CA รุกฆาตยาเสพติด

February 2nd, 2010

CAผู้นำการเปลี่ยนแปลง สัญจรตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ถกเครียดปัญหายาเสพติดภาคตะวันตก
นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธาน CA ภาคตะวันตก นายสยาม จิตรบวร เลขานุการ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผู้จัดการกองทุน นายชัชวาล บุญเก็บทอง ผู้ประสานพื้นที่สำนักงานปปส.ภาค ๑ นายภาณุวัฒน์ พุทธเกสร หัวหน้าสำนักงานฝ่ายอำนวยการกรมการปกครอง นายนเรศ กองสมบัติ หัวหน้าพื้นที่จังหวัดนครปฐม พร้อมกับ CA หลัก ๘ จังหวัด เปิดระดมความคิดเพื่อปรับแนวทางร่วมกัน ในการจัดการกับปัญหายาเสพติดในปี ๒๕๕๓ โดยที่แต่ละหัวกระบวนกลับไปพื้นที่ ทำการบ้านเพื่อจัดแผนภาคประชาชน โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง และเร่งเกมส์รุก เขย่าปัญหาที่มันซับซ้อน จนเกิดอาการเปลี้ยของภาครัฐ ทำให้เห็นแรงเฉื่อย ทุกข่ายทั้ง CA หลัก และ CA รอง ต้องออกแรงเพื่อนำผลกระทบและแนวทางการแก้ไข ซึ่งในการทำงานต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ผลของการประชุม มีความเห็นพบกันในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยให้นำCAรองมาด้วย เมื่อ ๓๐ มกราคม - ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร

นายกเทศมนตรีตำบลปากท่อร่วมกับ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ รับเป็นเจ้าภาพประชุมประชาคมอปพร.เขต๒

February 2nd, 2010




นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานกรรมการอปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรี ร่วมกับนายชูศักดิ์ ศุกระศร ประธาน อปพร.อำเภอปากท่อ นายวัชรวิชญ์ รอดจินดา อปพร.ดีเด่นปี ๒๕๕๓ และคณะกรรมการอปพร.จังหวัดราชบุรี เดินทางเข้าพบ นายวิชาญ รังสีวรรธนะ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากท่อ เพื่อเข้ารายงานบรรยากาศการจัดงานประชาคมอปพร.ศูนย์เขต ๒ สัญจร โดยศูนย์เขต ๒ ให้โอกาสจังหวัดราชบุรีเป็นเจ้าภาพ โดยท่านนายกวิชาญ รังสีวรรธนะ ได้เตรียมการจัดประชุมประชาคมครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่ เช่นการแสดงวัฒนธรรมความเป็นมาของ อปพร.ปากท่อ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล การจัดซุ้มนิทรรศการ การออกร้านอาหาร และการแบ่งกลุ่มสีจังหวัด เพื่อความพร้อมเพรียงในการอยู่ร่วมกัน ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ โดยใช้ห้องประชุมเทศบาล และสนามกีฬาประจำอำเภอ วึ่งมีเป้าหมายแสดงพลังของอปพร.จังหวัดราชบุรี โดยจะจัดในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ เทศบาลตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พบนายกเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลปากท่อ

ลาวเวียงราชบุรี และสำนักข่าวนิวส์โฟร์ (NEWS4)ต้อนรับบอร์ดพอช.

January 30th, 2010

นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี ประสานนายวิฑูรย์ ศรีเกษม ผู้ประสานสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ต.อ.สนาน อ่อนศรี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก อ.รังสรรค์ เสลาหลัก ประธานวัฒนธรรมลาวเวียงตำบลบ้านเลือก ผู้ใหญ่สังวาลย์ คงกระพันธุ์ พิธีกรสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก นายสุริยะ ก้วงเมี๊ยะ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านเลือก นายสุเทพ ไชยขันธ์ ผู้ชำนาญการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่ปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก นางสาววรรณา สีหาทัพ ผช.จัดการสำนักงานพื้นที่ปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก นางปริญดา รังษีสัจจะ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลสถาบันพอช. นายพรเทพ ศรีสมพงษ์ ผู้ประสานขบวนจังหวัดราชบุรี คุณวิวัฒน์ เจนชัย ประชาสัมพันธ์ภาคกลางตอนบนและตะวันตก นางสาววณิดา ณ ปัตตานี หัวหน้างานบริหารสำนักงานภาคกลางตอนบนและตะวันตก นางสาวนพรัตน์ จอมทรักษ์ เจ้าหน้าที่บริหารสำนักงานภาคกลางตอนบนและตะวันตก นางสาวเจนจินตา กั่งเซ่ง เจ้าหน้าที่ข้อมูล นางสาวสุภาภรณ์ ดำรงพันธุ์ เจ้าหน้าที่ข้อมูล และนายประพันธ์ สีดำ เปิดบ้านลาวเวียงหมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ต้อนรับคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)หรือพอช. โดยการนำของ พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการ พร้อมด้วย นางทิพรัตน์  นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นางอุดมศรี ศิริลักษณาพร หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และคณะโดยมีรายละเอียดดังนี้      ๑.เด็กหญิงศศิมาภรณ์ เครือละม้าย  กล่าวต้อนรับแบบวาทะศิลป์ ซึ่งเป็นการใช้ศิลปะในการพูดได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นนักเรียนโรงเรียนราชโบริกานุเคราห์      ๒.นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ นำเสนอความเป็นมาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี โดยเริ่มแต่ปี ๒๕๔๔ พอช.ได้เข้ามาหนุนเสริมประเด็นงานเช่น ทรัพยากร สวัสดิการ องค์กรการเงิน วัฒนธรรม และปี ๒๕๔๘ หนุนเสริมชาวบ้านทำแผนชุมชน รับรองสถานภาพ ทำให้ชาวบ้านคิดเป็นทำเป็น รัฐบาลตั้งให้เป็น ศตจ.ปชช.มีผลงานคือสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในทางที่เข้มแข็ง และมาเปลี่ยนเป็น ศจพ.ปชช.เมื่อ ๒๕๕๐ และร่วมผลักดันจนมี พรบ.สภาองค์กรชุมชนตำบล ทำให้สภาองค์กรฯเป้นเครื่องมือในการพัฒนาตามศักยภาพได้ เมื่อขบวนใหญ่ขึ้นจึงต้องปรับขบวนเปลี่ยนจาก ศตพ.ปชช.เป็นขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี มีตัวชี้วัดคือ ราชบุรีมีแต่ความดี ความสุข และความสามารถ      ๓.นายวิฑูรย์ ศรีเกษม นำเสนอความเป็นมาของขบวนองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก โดยมีฐานวัฒนธรรมลาวเวียง มีงานประเด็นองค์กรการเงินอยู่ที่วัดพระศรีอารย์ มีลาวเวียงอยู่ ๗ หมู่บ้าน มีเกษตรผสมผสาน การมีเกษตรปลอดสาร การทำตุ๊กตา การเลี้ยงวัวนม อยู่แบบพอเพียง มีเยาวชนคนรุ่นใหม่ ๘๐ คนเพื่อการเป็นเยาวชนอาสาฯมีอาสาสมัครหมู่บ้านเช่น อสม. อปพร. และใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือ และใช้แผนชุมชนเป็นแผนชีวิต      ๔.อาจารย์รังสรรค์ เสลาหลัก และ พันตำรวจเอกสนาน อ่อนศรี ได้นำคณะกรรมการ พอช.เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลาวเวียงตำบลบ้านเลือก และชมการแสดงลาวเวียงอย่างเต็มอิ่ม  คณะจึงเดินทางกลับ ต้องขอขอบคุณขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี และสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ผู้ใหญ่ประสิทธิ์ ช้างแก้ว ที่เป็นพิธีกรตลอดงาน และนางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ที่เสนอข่าวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ ณ หมู่บ้านขนุน หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

บรรณาธิการNEWS4จัดรูปขบวนองค์กรชุมชนที่ราชบุรี

January 27th, 2010

นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมคราวแรก ๑/๒๕๕๓ ของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี โดยมีคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนที่มีการลงนามแต่งตั้งโดย นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในคำสั่งมีคณะที่ปรึกษาโดยผวจ.ราชบุรีเป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษาประกอบด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พมจ.ราชบุรี เกษตรจังหวัดราชบุรี พัฒนาการจังหวัดราชบุรี สหกรณ์จังหวัดราชบุรี อบจ.ราชบุรี คุณทศพล แก้วทิมา ผศ.อรรถพล อุสายพันธ์ นายวิเชียร คุตตวัส นางวิษา ช่างประดิษฐ์ สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง และนายชัชวาล แอร่มหล้า ในส่วนของคณะทำงานองค์กรชุมชนประกอบด้วย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงาน นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว รองประธาน นายสาโรจน์ มูลพวก คณะสวัสดิการ นายวิฑูรย์ ศรีเกษม คณะสภาองค์กรชุมชนตำบล นายศุภกฤต สายรัตนอินทร์ คณะทำงานคปอ. นางจำปา ฮวดมา คณะติดตาม/ประเมินผล นางสาวดวงพร เพิ่มสิทธิ์ คณะทำงานการเงิน นายเอกมนตรี พัดทองกุลพัฒน์ คณะบ้านมั่นคง เป็นต้น พร้อมกับงานประเด็นอื่นๆที่ประชุมเปิดโอกาสให้คณะที่ปรึกษาได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คือ คุณวรรณา สีหาทัพ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการ สำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก และคุณพรเทพ ศรีสมพงษ์ เป็นผู้บรรยายร่วมกับ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เกี่ยวกับความเป็นมาของขบวน และวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน เป็นการรายงานเรื่องของผลลัพท์และตัวชี้วัดงานในพื้นที่ ซึ่งจะมีรายละเอียดของการบันทึดการประชุมขบวนนี้อย่างเข้มข้ม เพื่อที่จะพัฒนาบุคลากร พัฒนากลุ่มเลขานุการ พัฒนาแกนนำ พัฒนาด้านการเรียนรู้ของขบวน เป็นไปอย่างราบรื่น บรรยากาศเป็นแบบพี่แบบน้อง และเราสัญญากันว่าเราจะเป็นเสาหลักให้กับชาวราชบุรีเพื่อการพัฒนาแบบบูรณาการครบทุกพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี ต้องขอขอบคุณสำนักงานจังหวัดราชบุรี ขอบคุณคณะที่ปรึกษา ขอบคุณสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.ขอบคุณคณะทำงานทั้งจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ศาลากลางจังหวัดราชบุรี/รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวพลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชนภาคกลาง และมะกรูดดอทคอม

อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ร่วมกับ สำนักข่าวNEWS4 เยี่ยมชุมชนติดตามตัวชี้วัดและเป้าหมายที่บ้านเลือก

January 27th, 2010

นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี นำคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชน ๗ จังหวัด ประกอบด้วยประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี และราชบุรี ต้อนรับ ฯพณฯไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีผู้ร่วมเดินทางคือ นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วย ผอ.พอช.นายปฏิภาณ จุมผา ผจก.พื้นที่ปฏิบัติการภาคกลางตอนบนและตะวันตก นายสุเทพ ไชยขันธ์ ผู้ชำนาญการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นางสาววรรณา สีหาทัพ รักษาการ ผช.ผจก.ภาคกลางบนและตะวันตก นางปริญดา รังสีสัจจะ รก.ฝ่ายข้อมูล พอช. เพื่อติดตามความก้าวหน้าพื้นที่ ๑๔ ตำบลภาคตะวันตก ๗จังหวัดๆละ๒ตำบล และจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาของแต่ละพื้นที่ โดยให้คำปรึกษา และให้กำลังใจในการทำงาน มุ่งมั่นเพื่อสร้างความดี ความสุข ความสามารถให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ศาลาประชาคมวัดโบสถ์ ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี /รายงานข่าวโดยสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ สำนักข่าวสภาองค์กรชุมชน และสำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม

อปพร.ราชบุรี ร่วมกับ อบจ.ราชบุรีและสำนักข่าว NEWS4 ศึกษาดูงานจังหวัดสกลนคร นครพนมและมกดาหาร

January 27th, 2010




โดยการนำของ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานกรรมการอปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรี และรักษาการ อปพร.จ.ราชบุรี นายจีรพัฒน์ พรมสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน ปภ.จังหวัดราชบุรี นายยุทธพล วรรณะเรืองศรี เลขานุการอปพร.พร้อมกับ อปพร.จังหวัดราชบุรี ๑๖๐ นายเดินทางศึกษาดูงานที่ศูนย์ปภ.เขต ๗ สกลนคร โดยมีนายวีระศักดิ์ วิเชียรแสน รักษาการ ผอ.ศูนย์ปภ.เขต ๗ สกลนคร นางเพ็ญสวัสดิ์ แสงนภาบวร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ นางณัณฑริกา นิ่มพิศาล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานฝึกอบรม พร้อมกับนายยิ่งยศ ศรีรส วิศวกรเครื่องยนต์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้อบรมข้อมูลที่มีความประทับใจ ทั้งได้เรียนรู้กระบวนการ อปพร.เขต ๗ อย่างละเอียด ประสบผลสำเร็จดียิ่ง นอกจากนี้ได้นำอปพร.จ.ราชบุรี แสดงการโรยตัว การซ้อมแผนผู้ประสบภัย การค้นหา การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นของจริง โดยใช้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นการซ้อม และยังบันทึกความร่วมมือว่า อปพร.ศูนย์ เขต ๗ สกลนครและ อปพร.จังหวัดราชบุรี ต้านภัยรวมใจเป็นหนึ่ง เพื่ออนาคตของการกู้ภัยและช่วยเหลือ โดยในทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเข้มข้น และได้รับการกล่าวชมอย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ ๒๐-๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ ปภ.เขต ๗ สกลนคร /สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ไทย สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม รายงาน

อปพร.จังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ ปภ.จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่อบจ.ราชบุรี เข้าพักที่ไร่ภูพานรีสอร์ท อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร โดยมีผู้จัดการ วิสูตร ประทีปะวณิช 081-871-1716ให้การต้อนรับและดูแลอย่างอบอุ่น  มีการแสดงรอบกองไฟของอปพร.สีเขียว สีส้ม สีฟ้า และสีม่วง ซึ่งก็มี  นางเพ็ญสวัสดิ์ แสงนภาบวร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ และนายไสว นะธิศรี หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ สำนักงานปภ.มุกดาหารให้เกียรติร่วมงาน กิจกรรมอปพร.ราชบุรี    ณ  ไร่ภูพาน รีสอร์ท    รีสอร์ท ที่พัก และ โฮมสเตย์ ราคาประหยัด แห่งแรกบนเทือกเขา ภูพาน  ที่ประสมประสานอาคาร-ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างเป็นส่วนตัว ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ บรรยากาศบ้านสวน ได้อย่างลงตัวที่สุด หากท่านเป็นผู้รักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ   ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเต็มวัน เพื่อศึกษาดูงาน หรือเที่ยวชมในบริเวณไร่ภูพานรีสอร์ท ได้อย่างแบบทั่วถึงกับครอบครัวหรือมิตรเป็นหมู่คณะ กับพันธุ์ไม้นาๆชนิด บนพื้นที่ 200 ไร่ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๐น.คณะศึกษาดูงานอปพร.จังหวัดราชบุรี เดินทางไปวัดป่าภูน้อย (ห้วยผักดอก)บ้านกลาง หมู่ที่ ๖ ตำบลคำพี้ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เพื่อทอดผ้าป่าสามัคคี ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดีเยี่ยม รวบรวมเงินทอดผ้าป่าได้ ๓๕,๐๕๓บาทและรับฟังเทศน์จากพระอาจารย์อย่างอิ่มบุญวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๓ คณะศึกษดูงาน อปพร.จังหวัดราชบุรี เดินทางกราบนมัสการพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลุ่มน้ำโขง เพื่อขอพรบารมีก่อนเดินทางกลับ เป็นการสักการะพระธาตุคู่บ้าน ของชาวอิสาน แล้วเดินทางกลับทางจังหวัดมุกดาหาร เข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระบุรี กทม.จังหวัดนครปฐม สู่จังหวัดราชบุรีอย่างปลอดภัย คณะศึกษาดูงานอปพร.จังหวัดราชบุรี ต้องขอขอบคุณ ศูนย์ ปภ.เขต ๗ สกลนคร ศูนย์ปภ.เขต ๖ สารคาม ศูนย์ ปภ.เขต ๕ นครราชสีมา ศูนย์ปภ.เขต ๒ สุพรรณบุรี สำนักงานปภ.จังหวัดนครปฐม ที่อนุเคราะห์เส้นทางของเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร โดยคณะฯได้รับการตอบสนองอย่างดีเยี่ยม ต้องขอขอบคุณ นายวันชัย ธีระสัตยกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณโครงการและส่งเจ้าหน้าที่ประสานงานจนได้รับคำชมเชยอย่างดียิ่ง และนายจีรพัฒน์ พรมสุวรรณ์ ผช.ปภ.จังหวัดราชบุรี และนายปฐม สายเส็ง เจ้าหน้าที่ปภ.จ.ราชบุรี ที่ประสานงานและเดินทางไปด้วยอย่างอบอุ่น ในนามของรักษาการประธาน อปพร.จังหวัดราชบุรี ขอแสดงความซาบซึ้งทุกหน่วยงาน สมาชิก อปพร.และสถานที่พัก ไร่ภูพานรีสอร์ท ที่บริการสมศักดิ์ศรีเยี่ยมจริง ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ เราสัญญาว่าจะนำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์มาใช้ในขบวนการอปพร.จังหวัดราชบุรี และศูนย์ อปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรีอย่างเต็มความสามารถ เมื่อวันที่ ๒๐-๒๓ มกราคม ๒๕๕๓

กองกำลังผสมอปพร.ราชบุรี สำนักข่าว NEWS4 สวนสนามดอนเจดีย์ บวงสรวงพระนเรศวร

January 19th, 2010


อปพร.กองผสม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี นำโดย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานอปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรี ในฐานะประธานอปพร.กองผสม นำอปพร.กองผสมจำนวน ๒๕๐ นายร่วมงานบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระนเรศวรมหาราช และงานกาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเมื่อประธานกองกำลังผสมเดินทางถึงบริเวณพิธี ได้เข้ารายงานตัวกับ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี โดยมีคุณสมเจตน์ พรหมสุนทร ปภ.จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ประสานการจัดงานรวมพลังอปพร.กองผสมในครั้งนี้ ซึ่งมีนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๑ เป็นประธานในพิธี กองกำลังผสมอปพร.รู้สึกได้รับเกียรติสูงสุดในการเข้าร่วมพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในครั้งนี้ ถือว่าพระองค์ท่านกู้ชาติไทยไว้ แล้วให้คนไทยทุกหมู่เหล่าได้ปกป้องรักษาไว้ อปพร.เปรียบเหมือนทหารอาสาชุมชน เป็นคณะเครือข่ายในบ้านเมืองเพื่อ ช่วยเหลือและป้องกันภัยพิบัติ โดยเหตุนี้เราจึงมีอุดมการณ์เดียวกัน เราจึงรักกัน และจะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ต้องขอขอบคุณ ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต ๒ สุพรรณบุรี นายวิรัช ศรีบานเย็น ประธานอปพร.จังหวัดสุพรรณบุรี นายมณเทียร แก้วพลอย ประธานอปพร.จังหวัดนครปฐม และตัวแทนอปพร.จังหวัดกาญจนบุรี ที่เห็นความสำคัญในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่แบบครอบครัวอบอุ่น ชุมชนน่าอยู่ และสังคมเป็นสุข เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓ ณ อนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

สำนักข่าวNEWS4 และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ซ้อมแผนอพยพภัยพิบัติ

January 19th, 2010

 บ้านบ่อมะกรูด ๓๐ ครอบครัว รุ่นที่ ๑ ซ้อมแผนอพยพภัยพิบัติ เตรียมความพร้อมชุมชนสู่ความไม่ประมาทกับภัยธรรมชาติ สนับสนุนโดย สำนักงานปภ.จังหวัดราชบุรี อปพร.จังหวัดราชบุรี กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด ศูนย์พลเมืองคุณธรรม สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สายตรวจตำบลบ้านฆ้อง NEWS4สื่อภาคประชาชน ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี ศอช.จ.ราชบุรี อปพร.เขต ๒ สุพรรณบุรี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี วิสาหกิจชุมชนจังหวัดราชบุรี สภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ สมาคมสภาองค์กรพุทธบริทแห่งชาติ และ ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ
            นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานกรรมการคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี ในฐานะประธานอปพร.จังหวัดราชบุรี ได้ประสานยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติธรรมชาติ แบบไม่ประมาท โดยใช้พื้นที่หมู่บ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่ซ้อมแผนภัยพิบัติ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เนื่องจากอำเภอโพธารามเป็นพื้นที่ใต้เขื่อนศรีนครินทร์(เขื่อนเจ้าเณร)ระยะการเดินทาง ๔๘ ชั่วโมงในระดับความสูง ๗.๕ เมตร เพื่อความไม่ประมาททั้งเรื่องเขื่อนแตก และเรื่องแผ่นดินไหว(อ๊าฟเตอร์ชอร์ค) ภัยจากสารเคมีรั่วไหลโรงไฟฟ้าราชบุรี หรือภัยจากอุทกภัยแกนโลกพลิกต่างๆ ในการเตรียมพร้อมเราต้องเตรียมพร้อมเรื่องอพยพไปยู่ในที่ปลอดภัย แหล่งรวมพล แหล่งรวมอาหาร น้ำดื่ม การป้องกันโรคติดต่อ สุขภาพอนามัย และการใช้พาหนะอพยพ สิ่งสำคัญเราจะพยายามไม่ให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยวิทยากรนายจีรพัฒน์ พรมสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันสำนักงาน ปภ.จังหวัดราชบุรี กล่าวว่าหมู่บ้านบ่อมะกรูด เป็นหมู่บ้านเข้มแข็งจริงๆ การมีผู้นำที่ดีย่อมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและประเทศชาติ โดยเฉพาะการซ้อมแผนภาคประชาชน ตนพึ่งได้พบเห็นที่บ้านบ่อมะกรูดแห่งนี้เป็นแห่งแรก นายชูศักดิ์ ไชยแป้น ผู้ประสานงานอปพร.สำนักงานปภ.จังหวัดราชบุรี ได้กล่าวถึงงานซ้อมแผนว่า หากมันเกิดขึ้นจะได้มีเวลาเตรียมตัว มีการวางแผน การดูแลซึ่งกันและกัน ส่วนสำคัญคือการเอื้ออาทรกับแบบบ้านบ่อมะกรูด เป็นเรื่องของความเตรียมความพร้อมที่น่ายกย่องจริงๆ ทางด้าน ด.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา หัวหน้าสายตรวจตำบลบ้านฆ้อง ได้กล่าวว่าในการเตรียมความพร้อมเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการที่จะพิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรให้มากที่สุด และยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของทางราชการด้วย ได้ร่วมกับชาวบ้านบ่อมะกรูดมาโดยตลอด จึงทำให้เห็นว่าที่นี่ประสบผลสำเร็จในด้านการพึ่งพาตนเองตลอด และยังมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเครือข่ายอยู่ตลอดเวลา นางจำปา ฮวดมา ประธานเครือข่ายภาคประชาชนตำบลบ้านสิงห์ กล่าวว่าตั้งแต่เครือข่ายบ้านบ่อมะกรูด เกิดขึ้นมาเมื่อ ๑๐ปีที่แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดราชบุรีมากมาย เช่นมีการรวมตัวเป็นเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน เครือข่ายอปพร.จังหวัดราชบุรี เครือข่ายศตส.ภาคประชาชน เครือข่ายแผนชุมชน เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายสื่อชุมชน เครือข่ายศอช.จังหวัดราชบุรี เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายเยาวชนอาสา เครือข่ายโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เครือข่ายทูบีนัมเบอร์วัน ซึ่งแต่ละเครือข่ายแกนนำบ้านบ่อมะกรูด นำโดยนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ได้เข้าไปสท้อนปัญหา เสนอทางออก ส่งเสริมเป็นนโยบาย และสนับสนุนขบวนการ สู่การเปลี่ยนแปลง ในการซ้อมแผนครั้งนี้ มีทั้งหมด ๓๐ ครัวเรือนผู้เข้ารับการอบรม ๕๐ คนและมีหลวงพ่อวิสุทธิวีรธรรม เจ้าอาวาสวัดบ่อมะกรูด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เป็นประธานการประสานงานร่วมภาคปฏิบัติการ ๒๔ ชั่วโมง เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ ณ สถานีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-การสื่อสารอปพร.ชุมชนหมู่บ้านบ่อมะกรูด ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

มหาดไทยเอาจริงปัญหายาเสพติด ประชาชนไชโยทั้งประเทศ

January 13th, 2010

มท.ล่าชื่อแก้กม.ยาเสพติด 3 ฉ. ลดปริมาณถือครอง-เพิ่มโทษหนักประหารชีวิต ตั้งเป้าล่า10ล้านชื่อกดดันรบ.

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์  โดย สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย  เร่งจัดทำร่างแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดรวม 3 ฉบับ  จำนวน 3 ฉบับ คือพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545   โดยมีสาระสำคัญในการกำหนดเพิ่มโทษผู้ผลิต  ผู้นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติด  ประเภท 1  ให้ได้รับโทษถึงประหารชีวิต  รวมทั้งลดปริมาณการครอบครองแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย  จากไม่เกิน 20 กรัม เป็นไม่เกิน 10 กรัม   โดยจะผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เป็นผู้เสนอขอแก้ไขตามขั้นตอนต่อไป และจะขอให้ทุกจังหวัดจัดทำประชาคม  เพื่อประชาสัมพันธ์และอธิบายรายละเอียด ให้ประชาชนทราบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 163

นอกจากนี้ รมว.มหาดไทย   ยังได้กำชับให้จังหวัด ที่ยังไม่สามารถลดจำนวนหมู่บ้านที่มีปัญหายาเสพติดได้ตามเป้าหมายในแผนปฏิบัติการ “มหาดไทย CLEAN & SEAL  ทำความดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด”  และจังหวัดที่ยังไม่ได้รายงานผลการดำเนินการ เร่งดำเนินการและรายงานให้ทราบ  ขณะนี้มีจังหวัดที่ปฏิบัติการแล้ว และได้รับผลสำเร็จตามเป้า เพียง 10 จังหวัดเท่านั้น โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดแพร่ ตรัง พะเยา ฉะเชิงเทราและหนองคาย
นายชวรัตน์ ยังกำชับผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อลูกหนี้นอกระบบ  ที่ผ่านการคัดกรองจากกระทรวงการคลังแล้ว  โดยขอให้จังหวัดและอำเภอ ตรวจสอบรายละเอียด (know who)  และจัดระบบการเจรจาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ให้แล้วเสร็จ ตามจำนวนและกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ หากพบปัญหาอุปสรรค หรือติดขัดการดำเนินการในจุดใด ขอให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอแจ้งให้มา เพื่อที่จะได้นำไปหารือในระดับนโยบายต่อไปด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทย กล่าวว่า การเพิ่มโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้มากขึ้นนั้น เป็นการเอาแนวทางของประเทศที่แก้ไขปัญหายาเสพติดได้ผลอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์มาปรับใช้ เพื่อให้เกิดความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนลงชื่อเสนอกฎหมาย ก็เพื่อแสดงออกให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากเห็นด้วย โดยตนคาดการณ์ว่าจะมีคนร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขพ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับมากกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ เมื่อมีคนจำนวนมากเห็นเช่นนี้ รัฐบาลก็จำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาดำเนินการโดยเร็ว หากไม่ดำเนินการ ก็ต้องไปตอบคำถามคน 10 ล้านคนที่ร่วมลงชื่อว่าเป็นเพราะอะไรกันเอาเอง

นายกรัฐมนตรีมอบสวัสดิการชุมชนที่ทำเนียบ

January 11th, 2010

ทำเนียบรัฐบาล นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานสื่อชุมชนแห่งชาติ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะ
ทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี และบรรณาธิการสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ นำแกนนำชุมชน
และสื่อชุมชนศูนย์นครปฐม ศูนย์สระบุรีกำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ ศูนย์ราชบุรีนายยุทธพล วรรณะเรืองศรี และ
ศูนย์สิงห์บุรี นายวิเชียร ศรีเชียงสาร่วมงานสวัสดิการชุมชน และการถ่ายทำข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ในการจัด
งาน สวัสดิการชุมชนรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อมอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 375กองทุน
วงเงิน 112.48 ล้านบาท จากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงาน และองค์กรสวัสดิ
การชุมชนร่วมงานประมาณ 1,000 คนจากแกนนำชุมชน 66จังหวัดดังนี้
1. ภาคเหนือ 71 ตำบล 18,715,935 บาท
2. ภาคกลางบน/ตะวันตก 7,791,657 บาท
3. ภาคอิสาน 16,666,341 บาท
4. ภาคใต้ 56,759,559 บาท
5. กทม./ตะวันออก 12,555,380 บาท
สนับสนุนโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
(องค์การมหาชน)หรือ พอช. /รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ NEWS4 มะกรูดดอทคอม ศูนย์พลเมือง
คุณธรรม และ Thaiccnews เมื่อ 11 มกราคม 2552 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

รศ.ปาริชาติ วลัยเสถียร ร่วมกับ สำนักข่าวNEWS4 สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง และสำนักงาน ปปส.วิจัยงานเครือข่ายต้านยาที่ราชบุรี

January 10th, 2010





ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด ในนามเครือข่ายบ่อมะกรูดร่วมมิตร นำโดย นายทองสุข ลาลาด ประธานชุมชน หมู่ที่ ๗ จสอ.ดินันท์ วสุรักขะ ประธานชุมชนหมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และ นายสยาม จิตรบวร ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคตะวันตก นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานเครือข่ายต้านยาเสพติดจังหวัดราชบุรี ให้การต้อนรับคณะทีมวิจัยจาก รศ.ปาริชาติ วลัยเสถียร อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย อ.พรพิมล โรจนโพธิ์ เป็นการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ กลุ่ม/บุคคล ประเด็นการสัมภาษณ์ดังนี้
คณะกรรมการหมู่บ้านบ่อมะกรูด
1.  แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมและบทบาทของตนเองในองค์กร

2. ความสำเร็จและความความภูมิใจที่ได้รับจากงานนี้

3. คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

4. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

5. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติดคณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี

1. ความเป็นมาในการจัดตั้งศตส. และบทบาทของตนเองในองค์กร
2. เป้าหมาย   ยุทธศาสตร์  และกิจกรรมขององค์กร3. ความสำเร็จและความความภูมิใจที่ได้รับจากงานนี้4. คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง5. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง6. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติดแกนนำอำเภอโพธาราม
1. รูปแบบการทำงานขององค์กรต่อสู้ยาเสพติดที่โพธาราม และบทบาทของตนเองในองค์กร

2. เป้าหมาย   ยุทธศาสตร์  และกิจกรรมขององค์กร

3. ความสำเร็จและความความภูมิใจที่ได้รับจากงานนี้

4. คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

5. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

6. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติดสัมภาษณ์ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ1. การดำรงชีพ  ครอบครัว  การสนับสนุนที่ได้จากรัฐ2. ที่มาของยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของหมู่บ้าน3. เป้าหมาย   ยุทธศาสตร์   และยุทธวิธีของเครือข่ายจังหวัด4. การสนับสนุนที่เครือข่ายจังหวัดได้รับ5. โดยภาพรวมเครือสามารถ ลดความรุนแรงชองปัญหายาเสพติดได้ในระดับใด6  กฎ   กติกา ในการทำงานเครือข่าย จังหวัด

7 การจัดการเรียนรู้ให้กรรมการและสมาชิก

8. ระบบการช่วยเหลือซึ่งกันแล กันของเครือข่าย

9  คุณลักษณะขององค์กรที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

10. ปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง

11. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานต่อสู้กับปัญหายาเสพติด

นอกจากนี้ยังสัมภาษณ์  ด.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา หัวหน้าสายตรวจตำบลบ้านฆ้อง กำนันตำบลบ้านฆ้อง นายชาติชาย พิทักษ์คูสุวรรณ หมออนามัยบ้านเก่า นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว นายสมศักดิ์ เจริญลาภทวี นางจำปา ฮวดมา นายวิฑูรย์ ศรีเกษม นายสยาม จิตรบวร นางสมคิด อ้อยหวาน พร้อมเครือข่าย ๑๕ เครือข่ายอย่างเต็มพิกัด เพื่อการมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูลจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๙-๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านบ่อมะกรูด

กรรมการธนาคารโค-กระบือกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง และสำนักข่าว NEWS4 มอบวัวให้ชาวบ้าน

January 4th, 2010



นายวินัย คงนะภา ประธานธนาคารโค-กระบือ มอบวัวแม่พันธุ์ให้เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มสตรี นำไปเลี้ยง เพื่อเป็นเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทาง“พ่อหลวง”อย่างแท้จริง/สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNews4สื่อภาคประชาชนและมะกรูดดอทคอม รายงาน

กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง และสำนักข่าว NEWS4เปิดธนาคารโคกระบือที่บ่อมะกรูด

January 4th, 2010

กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด ร่วมกับ นางสายพิน โพธินวล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี หนังสือพิมพ์หลักเมืองราช ศตส.ภาคประชาชน สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี ศอช.จ.ราชบุรี อปพร.จังหวัดราชบุรี สถานีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-การสื่อสารอปพร.ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด สื่อชุมชนแห่งชาติ ศูนย์พลเมืองคุณธรรม NEWS4สื่อภาคประชาชน สำนักข่าว RCTV ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวบ้านบ่อมะกรูด ศูนย์ถ่ายทอดการเกษตรตำบลบ้านฆ้อง เปิดธนาคารโคกระบือกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด ในพิธีการมีนางสายพิน โพธินวล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนเป็นประธาน นายพงศ์ศักดิ์ ลิมปิการกุล นายประชิน สังขานวม นายทองสุข ลาลาด นางจำปา ฮวดมา นายวิทูรย์ ศรีเกษม นายกอุดมลักษณ์ กาญจน์อร่ามกุล นางกรรณิกา ณ บางช้าง นายยุทธพล วรรณะเรืองศรี นางศลิษา จันทวรรณ์ โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระ และไถ่ชีวิตโคกระบือจำนวน ๕ ตัวเป็นวัวเพศเมียมีลูกติดในท้องทั้ง ๕ ตัวโดยซื้อชีวิตมาจากโรงเชือดในเขตอำเภอโพธาราม เมื่อรวมกับโค-กระบือที่ไถ่มาตั้งแต่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในวันแม่แห่งชาติ ๓ โค วันพ่อแห่งชาติ ๓ โคและรับการสนับสนุนจากประชาสงเคราะห์เดิมอีก ๕ เป็น ๑๖ ตัวคณะกรรมการหมู่บ้านแต่งตั้งให้นายวินัย คงนะภา เป็นประธานคณะกรรมการ มีผู้ช่วยสุวรรณ ศรีนาค และ ด.ต.ชัยกร จิตรคำ เป็นรองคณะทำงาน โดยมีนางสวรินทร์ กูดเพตรา เป็นเลขานุการ มอบวัวให้ชาวบ้านครอบครัวละ ๒ ตัวโดยนำไปเลี้ยง มีเป้าหมายเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีระเบียบต้องรักษาชีวิตแม่พันธุ์ เพื่อถวายชีวิตเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เป็นธนาคารความดี ซึ่งเป็นโครงการประสานงานร่วมกับองค์กรต่างๆอย่างเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านโดยรวม เป้าหมายหลักต้องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบออกจากชุมชนภายใน ๓ ปี ถึงปี ๒๕๕๕ และมีจำนวน ๑๙๙ ตัว และพัฒนาสายพันธุ์ไทย ประสานการจัดงานโดย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

พระพุทธเจ้าอวยพรปีใหม่ ๒๕๕๓

January 1st, 2010

ภาพพระราชทานอวยพรปีใหม่ ๒๕๕๓

January 1st, 2010

คำพยากรณ์ประเทศไทยปี ๒๕๕๓

December 31st, 2009

“นอสตราดามุสเมืองไทย” พยากรณ์ดวงปี 53 ชี้การเมืองวุ่นวาย ใต้ยุ่งเหยิง มีภัยสึนามิ เขื่อนแตก หิมะตก “โสรัจจะ นวลอยู่” ทำนายดวงเมือง ชี้ปีหน้าการเมืองวุ่นวาย มีรัฐประหาร อาจเกิดชุมนุมใหญ่กว่า 14 ตุลา ระบุปัญหาชายแดนใต้หนักขึ้นเรื่อย ๆ หาทางออกไม่ได้ เตือนระวังพายุใหญ่ สึนามิ เขื่อนแตก และหิมะตกครั้งประวัติศาสตร์

นายโสรัจจะ นวลอยู่ นักพยากรณ์ชื่อดังเจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” ซึ่งเคยทำนายดวงเมืองทั้งของประเทศไทยและโลกได้อย่างแม่นยำมาหลายต่อหลายครั้ง อาทิเช่น เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยายน 2544, การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก, เหตุการณ์สึนามิ 26 ธันวาคม 2547, การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้น ได้เขียนคำพยากรณ์ดวงเมืองประจำปี 2553 เผยแพร่ในหนังสือ “ศาสตร์แห่งโหร 2553″ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจเป็นรายเดือน ดังต่อไปนี้ มกราคม คนจำนวนมากต้องตายลงอย่างกะทันหันจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่จะแพร่ขยายพันธุ์ทางอากาศ บ้านเมืองจะมีการปฏิรูปใหญ่ นักวิชาการจะมีบทบาทเข้ามาบริหารบ้านเมือง ปัญหาอันยุ่งยากซับซ้อนของบ้านเมือง ต่อให้เทวดาหน้าไหนมาแก้ไขก็เห็นจะแก้ให้คืนดีได้ยาก เว้นแต่จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ต่าง ๆ ไปตามกาลเทศะเท่านั้น การเมืองของไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมีผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง จะเกิดการผ่าตัดปฏิรูปหรือปฏิวัติตัวเองเป็นการใหญ่แบบพลิกแผ่นดินขึ้นในเมืองไทย เป็นระยะที่นายกรัฐมนตรีจักเป็นอันตราย คนสำคัญจะล่วงลับไป กรุงเทพฯจะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตาย สถานทูตและตึกรามบ้านช่องถูกทำลาย มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนตร์ จะมีเครื่องบินภายในประเทศตก จะสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศไปในระยะนี้ เป็นนิมิตร้าย ย่อมจะวุ่นวายไปทั่ว สถานการณ์ทางใต้ของประเทศไทยเพิ่มความร้อนแรงและน่ากลัวขึ้น เกิดระเบิดพลีชีพหลายจุด มีคนตายนับร้อย ศัตรูภายนอกจะแสดงบทบาทระราน ยั่วยวนโทสะมากขึ้นโดยอาศัยสถานการณ์อันยุ่งเหยิงภายในเป็นเหตุ บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาทคึกคักขึ้น เพราะความเห็นแก่ตนของเหล่าอภิสิทธิ์ชนทั้งหลาย เป็นเหตุให้เหล่าปัญญาชนตระหนักถึงภัยอันใหญ่หลวงของประเทศชาติ ซึ่งถ้ายังขืนปล่อยให้สังคมดำเนินไปเช่นนี้ เหล่าคนยากจนหรือผู้ใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำซึ่งล้วนมีรายได้น้อยไม่สมดุลกับรายจ่ายก็จะลุกฮือขึ้นมาจับอาวุธต่อต้าน อาจละเมิดกฎหมาย เกิดจลาจล ประทุษร้าย ก่อความไม่สงบ เกิดการปล้นฆ่าล้างผลาญ คนรวยมาเดินตามท้องถนนไม่ได้อาจถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ต้องหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน ประกาศกฎอัยการศึก มีผู้คนต้องล้มตาย เกิดเป็นสงครามกลางเมืองแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย แผ่นดินเดือด เลือดไหลริน ผู้นำต้องหนีลี้ภัยออกนอกประเทศเหตุการณ์ถึงจะสงบลงได้ เศรษฐกิจของประเทศเริ่มตกต่ำอีก คนงานถูกปลดออกจากงานเป็นจำนวนมาก ข้าวยากหมากแพง หุ้นตกอย่างวินาศสันตะโร สถาบันทางการเงินและธนาคารล้ม เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศไทย เกิดขึ้นทางภาคเหนือ มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมหาศาล และจะมีอุบัติเหตุทางทะเลและทางเครื่องบินมากกว่าในระยะใด มีการตายหมู่เป็นร้อย กุมภาพันธ์ ทางภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ชาวต่างชาติเสียชีวิตมากมายจากผู้ก่อการร้าย เกิดโรคระบาดร้ายแรงทั่วประเทศ คนนับพันล้มป่วยและล้มตาย มีเรื่องกระทบกระทั่งกับเขมร ที่เป็นหอกข้างแคร่ที่แสนขมขื่น มีนาคม ทางใต้ถูกก่อวินาศกรรมสุดโหดเหี้ยม ต้นเดือนมีอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศ เกิดรถไฟชนกันและตกราง คนตายนับร้อยและบาดเจ็บจำนวนมาก อุบัติเหตุใหญ่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ เกิดแผ่นดินไหวสุดหฤโหดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตึกระฟ้าในกรุงเทพฯพังทลายเป็นทิวแถว ฝังคนทั้งเป็นนับร้อยนับพันเหมือนมดปลวก จะเกิดการผ่าตัดปฏิรูปหรือปฏิวัติตัวเองเป็นการใหญ่แบบพลิกแผ่นดินขึ้นในเมืองไทย เป็นระยะที่นายกรัฐมนตรีจักเป็นอันตราย คนสำคัญจะล่วงลับไป หุ้นจะตกรุนแรง ธนาคารอาจปิดตัวลง ประสบภาวะเงินฝืด กำลังซื้อลดลง บรรดาบริษัทห้างร้านเอกชนหรือโรงงานผลิตสินค้าจำหน่ายภายในประเทศจะประสบปัญหาทางการตลาด จำเป็นต้องลดจำนวนคนงานลงอันเนื่องมาจากการลดผลผลิต โรงงานส่วนใหญ่จะต้องปิดตัวลง ราวกลางเดือนมีไฟไหม้ใหญ่หลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่และชลบุรี เกิดภัยพิบัติทางทะเลครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ มีคลื่นยักษ์เป็นกำแพงสูงเสียดฟ้า อันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะสุมาตรา พัดเข้าถล่มหมู่เกาะและชายฝั่งด้านอันดามัน กวาดผู้คนและทรัพย์สินบ้านเรือนที่ติดทะเลลงสู่ทะเลไปเกือบหมดสิ้น ทำให้เกาะบางเกาะจมหายไปในทะเล จะมีสัญญาณบางอย่างบ่งบอกว่าผู้ใหญ่ในแผ่นดินของเราจักเป็นอันตราย เกิดจลาจลเผาผลาญอาคารสถานที่ราชการและบ้านเรือนวอดวายไป ปลายเดือนบุคคลที่กุมอำนาจน่าจะตระหนักถึงอันตรายภายในและภายนอกที่ค่อนข้างรุนแรงมาก เราจะเริ่มขัดแย้งกับประเทศมหาอำนาจแดนไกล (สหรัฐฯ) เพราะสืบเนื่องมาจากข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่ตกลงกันไม่ประสบผลสำเร็จ เมษายน ปัญหาพม่าและเขมรจะนำความเดือดร้อนอย่างมาก เหตุการณ์น่าเป็นห่วง เศรษฐกิจของประเทศเริ่มตกต่ำอีกถึงขั้นล้มละลายทางเศรษฐกิจ คนงานถูกปลดออกจากงานเป็นจำนวนมาก ข้าวยากหมากแพง หุ้นตกอย่างวินาศสันตะโร เกิดการปฏิวัติรัฐประหารครั้งใหญ่ เลือดนองไปทั่วแผ่นดิน ในกรุงเทพฯจะถูกก่อวินาศกรรมเสียหาย มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ จะมีเครื่องบินภายในประเทศตก ทางใต้ร้อนเป็นไฟ ถูกก่อวินาศกรรมอย่างรุนแรง กลางเดือน บุคคลสำคัญระดับสูงจะเจ็บป่วยหนักและเสียชีวิต รัฐบาลจะเผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก เศรษฐกิจของบ้านเมืองตกต่ำอย่างสุดปัญญา เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกาะสุมาตรา และมีผลกระทบถึงไทยอย่างรุนแรง พฤษภาคม บุคคลสำคัญของแผ่นดินจักเจ็บไข้ได้ป่วย และอาการจะรุนแรงอย่างคาดไม่ถึงด้วย อาจสูญเสียชีวิต ทางภาคใต้เกิดจลาจลใหญ่ มีการสูญเสียชีวิตผู้คนมากมาย องค์กรระหว่างประเทศต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง และอาจต้องประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน ไข้หวัดนกระบาดหนักขึ้นมาอีก ทำให้ผู้คนล้มตาย จะติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ เศรษฐกิจของบ้านเมืองตกต่ำอย่างสุด ๆ ค่าเงินบาทถดถอย หุ้นจะตกอย่างรุนแรง ธนาคารใหญ่ประสบภาวะเงินฝืดเคือง กำลังซื้อลดลง บริษัทห้างร้านหรือโรงงานผลิตสินค้าประสบปัญหาทางการตลาด เกิดปัญหาการส่งออก จำเป็นต้องลดจำนวนคนงาน โรงงานทั้งเล็กและใหญ่ปิดตัวลงมากมาย ปัญหาคนว่างงานมีไปทั่ว ปลายเดือนประเทศไทยถูกเหล่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ภาคใต้ทำการเผาโรงเรียนหลายแห่ง ผู้นำประเทศถูกลอบทำร้าย ส่วนด้านชายแดนจะมีการขัดแย้งกับเพื่อนบ้านเขมรและพม่ารุนแรง มิถุนายน ดารานักแสดงอาจประสบอุบัติเหตุหรือล่วงลับไปหลายคน เลยกลางเดือนไปแล้วบุคคลสำคัญจะเดินทางออกนอกประเทศ หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเจ็บป่วย การเมืองไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมีผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง มีการลอบวางระเบิดชนิดร้ายแรงกว่าที่เคยมีมาใน 3 จังหวัดภาคใต้ เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ คนล้มตายเป็นพัน กรกฎาคม เกิดวินาศกรรมทั่วทุกภาคของประเทศ จะเกิดอุบัติเหตุหมู่ ไฟป่าเผาผลาญเป็นจำนวนมาก ไฟลุกโชติช่วงไปทุกหนแห่ง ในวงการการเมือง บุคคลในเครื่องแบบจะมีปัญหาขัดแย้งกันรุนแรง ผู้มัวเมาอำนาจจะแสดงอำนาจโดยไม่เป็นธรรม ผู้ก่อการร้ายทางภาคใต้จะกำเริบเสิบสานเป็นการใหญ่ ปัญหาชายแดนทางใต้จะก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง ประเทศใกล้เคียงจะสนับสนุนให้มีการก่อการกำเริบมากขึ้น กลางเดือนกรุงเทพฯ ตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยอาจถล่มทลายจากแผ่นดินทรุดตัวหลายแห่ง ปลายเดือนพายุโซนร้อนผ่านตอนใต้ของประเทศอย่างรุนแรง ชาวใต้ต้องอพยพด่วน ชายทะเลฝั่งตะวันออกถูกพายุกวาดลงทะเลไปเป็นจำนวนมาก หลายจังหวัดทางภาคใต้โดนวาตภัยร้ายแรง ทางรถไฟสายใต้ขาด รถเดินไม่ได้ โทรศัพท์เสีย พายุไซโคลนลูกใหญ่จะพุ่งเข้าไทยอย่างร้ายแรงกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา โหมเข้าภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯด้วย สิงหาคม เขมรบุกสยามประเทศ ส่งกำลังทหารเข้าโจมตี ทหารไทยเสียชีวิตจำนวนมาก ถึงคราวแล้วที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สงครามที่เราไม่เคยมีมาเลยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเวลาช้านานแล้ว เป็นการรบอย่างแท้จริง ถ้าประเทศไทยยังเฉยเมยไม่ตระหนักต่อปัญหาที่รุมเร้าหนักข้อขึ้นทุกที เสมือนดูหมิ่นสยามประเทศมาโดยตลอด ดังนั้นปี 2553 จะเกิดการรบนองเลือดถึงขั้นเสียชีวิตผู้คนมากมาย ถึงจะได้คืนมาซึ่งแผ่นดิน แต่ก็อาจจะต้องประกาศสงครามกับเพื่อนบ้าน กลางเดือน ถูกเหล่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ภาคใต้ทำการเผาโรงเรียนหลายแห่ง ผู้นำประเทศถูกลอบทำร้าย รัฐบาลประกาศขึ้นภาษีทุกประเภท เงินบาทลอยตัวสูงสุดในประวัติการณ์ ผู้คนเดือดร้อน ฆ่าตัวตายกันเป็นแถว พายุโซนร้อนผ่านตอนใต้ของประเทศอย่างรุนแรง มีผู้คนเสียชีวิตมากมาย จนต้องมีการอพยพผู้คนไปอยู่ยังดินแดนแห่งใหม่ที่ปลอดภัย เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศไทย เกิดขึ้นทางภาคเหนือ มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมหาศาล และจะมีอุบัติภัยทางทะเลและทางเครื่องบินมากกว่าในระยะใด มีการตายหมู่เป็นร้อย กันยายน ทางใต้ขอแบ่งแยกเพื่อปกครองตนเอง ดีเปรสชั่นผ่านตอนเหนือของประเทศอย่างรุนแรง น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสาน ลงมาทางใต้ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนทั้งเล็กและใหญ่พังทลาย เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด พืชพันธุ์ธัญญาหารเสียหายหนักยิ่งกว่าครั้งใด มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน กรุงเทพฯต้องจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลายาวนาน ภัยธรรมชาติยังคุกคามต่อไปอีกทั้งภาคเหนือ อีสาน และทางภาคใต้ โดยเฉพาะทางภาคใต้จะโดนอย่างหนัก ถือได้ว่าเป็นวาตภัยครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง และผู้คนที่อาศัยอยู่ติดทะเลจะถูกพายุร้ายหอบตกทะเลแทบไม่เหลือหลอแม้แต่รายเดียว เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ ปัญหาของประเทศมีมาก ผู้เป็นใหญ่ บุคคลสำคัญจักล้มเจ็บอย่างกระทันหัน ตุลาคม เกิดปัญหาทางภาคใต้ ทำให้ทั่วโลกตกตะลึง เกิดการจลาจลนองเลือด บุคคลในเครื่องแบบจะมีบาทบาททันที เกิดการจลาจล รัฐประหารครั้งใหญ่ เกิดการนองเลือด ผู้คนล้มตายเป็นเบือ พฤศจิกายน เป็นเดือนสุดโหดสุดวิปริตที่แท้จริงสำหรับคนไทย เพราะจะเกิดภัยธรรมชาติครั้งรุนแรง แหล่งน้ำทั้งเล็กและใหญ่พังทลาย น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ เกิดไต้ฝุ่นเข้าถล่มภาคใต้ ที่ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี (หนักกว่าพายุเกย์) คนตายนับพัน หุ้นตกอย่างรุนแรง การเมืองของไทยเต็มไปด้วยความผันผวน เผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก ข้าวยากหมากแพง มีการประท้วงลุกลามกลายเป็นการชุมนุมใหญ่จากบุคคลทุกสาขา เกิดการจลาจล มีการเผาผลาญทำลายสถานที่สำคัญ รัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ต้องเสียเลือดเสียเนื้ออีกครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้ดูจะรุนแรงกว่าเมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516 วิกฤตทางภาคใต้ได้ลุกลามเข้ามาถึงกรุงเทพฯ มีผู้คนเสียชีวิต ธันวาคม “เขื่อนยักษ์แตก” น้ำทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน อำเภอ หลายจังหวัด พื้นที่ไร่นา สัตว์เลี้ยง สิ่งก่อสร้าง ผู้คนที่อพยพหนีไม่ทัน ล้มตายมหาศาลอย่างอเนจอนาถ สร้างความเสียหายไปทั่วประเทศ น้ำอาจลงมาถึงกรุงเทพฯ เราต้องขอความช่วยเหลือจากองค์การต่าง ๆ จากต่างประเทศโดยด่วน เกิด “หิมะตกในกรุงเทพฯ” และปริมณฑล เป็นอาเพศที่ทำให้คนตกตะลึงไปทั่วโลก มีการลอบวางเพลิง วางระเบิด การเมืองระส่ำระสายและภัยรอบข้างทำให้ดูเหมือนเกิดความคับขัน ทางใต้วิกฤตสุด หาทางแก้ไขไม่ได้ เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างหนัก  สงครามอาจยืดเยื้อต่อไปจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา ปลายเดือนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย กวาดผู้คนและทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้างลงสู่ทะเลจนเกือบหมดสิ้น โดยที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นายโสรัจจะสรุปปิดท้ายว่า แม้คำทำนายดวงเมืองประจำปีนี้ของตนจะค่อนข้างร้ายแรง แต่ขอเตือนทุกคนว่าอย่าหลงเชื่อจนงมงาย เพราะวิชาโหราศาสตร์เป็นเพียงทฤษฎีที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักในการให้คำพยากรณ์ และการพยากรณ์ก็เป็นเพียงความคาดคะเน ซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ดังนั้น ทุกคนจึงควรยึดมั่นในการทำความดีและละเว้นการทำชั่ว ซึ่งย่อมอำนวยผลดีให้เกิดขึ้นตามมาภายหลัง

สำนักข่าวนิวส์โฟร์ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ร่วมเปิดจุดบริการประชาชนเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๓

December 29th, 2009

อปพร.สถานีบ้านบ่อมะกรูด พร้อมกับอปพร.จังหวัดราชบุรี เปิดจุดบริการประชาชนพร้อมกัน ๙ จุดเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภัยจากท้องถนน อุบัติภัยในช่วงปีใหม่     ๒๕๕๓ เพื่อเป็นที่ป้องกันเหตุจากเมาแล้วดื่ม ขับประมาท แข่งรถ ไม่สวมหมวกนิรภัย  บริการน้ำดื่ม ห้องสุขา สอบถามเส้นทาง พักรถ โดยมีเครือข่ายที่เข้าร่วมดังนี้
๑.เครือข่ายบ้านเลือก
๒.เครือข่ายบ้านสิงห์
๓.เครือข่ายเจ็ดเสมียน
๔.เครือข่ายดอนกรวย
๕.เครือข่ายปากท่อ
๖.เครือข่ายพิกุลทอง
๗.เครือข่ายดอนใหญ่
๘.เครือข่ายหนองโพ
๙.เครือข่ายบ่อมะกรูด

ชาวบ้านหนองปลิงร้องทุกข์ส่อทุจริตการจ่ายเงินชดเชยภัยเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง

December 28th, 2009

 ชาวบ้านตำบลหนองปลิง อำเภอเลาขวํญ จังหวัดกาญจนบุรีได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อชุมชนและผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่ามีความไม่ชอบมาพากล ส่อทุจริตในการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กรณีเพลี้ยแป้งระบาดในมันสำปะหลัง  โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการประเมินผลการจ่ายเงินเงินชดภัยเพลี้ยมันสำปะหลังเป็นเงินชดเชย 254 บาท ออกใบประเมินผลให้กับผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป และอีกหนึ่งเดือนต่อมา ทางเกษตรจังหวัดได้เรียกเก็บใบประเมินผลคืน แล้วมีการประเมินผลใหม่คิดเป็นไร่ล่ะ 104 บาท และได้ออกใบประเมินให้กับผู้่ใหญ่บ้านอีกครั้ง   จนถึงวันที่ 22-23 ธันวาคม 2552 เกษตรจังหวัดได้เรียกผู้ใหญ่บ้านทุกตำบลให้ประชุมอีกว่าเงินชดเชยจะออกแล้วแต่ต้องมีเงินเก็บเงินชาวบ้านไร่ละ40บาทก่อนเพื่อจะไปซี้อยากำจัดเพลี้ย ถึงจะจ่ายเงินให้ชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ยอม เพราะชาวบ้านได้ใช้เงินตนเองซื้อยามาฉีดกำจัดเพลี้ยเองไปตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคมแล้ว และได้ขุดเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  และเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2552 ทีผ่านมา  รองผู้ว่าฯ และเกษตรจังหวัด ได้เรียกผู้ใหญ่ และชาวบ้านเข้าประชุมที่เทศบาลหนองฝ้าย โดยมีการสั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านเรียกเก็บเงินลูกบ้านมาไร่ละ 40 บาท เพื่อซี้อยา และมีบริษัทยามารอขายอยู่ด้วย และได้ติกต่อประสานงานให้บริษัทยาออกใบเสร็จให้ชาวบ้านก่อนเป็นยอดเงิน 60 บาทต่อไร่ แล้วจึงจะออกเงินชดเชยให้ชาวบ้านไร่ละ 104 บาทที่หลัง แต่พอชาวบ้านไม่ยอม รองผู้ว่าฯ ก็เลยบอกกับชาวบ้านว่า” ไม่ยอม เงินชดเชยก็จะไม่ออกให้” ชาวบ้านที่ไม่ยอมจึงพากันกลับบ้าน ตัวแทนชาวบ้านได้ตรวจสอบข้อมูลทางเว็บไซด์แล้วพบว่า นายวีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศให้ออกเงินชดเชยภัยเพลี้ยในจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนไร่ละ 500 บาท จึงมาขอความเป็นธรรมกับสื่อชุมชนและผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างๆเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับชาวบ้าน ที่ไม่่ได้เงินชดเชยตามที่รัฐบาลประกาศให้ความช่วยเหลือ

ทบทวนสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคกลางบนและตะวันตก

December 26th, 2009


นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ในฐานะประธานอนุกรรมการสภาองค์กรชุมชนภาคกลางตอนบนและตะวันตก ประชุมคณะอนุกรรมการ ๑๖ จังหวัดเพื่อจัดทำข้อมูลและลงพื้นที่เพื่อขยายผล และรายงานสถานการณ์สภาองค์กรชุมชน จังหวะก้าวการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนตำบล ตัวชี้วัด งานวิจัยสภาองค์กรชุมชน และการพิจารณาประชุมร่วมกัน ๓ ฝ่าย สพม. คปอ. สภาองค์กรฯ และทบทวนรายชื่อสมาชิกสภาองค์กรในระดับจังหวัด/ภาค ในการเสนอจังหวะก้าวนั้นที่ประชุมเสนอเป็นหัวข้อต่อไปนี้
๑.พัฒนาศักยภาพกองเลขาตำบล/จังหวัด ร่างหลักสูตรพัฒนาแกนนำ
๒.สนับสนุนข้อมูลบูรณาการ ตำบล/จังหวัด
๓.ทบทวนจัดกระบวนจังหวัดใหม่เพื่อยกระดับการทำงาน
๔.ประสานงานกับท้องถิ่นเชิงนโยบาย
๕.ผลักดันแผนสภาสู่แผนท้องถิ่น
๖.จัดความสัมพันธ์สภาองค์กรชุมชนตำบล คปอ.สพม.อย่างจริงจัง
๗.วิธีการจัดการงบประมาณปี ๕๓
๘.แผนยุทธศาสตร์ตำบล/จังหวัด
๙.มีระบบการบริหารจัดการที่ดีและติดตามประเมินผล
วิธีการปฏิบัติ
๑.มีเวทีพูดคุย๓ฝ่ายคปอ.สพม.สภาองค์กรฯ/ภาคีพัฒนาโดยวิเคราะห์-สังเคราะห์แผนปี ๕๓
๒.มีทีมติดตามประเมินผล
๓.มีคณะทำงานระบบฐานข้อมูลจังหวัด
๔.มีระบบการบริหารอย่างมีส่วนร่วม
๕.มีระบบสื่อสารยุทธศาสตร์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ภารกิจงานในปี ๕๓
        - จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลใหม่ ๒๒๕ ตำบล
        - พัฒนาคุณภาพตำบลเก่า             ๓๕๙ ตำบล

ประชุมสุปผลวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)กทม.

วิสาหกิจ สื่อสำนักข่าวNews4 อปพร.และสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง พบผวจ.ราชบุรี

December 26th, 2009

นายรังสรรค์ กองเงิน เกษตรจังหวัดราชบุรี นำคณะตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจังหวัดราชบุรี นายสุรินทร์ ตำหนิงาม นายทศพล แก้วทิมา นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ บรรณาธิการนิวส์โฟร์สื่อภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการชำนาญการ นายวัลลภ บุญเสา และนางบุญสม งามเนตร เข้าเยี่ยมอวยพร นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะพ่อเมืองที่กำหัวใจคนราชบุรีได้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะตั้งแต่ท่านย้ายมานั้น ทำให้จังหวัดราชบุรีเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเช่น ให้การยอมรับการทำงานภาคประชาชน ด้านการเกษตร วิสาหกิจ อปพร.งานสภาองค์กรชุมชนตำบล งานด้านสวัสดิการ การดูแลสังคมเฉพาะปัญหายาเสพติด อาชญากรรมฯเป็นที่ประทับใจชาวบ้าน โดยในการพบครั้งนี้ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ และนายสยาม จิตรบวร ได้นำรายละเอียดปัญหายาเสพติดเข้าหารือกับผวจ.ราชบุรีด้วย จึงเป็นพลังบวกที่บริสุทธิ์ต่อการแก้ไขปัญหาของชาติต่อไป เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี