ ทั้ง ๔ศุนย์มีการจัดการโดยบอร์ดศูนย์ เสนอข่าวชุมชน ยาเสพติด สภาองค์กรชุมชน งานประเด็น งานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งในการขยับรับทิศทางครั้งนี้ เพื่อให้สำนักข่าวนิวส์โฟร์ สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวคุณธรรมภาคตะวันตก เป็นพันธกิจสู่การเป็นสากล ยกระดับการข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ เป็นเสาหลักให้กับการเสนอข่าวทางเลือกใหม่ของชุมชน ที่มีพี่เลี้ยงคือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. สำนักงาน ป.ป.ส. สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ สภาพัฒนาการเมือง กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สถาบันกศน.ภาคกลาง และศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ (ศตส.ปชช.)ที่ประชุมยังเสนอแนวทางกันอย่างเข้มข้น เป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาสังคมแบบบูรณาการที่มีทิศทางมั่นคงที่สุดเป้าหมายคือ
1. เฝ้าระวัง ป้องกัน ป้องปราม ปัญหายาเสพติด
2. สื่อทางเลือกที่ชุมชนขาดโอกาสในการเสนอข่าวชุมชน
3. ผลิตข่าวสารความดี ความสุข และความสามารถชุมชน
4. กำหนดทิศทางตัวที่วัด สื่อชุมชน พัฒนาคน พัฒนาชาติ
5. สนับสนุน ส่งเสริมข่าวชุมชน ๔ ด้าน วิทยุชุมชน สื่อหนังสือพิมพ์ วัฒนธรรม และเว็บไซด์
6. ชุมชนเป็นเจ้าของสื่อชุมชนสาธารณะ
7. เป็นสำนักข่าวเทิดทูนไว้ด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
8. ยึดหลักการธรรมาภิบาลบริหาร
เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ สำนักงานข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติบ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ๗๐๑๒๐


สภาองค์กรชุมชนตำบลร่วมประชุมสภาระดับชาติ
รัฐมนตรีพ.ม.อิสสระ สมชัย ร่วมภาคีรับแนวทาง

รับชมทีวีอินเตอร์เน็ต




วันที่ 29 ตุลาคม 2552
สภาองค์กรชุมชนตำบล เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติครั้งที่ 2 มีผู้แทนระดับ
จังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้งประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานเข้าร่วมประชุม 250คน โดยมีนายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของ มนุษย์ เป็นประธานเปิดประชุม นายแฉล้ม ทรัพย์มูล ประธานที่ประชุมกล่าวถึงผลการจัดตั้ง
สภาองค์กรชุมชนตำบล ตามพรบ.มีผลบังคับใช้ เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2551 ปัจจุบันได้ดำเนิน
การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด จำนวน 1556 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 19.2 ของจำนวนตำบล/เทศบาลทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด 7,976 แห่งโดยคาดว่า ปี 2555จะเต็ม พื้นที่นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)กล่าวว่าภารกิจ
สำคัญที่พอช.จะสนับสนุนการดำเนินการคือการพัฒนาให้สภาองค์กรชุมชนที่จัดตั้งแล้วมีบทบาท
สำคัญในการเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรในพื้นที่มาทำงานร่วมกันใช้ข้อมูลและปัญหาของชุมชนเป็นตัว
ตั้งในการพัฒนารวมทั้งการประสานหน่วยงานท้องถิ่นและภาคีเพื่อหนุนเสริมการดำเนินงานของ
สภาองค์กรชุมชนในระดับต่างๆ
ด้านนายอิสสระ สมชัย รมว.พม.กล่าวว่าพร้อมที่จะสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล เต็มที่ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพและความ เข้มแข็งของสภาองค์กรที่จดแจ้งแล้ว เพื่อให้เป็น
กลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงการพัฒนาและประสานหน่วยงานต่างๆให้ชุมชนได้จัดการ และพัฒนา ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนรวมทั้งข้อเสนอประเด็นต่างๆที่ชุมชนประสบอยู่ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ
พิจารณาต่อไป ในการประชุมในครั้งนี้มีวาระสำคัญซึ่งที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาทั้งหมด 4เรื่อง
คือพิจารณาแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนตำบลฉบับที่ 1 พิจารณามาตรการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชน พิจารณาปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ พร้อมแนวทางการแก้ไข ให้ครม.สั่งการ และพิจารณารายงานที่ พอช.จะเสนอคณะรัฐมนตรี และรายงานการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน รายภาคดังนี้
๑. ภาคกลางตอนบนและตะวันตก จำนวนตำบล ๑,๔๕๖ จัดตั้งแล้ว ๓๕๙ ตำบล
๒. กทม.ปริมณฑล/ตะวันออก จำนวนตำบล ๘๑๔ จัดตั้งแล้ว ๑๙๑ ตำบล
๓. ภาคใต้ จำนวนตำบล ๑,๒๖๔ จัดตั้งแล้ว ๑๘๙ ตำบล
๔. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนตำบล ๒,๙๖๘ จัดตั้งแล้ว ๓๖๓ ตำบล
๕. ภาคเหนือ จำนวนตำบล ๑,๔๗๔ จัดตั้งแล้ว ๒๒๔ ตำบล
ซึ่งในการประชุมเป็นไปอย่างมีกติการ่วมกัน สร้างสรรค์และเสนอประเด็นความเดือดร้อนอย่าง เต็มที่ที่ประชุมได้เสนอในแนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมโดยเฉพาะปัญหายาเสพติดและเยาวชน ก็ได้มีนายเฉลิมชน คงสมใจ ผอ.ฝ่ายนโยบายและแผน ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ตัวแทน อ.บัณฑร อ่อนดำ ประธาน ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ นาย ธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ แกนนำศตส. จากราชบุรี ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและที่ประชุมในการแก้กฎหมายครอบครอง ไม่เกิน ๑๕ เม็ดถือว่าเป็นผู้เสพ เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างมาก เมื่อ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ (พอช.)

สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ สื่อชุมชนแห่งชาติ สภา
องค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ ศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก
ร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร.พ.ศิริราช



ตัวแทนสภาองค์กรชุมชน สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก นำโดย นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประ ธานอำนวยการสื่อชุมชน นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ บรรณาธิการ สื่อชุมชนแห่งชาติ/ประธานศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก และเป็นตัวแทนสภาองค์กรชุมชนทั้ง ประเทศ พร้อมคณะผู้สื่อข่าว 25ท่านเดินทางร่วมกับประชาชนทั่วทุกสารทิศ ถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พระองค์หายจากพระประชวรโดยเร็วซึ่งคณะก็ได้ถวาย ดอก ไม้เป็นเครื่องสักการะแด่พระองค์ท่าน ในนามของพสกนิกร ผู้สื่อข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ขอถวายความจงรักภักดี และน้อมนำของให้พระองค์ทรงพระเจริญ ในการเดินทางเข้าถวาย พระพรในครั้งนี้ คณะได้ลงนามในสมุนถวายการเยี่ยมครบทุกท่าน เมื่อ 27 ตุลาคม 2552 ณ โรงพยาบาลศิริราช กทม.




เครือข่ายคุณธรรมภาคตะวันตก
ขับเคลื่อนความดี ความสุข ความสามารถ



วันที่ 17 ตุลาคม 2552

รศ.นพ.สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล วุฒิสมาชิกจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตกเป็นประธานพิธีมอบโล่รางวัลผู้สร้างสรรค์งานคุณธรรม
ยอดเยี่ยมภาคตะวันตกระดับตำบล 12 พื้นที่ 7 จังหวัดประกอบด้วย นายศิวโรฒ จิตนิยม ตำบลหนอง สาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะประธานศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธาน ศูนย์คุณธรรมตำบลบ้านฆ้อง ในฐานะผู้อำนวยการบริหารศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก นางจำปา ฮวดมา ศูนย์คุณธรรมตำบลบ้านสิงห์ นายวิฑูรย์ ศรีเกษม ศูนย์คุณธรรมตำบลบ้านเลือก นายประเวศน์ จันทร์ขจร ศูนย์คุณธรรมตำบลหนองสองห้อง นายสมภร ทัพนาค ศูนย์คุณธรรมตำบลท่าตะคร้อ พ.ท. องอาจ อินทร สุนทร ศูนย์คุณธรรมตำบลคลองเขิน นายพิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ศูนย์คุธรรมตำบลท่าเสา นายประยงค์ แก้วประดิษฐ์ ศูนย์คุณธรรมตำบลหนองโรง นายสันติ อภิสิทธิ์แก้วเจริญ ศูนย์คุณธรรมตำบลบางขุนไทร นายนัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม ศูนย์คุณธรรมตำบลบางระกำ นายมณเฑียร สอดเนื่อง ศูนย์คุณธรรมเครือ ข่ายจังหวัดนครปฐม นายสุเทพ ไชยขันธ์ ที่ปรึกษา นายยุทธภัณฑ์ เตชะแก้ว ที่ปรึกษา นายบุญยืน วิเศษ สมบัติ ศูนย์คุณธรรมตำบลศิลาลอย นายเฉลิมชน คงสมใจ ศูนย์คุณธรรมเครือข่ายลำผักชี นางสาว พิชยภรณ์ อภิโชคนิติฉัตร์ ศูนย์คุณธรรมเครือข่ายลาดกระบัง ซึ่งจากการได้รับโล่รางวัลครั้งนี้ จะเป็นแรง บันดาลใจให้เครือข่ายคุณธรรมภาคตะวันตกเข้มแข็ง ภายใต้งานตามตัวชี้วัด 9 ตัวชี้วัด คือ ผู้นำดี สุขภาพดี อาชีพมั่นคงดี วัฒนธรรมประเพณีดี สิ่งแวดล้อมดี ทรัพยกรธรรมชาติดี องค์กรชุมชนใน ตำบลดี การมีส่วนร่วมสามัคคีดี และปลอดยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ โดยตัวชี้วัดนี้ พื้นที่ศูนย์คุณธรรม เป็นผู้กำหนดแนวราบ เพื่อเป็นแผนสู่กระบวนการความสำเร็จ ในโอกาสนี้ศูนย์ธรรมภาคตะวันตก ได้มอบหมายภารกิจการบริหารให้กับคณะกรรมการบริหารซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการบริหาร คือ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เป็นการยกระดับความดี ความสุข ความสามารถ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2552 ณ สถาบันการเงินตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี



กศน. เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ์
ตำบลหนองสาหร่ายแห่งแรกจังหวัดกาญจนบุรี





ศูนย์การเรียนชุมชนเฉลิมพระเกียรติ์ตำบลหนองสาหร่าย ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนแห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี เปิดอย่างยิ่งใหญ่แล้ว เมื่อวุฒิสมาชิก รศ.นพ. สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ได้เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีการมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้สนับสนุน ทำให้พี่น้องชาวตำบลหนองสาหร่ายมีจิตใจฮึกเหิมกับความสำเร็จ ระหว่างองค์กรชุมชน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี ฝ่ายการเมือง อปท. ซึ่งผู้อำนวยการกศน.จ.กาญจนบุรีได้กล่าวรายงานประธานในพิธีอย่างละเอียด ทำให้เห็นภาพว่าในอนาคตศูนย์การเรียนชุมชนเฉลิมพระเกียรติ์แห่งนี้ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยอย่างแท้จริง โดยที่ประชาชนจะมาใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบและกระบวนการทางสารสนเทศ จะเป็นข้อมูลที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ อย่างน้อยก็จะเป็นที่ปรึกษาทางด้านวิชาการ ทางด้านเทคโนโลยี ด้านนักวิจัย การสืบค้น การเก็บรักษา และการสนับสนุนด้านวิถีชุมชนต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และกฎหมายต่างๆเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2552 ณ ศูนย์การเรียนชุมชนเฉลิมพระเกียรติ์ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี


นิวส์โฟร์ร่วมเปิดสำนักข่าว
คุณพลเมืองธรรม ยิ่งใหญ่



วันที่ 8 ตุลาคม 2552
อาจารย์ทองจุล ขันขาว อาจารย์ชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
เดินทางมาเป็นเกียรติและเป็นประธานเปิดสำนักงานสารสนเทศ สื่อสาร ประ
ชาสัมพันธ์ศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก โดยมีนายศิวโรฒ จิตนิยม ประธาน
กรรมการ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การเปิดสำนักงานข่าว เพื่อสร้าง
สรรค์งานคุณธรรมให้ก้าวไกล สร้างเครือข่ายให้เป็นที่ยอมรับกับการส่งเสริม
การทำดี โดยใช้ตัวชี้วัดความสุข ความสำเร็จ จนถึงการมีคุณธรรมทั้งประ
เทศภาคประชาชน ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เริ่มจาก 12พื้นที่7จังหวัด
ซึ่งก็ได้มีการคัดเลือกกรรมการบริหาร มติกรรมการเลือกให้นายธัมมสัญญ์
อุ่มเอิบ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตก และเปิดป้าย
เป็นที่สมเกียรติโดยมีตัวแทนจากหลายองค์กรเช่นผู้ใหญ่สมภร ทัพนาค จาก
สภาพัฒนาการเมือง นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานสื่อชุมชนแห่งชาติ
นายเฉลิมชน คงสมใจ ผอ.ยุทธศาสตร์ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ด.ต.ชัย
กร จิตรคำ จากสภ.เขาดิน ด.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา หัวหน้าสายตรวจตำบลบ้าน
ฆ้อง ผู้ใหญ่บำรุง - นางลูกจันทร์ ดอนเจดีย์ จากเครือข่ายหนองโรง และมี
อ.นฤมล อันตะริกานนท์ เป็นวิทยากร ซึ่งก็มี อ.พิชยภรณ์ อภิโชคนิธิฉัตร์ ตัว
แทนเครือข่ายคุณธรรมลาดกระบัง กทม. อ.ยุทธภัณฑ์ เตชะแก้ว ที่ปรึกษา
โดยงานเปิดป้ายถือเป็นความสำเร็จของศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตกอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ณ ศูนย์คุณธรรมตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม
รายงานข่าวโดย
สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ
สำนักข่าวNEWS4 และสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม



สะท้อน-เสนอ แนวทางแก้ไข
ปัญหายาเสพติดที่มหาดไทย
CLIP VDO. 1
CLIP VDO. 2




นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เลขานุการศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ได้รับเชิญจากกระทรวง
มหาดไทย เป็นวิทยากรประชุมสัมมนาขยายผลการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย
ภายใต้แนวคิด 6 เดือนแห่งสยามเมืองยิ้ม โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่า
การกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกล่าวนำผลการดำเนินงาน โดยมีรมช.บุญจง วงศ์
ไตรรัตน์ และ รมช.ถาวร แสนเนียม ดร.วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปก
ครอง นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีในทุก
กรม ผู้บริหารระดับสูง สื่อมวลชน ในส่วนของวิทยากรประกอบด้วย รองศาสตราจารย์
นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กรรมการกฤษฎีกา อดีตอธิการ
บดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ผอ.สถาบันส่งเสริมการบริหาร
กิจการบ้านเมืองที่ดี ม.นิด้า นายพรพล เอกอรรถพร ตัวแทนเครือข่ายผู้ประกอบการ
โอทอป นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการกปร.นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เลขานุการ
ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติและผู้ดำเนินรายการ ม.ล.ปนัดดา ดิศสกุล ที่ปรึกษาฝ่าย
ความมั่นคง โดยฝ่ายชุมชนนายธัมมสัญญ์ ได้สะท้อนปัญหายาเสพติด และเสนอกรณีผู้
ครอบครองไม่ถึง15เม็ดเป็นผู้ป่วยหรือผู้เสพ จึงเกิดการแพร่ระบาดอย่างใหญ่หลวงใน
ขณะนี้ จึงขอให้มหาดไทยช่วยทบทวนกฎหมายเพื่อแก้ไขก่อนจะลุกลามใหญ่โตกว่านี้
และนำเสนอชุมชนต้นแบบจากปี 52 จำนวน 83 หมู่บ้าน ปี53 จำนวน 84 ตำบล และปี
54 จำนวน 85 อำเภอ และ ปี 55 ปลอดยาเสพติดทั้งประเทศ โดยได้เสนอว่าได้บันทึกข้อ
ตกลงกับกรมการปกครองเพื่อบูรณาการร่วมกันระหว่างภาคประชาชนภาครัฐและภาคี
พร้อมกับเสนอให้กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เป็นเสาหลักให้อปพร.เป็นอาสาสมัคร
ที่จะพัฒนาศักยภาพในการป้องกันภัยฝ่ายต่างๆ เป็นแกนหลักในการชักฟืนออกจากไฟ
พร้อมกับการดูแลพระศาสนาในรูปแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาของชาติ และกรมพัฒนา
ชุมชนพัฒนาคน พัฒนาสินค้าชุมชน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เป็นการสนองงานนโยบาย
ของกระทรวง และสุดท้าย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลเรื่องงบประมาณปราบยา
เป็นเรื่องของท้องถิ่นอยู่แล้ว จึงเห็นควรบูรณาการร่วมกับ และสุดท้าย ธัมมสัญญ์ได้ให้
วิสัยทัศน์ "กินอิ่ม นอนอุ่น มีคุณธรรม มีการออม เกิดสวัสดิการ พึ่งพาตนเองได้อย่าง
ยั่งยืน เมื่อวันที่ 9-9-09 ณ ห้องประชุม1 ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
รายงานข่าวโดย
สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ
สำนักข่าวNEWS4 และสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม





ศตส.ภาคประชาชนร่วมกับ
กรมการปกครองถวาย ๘๓
หมู่บ้านเข้มแข็งแด่พ่อหลวง



วันที่ 17 สิงหาคม 2552
ดร.วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต้อนรับ
คณะศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ โดยการนำของนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผู้อำนวย
การสำนักงานกองเลขานุการศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ และคณะประกอบด้วย
นายสมาน มั่นคง นายสุรพล รัตนเจริญ นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ด.ต.สุรศักดิ์
ไชยรักษ์ นายวิรัตน์ สังขจันทร์ นายเฉลิมชน คงสมใจ ด.ต.ชัยกร จิตรคำ นางสาว
ปยพร ปทุมแย้ม และทีมเลขานุการที่เข้าพบรายงานผลหมู่บ้าน 83 หมู่บ้านเทิดไท้
พ่อหลวง 83 พรรษาทั้งประเทศ ว่าขณะนี้ทะเบียนหมู่บ้านดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว
พร้อมปฏิบัติเชิงลึกในการลดผู้ค้า ลดผู้เสพ โดยมีขบวนคณะทำงานเป็นรูปธรรมนำ
สู่ความสำเร็จ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลดังกล่าว และในโอกาสนี้ คณะ ศตส.ภาค
ประชาชนยังได้รายงานความสำเร็จการจัดงานมหกรรมพลังศตส.ภาคประชาชนแห่ง
ชาติประกาศเอาชนะยาเสพติดเทิดไท้พ่อหลวง ๘๐พรรษา เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม
๒๕๕๒ ณ สนามกีฬาจังหวัดชัยนาท ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง นำมาสู่ความเข้ม
แข็งของภาคประชาชนในการจัดการกับปัญหายาเสพติด โดยเน้นการยึดพื้นที่คืน
จากกระบวนการค้ายาเสพติด และสุดท้ายได้รับการสนับสนุนจัดตั้งกองทุนการแก้
ไขปัญหายาเสพติดจากท่านอธิบดีกรมการปกครองเป็นเงิน 100,000บาท ซึ่งเป็นกอง
ทุนเริ่มต้นที่มีความเป็นสิริมงคลต่อภาคประชาชนอย่างสูง และจัดทะเบียนเตรียมบัน
ทึกความร่วมมืออย่างเป็นทางการแบบมิตรภาพล้นใจทั้ง ๒ ฝ่ายเมื่อ ๑๗ สิงหาคม
๒๕๕๒ ณ ห้องประชุม ๕๑๐ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
รายงานข่าวโดย
สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ
สำนักข่าวNEWS4 และสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม













หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22

เครือข่าย news4
สื่อภาคประชาชน