|
กำหนดการสัมมนาสื่อชุมชนระดับชาติ
วันที่ ๑๐ - ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒
ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
|
วันที่
๑๐ มีนาคม ๒๕๕๒
๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.- ลงทะเบียน
๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น.- รับประทานอาหารเที่ยง
๑๓.๐๐ _ ๑๓.๑๐ น.- แนะนำผู้เข้าร่วมสัมมนา/เป้าหมายของการสัมมนา
๑๓.๑๐ - ๑๓.๓๐ น. - เปิดการสัมมนา โดยคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น.- อภิปราย ทิศทางการพัฒนาสื่อชุมชน
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ
ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน
พันเอก ดร.นที ศุกุลรัตน์ ประธานคณะทำงานกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน
(กทช.) ผู้แทนเครือข่ายสื่อชุมชน
คุณปาฎิหารย์ บุญรัตน์ ผู้แทนเครือข่ายวิทยุชุมชนภาคใต้
คุณธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานสื่อชุมชนแห่งชาติ
ดำเนินการอภิปรายโดยคุณวิภาศศิ ช้างทอง
๑๕.๓๐ - ๑๕.๔๕ น.- อาหารว่าง
๑๕.๔๕ - ๑๘.๐๐ น.- ประชุมกลุ่มย่อย (๒ เรื่อง)
กลุ่มย่อยวิทยุชุมชน
แนวทางการพัฒนาและเชื่อมโยงสื่อชุมชน เพื่อการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น
๑๘.๐๐ - ๑๙.๐๐ น.- รับประทานอาหารเย็น
๑๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ น.- นำเสนอกลุ่มย่อย
วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒
๐๗.๐๐ - ๐๘.๓๐ น.- รับประทานอาหารเช้า
๐๘.๘๐ - ๑๑.๐๐ น.- ประชุมกลุ่มย่อย ( ๒ เรื่อง)
ข้อเสนอต่อรัฐบาลในการสนับสนุนวิทยุชุมชนและการปฏิรูปสื่อ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาสื่อชุมชน (มีอาหารว่างระหว่างประชุม)
๑๑.๐๐ - ๑๑.๓๐ น.- ผู้นำชุมชนนำเสนอ
ข้อเสนอต่อรัฐบาลในการสนับสนุนวิทยุชุมชนและการปฏิรูปสื่อ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาสื่อชุมชน
๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น.- นโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนวิทยุชุมชน และการปฏิรูปสื่อ
ปิดการสัมมนาโดย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
1.มองอดีต
ในอดีตเราเคยมีการสื่อสารของชุมชนอยู่แล้ว เช่น การคุยต่อกันจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งมันเป็นธรรมชาติ
ของการอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่โบราณมา มีความพยายามที่จะสื่อสารถึงกันอยู่แล้ว
มีความคิดที่จะสื่อสารถึงกัน
เช่น การพูดคุยกัน การบอกเล่า นกพิราบสื่อสาร สัญญาณควันไฟ ธงบอกสัญญาณ
จากนั้นเมื่อมนุษย์พัฒนา
เทคโนโลยีก็ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ก็เป็นข้อจำกัดที่สื่อสารทางเดียว
2. ผลกระทบ/ปัญหา
"เราทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะตกอยู่ในความเหลวแหลกและยุ่งเหยิงของระบบการสื่อสารที่ขาดนโยบายและการ
วางแผนร่วมกัน เราไม่มีเวลาอีกแล้ว การสื่อสารกำลังกลายเป็นเครื่องมือของการข่มขวัญ
มากกว่าที่จะเป็น
เครื่องมือของความเข้าใจ เราต้องลงมือแก้ไขปัญหาตั้งแต่บัดนี้"
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ปัญญาชนและนักสื่อสารมวลชนเรียกร้องเสรีภาพของสื่อวิทยุและโทรทัศน์ปลอดจากการ
ควบคุมและการครอบงำจากรัฐและกลุ่มทุน ทว่าการเริ่มต้นปฏิรูปสื่ออย่างเป็นทางการเพิ่งเกิดขึ้นได้ในช่วงไม่
กี่ปีที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าจะเพียงการต่อสู้ของวาทกรรมการปฏิรูปสื่อมากกว่าที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
ในเชิงนโยบายอย่างแท้จริง อีกทั้งการปฏิรูปยังก้าวตามไม่ทันกับเวลาที่นำพาปัญหาใหม่และใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน สื่อวิทยุและโทรทัศน์ยังคงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเครื่องมือของการมอมเมา
สร้างมายาคติ กระตุ้นการบริโภคและไม่รับผิดชอบต่อสังคมอย่างที่ควรเป็น
ตามปรัชญาของสื่อสารมวลชนที่ควร
เกิดมาเพื่อเป็นสายใยของสังคมชน ที่ต้องช่วยสร้างการสื่อสารเพื่อลดช่องว่างและสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่ม
ต่าง ๆ ในสังคม
3. การแก้ปัญหา
การส่งสัญญาณใหม่ของชุมชนที่เกิดจากกระบวนคิดของแต่ละคน เพื่อเสนอทิศทาง
แนวทาง การประสาน
เชื่อมต่อ สร้างเครือข่าย โดยมีเป้าหมายที่จะสื่อสารทั้ง 2 ทิศทาง
คือทั้งผู้รับสาร และผู้ส่งสาร จนนำไปสู่
"การปฏิรูปสื่อ" ขึ้น สู่การจัดระบบโครงสร้างและการดำเนินงาน
เกิดองค์ความรู้ต่างๆ อย่างหลากหลาย
เมื่อมองโดยรวมแล้ว หัวใจสำคัญของการปฏิรูปสื่อ คือ การสร้างระบบสื่อในรูปแบบใหม่
2 กลุ่ม คือ
1. สื่อสาธารณะและสื่อชุมชน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับภาคประชาชนได้รับข่าวสารที่อยู่ภาใต้การควบคุม
ของรัฐ
2. สร้างกลไกตรวจสอบโดยภาคประชาชน
4. สื่อมีกี่ประเภท
จากการที่ได้หารือกันทำให้เราสามารถแบ่งสื่อชุมชนออกเป็น 4 ประเภทหลัก
คือ
1. สื่อวิทยุชุมชน
2. สื่ออินเตอร์เน็ต
3. สื่อหนังสือพิมพ์
4. สื่อวัฒนธรรม
5.การเชื่อมโยงของสื่อทั้ง 4 ประเภทเข้าด้วยกัน
เนื่องจากสื่อแต่ละประเภทก็มีข้อจำกัดในการรายงาน เช่น
1. สื่อวิทยุชุมชน รายงานได้วงจำกัดในรัศมีที่คลื่นไปดึง
2. สื่ออินเตอร์เน็ต เทคโนโลยียังเข้าถึงประชาชนไม่มาก
3. สื่อหนังสือพิมพ์ มีต้นทุนการผลิตสูง รายงานได้ในขอบเขตจำกัด
4. สื่อวัฒนธรรม สามารถนำเสนอได้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น
ทั้งหมดคือข้อจำกัดแต่ก็ได้ข้อดีของแต่ละสื่อมาใช้เชื่อมโยงใส่กัน
เช่น
1. สื่อวิทยุชุมชน รายงานข่าวได้รวดเร็ว สามารถรายงานสู่ประชาชนได้จำนวนมากต่อการายงาน
1 ครั้ง
2. สื่ออินเตอร์เน็ต สามารถรายงานได้กว้างไกล ทั่วโลก รวดเร็ว
ชัดเจน โต้ตอบได้
3. สื่อหนังสือพิมพ์ สามารถรายงานได้ตลอดเวลาหรือเมื่อต้องการอ่าน
จับต้องง่าย
4. สื่อวัฒนธรรม มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสามารถเรียกความสนใจได้ดีและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
6. สามารถสื่อสารได้ 2 ทาง
จากการที่เป็นฝ่ายรับมานาน เมื่อได้รับโอกาสเป็นฝ่ายส่งโดยใช้สื่อทั้ง
4 ประเภทขั้นต้น ทำให้ภาคประชาชน
สามารถรายงาน การพัฒนาการพร้อมชุมชน การศึกษาวัฒนธรรม ตลอดจนการดำรงชีวิตออกสู่สาธารณเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนในระหว่างกลุ่มของภาคประชาชนเองก่อนแล้ว
ขยับไปสู่การรายงานข้ามภูมิภาคหรือายงานในระดับประเทศ
7. ความเชื่อถือ/ศรัทธา สื่อชุมชน
ตามที่ภาคประชาชนได้รับข่าวสารทางเดียวมานาน ทำให้เกิดคำถามหรือข้อสงสัยว่าข้อมูลข่าวสารที่ได้รับนั้น
ถูกต้องเป็นประโยชน์ ส่งเสริมความดีงามของสังคมหรือไม่ จึงเป็นเหตุผลไปถึงความเชื่อถือ
จึงทำให้ภาคประชาชนเริ่มตรวจสอบและค้นหาความถูกต้องชัดเจนของข้อมูลข่าวสารแต่ถ้าได้รับการสนอง
ตอบจากฝ่ายส่งสารก็จะสามารถตอบข้อสงสัย หรือสร้างความเชื่อถือในข่าวสารนั้นได้
แต่ถ้าไม่ได้รับการสนองตอบก็ทำให้ความเชื่อถือของข่าวสารนั้นลดความน่าเชื่อถือลง
8. ไดอะแกรม
ธัมมสัญญ์
อุ่มเอิบ
รายงาน 07/03/52