Archive for August, 2008

ข่าว สัมมนาผู้นำอปพร.ระดับชาติที่ชัยนาท

Saturday, August 30th, 2008

กรรมการประสานงานอปพร.ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยจังหวัดราชบุรีและกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย
เชิญร่วมสัมมนาผู้นำอปพร.ประจำปี 2551 ซึ่งเป็นการสัมมนาผู้นำจาก 75 จังหวัด
พร้อมกับกรุงเทพมหานครจำนวน 200คนเพื่อให้ผู้นำอปพร.จัดทำแผนยุทธศาสตร์

ในการจัดทำข้อมูลด้านพัฒนาศักยภาพ อปพร.พัฒนาศูนย์ อปพร. และ สิทธิ พร้อม
สวัสดิการต่าง ๆ ในเวลาเดียวกัน ก็ทำให้ผู้นำได้สร้าง เครือข่าย อปพร.ทั่วประเทศ
และพร้อมที่จะช่วยเหลืองานชุมชน สังคมประเทศชาติ ในฐานะที่มีอุดมการณ์ป้อง

กันภัยฝ่ายพลเรือน ต้องขอขอบคุณ ท่าน อนุชา โมกขเวส อธิบดีกรม ปภ.ฯที่สนับ
สนุนโครงการรวมทั้งท่านวิทยา มากปาน ท่านไพศาล ศุทธวีระ ท่านวิจารณ์ เหล่า
ธรรมยิ่งยง และ ผอ. อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผอ.สำนักส่งเสริม การป้องกันสาธารณภัย

ผลของการสัมมนาเป็นไปอย่างประสบผลสำเร็จอย่างมากและยังได้ร่วมกันปลูกต้น
ไม้ในสวนป่าอบรม อปพร.จ.ชัยนาท เต็มพื้นที่ ถือว่า อปพร.จ.ราชบุรี และ อปพร.
ทั้งประเทศจุดประกายการช่วยชาติเมื่อ28-30สิงหาคม2551 โรงแรมชัยนาทธานี

การประชุมรับฟังความคิดเห็นว่าด้วยธรรมนูญระบบสุขภาพแห่งชาติ จ.พิษณุโลก

Thursday, August 28th, 2008

วันที่ 27 ส.ค. 2551 พิษณุโลก จัดเวทีรับฟังความเห็นธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ มีผู้ร่วมงาน กว่า 100 คน จากภาคส่วนราชการ ประชาชน จากอำเภอต่างๆ โดยได้รับกานสนับสนุนโดย สำนักงานสาธารณสุข จ.พิษณุโลก,ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชน จ.พิษณุโลก,ชมรมองค์การบริหารส่วนตำบล,สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่โรงแรมไพลิน จ.พิษณุโลก

ศูนย์ข่าวภาคตะวันตก เปิดแล้วช่องทางรับฟังRadio onlineวิทยุชุมชนสื่อชุมชนแห่งชาติบ้านบ่อมะกรูด

Wednesday, August 27th, 2008

 

ขอเชิญรับฟังรายการวิทยุชุมชนสื่อชุมชนแห่งชาติบ้านบ่อมะกรูด

ที่ http://61.47.35.221:8049/listen.pls 

 วิทยุชุมชนพันธ์แท้ของประเทศไทย ที่ไม่มีการโฆษณาสินค้าและบริการ

ศูนย์ข่าวภาคกลาง คมแฝกสูตรโก๋รุ่นแรกเลือดสุพรรณแรงตามกระแส ของฝากจากภูมิปัญญา

Wednesday, August 27th, 2008

 

จากกระแสความนิยม”คมแฝก”ที่ยังแรงอย่างต่อเนื่องหลังจากละครคมแฝกของทีวีสีช่อง ๗ แพร่ภาพออกอากาศ จนถึงปัจจุบันนี้มีการค้นหาคมแฝกจากคนรุ่นเก่าในชุมชน ซึ่งปรากฎผลออกมาว่าในสมัยก่อนมีการใช้เป็นอาวุตติดตัวเมื่อยามเดินทางท่องเที่ยว และเฝ้าของเฝ้าบ้าน เพราะตำรวจไม้จับแตกต่างจากอาวุตปืน

คมแฝกที่นิยมใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมจะมีแปดเหลี่ยมสิบหกคม(ต่างจากคมแฝกในละครที่มีสี่คม)และแบบรีเม็ดแตง ซึ่งนิยมใช้ในเขตพื้นที่ภาคกลางลุ่มน้ำท่าจีน

นายสังวาลย์ ธัญญเจริญ หรือลุงแหยม กล่าวว่าตนหันมาทำคมแฝกอีกครั้งเพราะต้องการให้อนุรักษ์คมแฝกเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู และยังถ่ายทอดเรื่องราวสมัยตอนลุงแหยมยังหนุ่มๆให้เด็กรุ่นหลังได้ฟังและได้สอนให้ได้รู้จักประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของหมู่บ้าน

ลุงแหยมกล่าวต่อไปว่าวัยรุ่นสมัยก่อนจะช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน รักบ้านเกิด เป็นนักเลงแต่ไม่เป็นอันธพาล จะใช้คมแฝกเพื่อป้องกันตัว ในสังคมปัจจุบันนี้วัยรุ่นได้เห็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยมีพฤติกรรมเลียนแบบ และขอฝากให้ช่วยกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาของไทย โดยจะทำคมแฝกให้ในราคาอันละ ๑๐๐ บาท โดยจะต้องสัญญาว่าจะไม่ใช้คมแฝกทำให้เกิดความเดือดร้อน

หลังจากที่เคยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเเละลงข่าวใน News4thai ทำให้มีผู้สนใจนับสิบรายติดต่อที่จะสั้งซื้อ เช่น จากกรุงเทพฯและขอนแก่น ซึ่งตอนนี้ทำให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ลุงเเหยม 086-1649358

ข่าวภาคตะวันตก สวัสดิการชุมชนราชบุรี

Tuesday, August 26th, 2008

กองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดราชบุรี นำโดย นายวรการ ยกยิ่ง รองผู้ว่าราชการ
จังหวัดราชบุรี จัดมอบกองทุนสมทบให้กับกลุ่มองค์กรสวัสดิการ จำนวน19ตำบล
เพื่อให้เกิดการดำเนินงานขับเคลื่อนเข้าสู่การจัดสวัสดิการที่มีองค์กรพี่เลี้ยงอย่าง
พมจ.ราชบุรีที่มีท่าน นันทกา วัฒนาประยูร เป็นหญิงเหล็กในการให้การสนับสนุน
ให้เกิดสวัสดิการ และ ท่านธนชาติ ยอดสุวรรณ ที่ร่วมกับองค์กรสวัสดิการในการ
ที่จะให้ราชบุรี ทั้ง 104 ตำบล มีสวัสดิการ พิธีกร ในวันนี้ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
และนายสาโรจน์ มูลพวก หรือตาแม้น ที่ดำเนินรายการอย่างยอดเยี่ยมจนถึงมอบ
เช็คจำนวน55,000บาทจากพอช.ทั้ง19ตำบลเมื่อ26สิงหาคม2551 ณ ตึกอบจ.

ปรับปรุงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

Tuesday, August 26th, 2008

 มีข่าวดีจากพ่อเมืองจังหวัดสมุทรสาคร นายวีระยุทธ  เอี่ยมอำภา ว่าขณะนี้กำลังเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ในพื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์และ ตำบลโคกขาม  เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติป่าชายเลน  ศิลปวัฒนธรรม และ วิถีชีวิตประมงชายฝั่ง  เริ่มต้นเข้าพื้นที่จุดแยกถนนพระราม  2  ทางหลวงหมายเลข  35  ธนบุรี  - ปากท่อ  เข้าวัดพันท้ายนรสิงห์ ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร  จะถึงศาลพันท้ายนรสิงห์   เทพเจ้าผู้สัตย์ซื่อ  ยอมสละชีวิตเพื่อรักษากฎหมายบ้านเมือง ”  ถนนหนทางเข้าออกสะดวก สบาย

 

พ่อเมือง วีระยุทธ  เอี่ยมอำภา  บอกอีกว่า  ถนนเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติป่าชายเลน  ศิลปวัฒนธรรม และ วิถีชีวิตประมงชายฝั่ง  ของตำบลโคกขามและตำบลพันท้ายนรสิงห์   เป็นนึ่งของโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว  เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ

            ตลอดจนมาเที่ยวชิมอาหารทะเลสด  รสชาดอร่อย  ทั้งในบรรยากาศร่มรื่น    แหล่งกินหอย  คอยโลมา

คลื่นซัดฝั่งมหาชัยไม่รุนแรง

Tuesday, August 26th, 2008

นายวีระยุทธ  เอี่ยมอำภา ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร   ลงพื้นที่ติดตามสภาพแม่น้ำท่าจีนใกล้ ๆ ปากอ่าวไทย  และ แนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วม  พร้อมมั่นใจ หากเกิดพายุคลื่นซัดฝั่ง หรือ  Storm Surge  ขึ้นจริง  ไม่น่ากระทบต่อคนสมุทรสาครมากนัก  เพราะสภาพพื้นที่ปากอ่าวเป็นรูปตัว ก และเว้าเข้ามาลึกมาก               วีระยุทธ  เอี่ยมอำภา  ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร  ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย  เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัด และ ปภ. ท้องถิ่น ติดตามสถานการณ์พายุคลื่นซัดฝั่ง หรือ Storm  Surge   บริเวณแม่น้ำท่าจีนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร  ซึ่งเป็นปากอ่าวสู่ทะเลไทย  เบื้องต้น คาดว่า  ไม่น่าจะมีความรุนแรงแต่อย่างใด  เพราะสภาพพื้นที่ทะเลของดสมุทรสาคร  ลักษณะเป็นรูปตัว  ก  เว้าลึกเข้ามาไกลมาก  จึงไม่น่ากระทบรุนแรง  หากเกิดพายุคลื่นซัดฝั่ง หรือ Storm Surge  ขึ้นจริง  แต่อย่างไรก็ตาม  เพื่อความไม่ประมาท  เพราะภัยธรรมชาติเกิดขึ้นได้ตลอด  ตามที่ ดร.สมิทธ  ธรรมสโรช  ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  ได้เตือนไว้ในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม  จะเกิดพายุใหญ่พัดถล่มประเทศไทย  เพื่อเป็นการป้องกันภัยพายุคลื่นซัดฝั่งหรือ  Storm Surge  ขนาดใหญ่   จึงประสานทุกอำเภอ  ทุกท้องถิ่น แจ้งข่าวให้ประชาชนรู้ และ เตรียมพร้อมป้องกันตนเองและครอบครัวด้วย  ขณะที่ชาวเรือประมงหาปลา ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา และ ประกาศของจังหวัดอย่างใกล้ชิด  ทั้งนี้ อย่าตื่นตระหนกจากกระแสข่าวลือต่าง ๆ ขอให้ฟังจากทางการเท่านั้น  ..///

ผลปราบปรามยาเสพติด

Tuesday, August 26th, 2008

  ผลการป้องกันปราบปรามยาเสพติด จากผู้ว่าฯสมุทรสาคร  วีระยุทธ  เอี่ยมอำภา บอกมา  แกนนำ  25 ตาสับปะรด ทุกหมู่บ้านชุมชน ทั้ง 3 อำเภอเข้มแข็ง ระดมทีมเฉพาะกิจเมื่อไหร่ ผลงานจับต้องได้ทันที  จากการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  ตำรวจ อส. อปพร.  ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง  4  ครั้ง  ปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมายอย่างน้อยสัปดาห์ละ  2  ครั้ง  ห้วง 1  ตุลาคม 50  - 15  สิงหาคม 51  สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรวม 2,571 คดี ผู้ต้องหา 2,627 คน เป็นผู้ค้ารายใหญ่ 14  คดี จำนวน 19  คน  ของกลางยาบ้า 139,193 เม็ด , เฮโรอีน 315 กรัม กัญชาแห้ง  4,351.63 กรัม  สด  1  ต้น 4.5 กิโลกรัม  ยาไอซ์ 24.68 กรัม กระท่อม 1 ต้น อาวุธปืน 25 กระบอก กระสุน 14 รายการ วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง ยึดทรัพย์เงินสด 1,706,680.- บาท รถยนต์ 10 คัน จักรยานยนต์ 12 คัน และ อื่นๆ อีกหลายรายการ

            ส่วนการนำผู้เสพ/ผู้ติด เข้าบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพ  ระบบบังคับ 418 ราย  สมัครใจ 128 ราย เข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  2 รุ่น 180 คน  รวมทั้งสิ้น 726 ราย  ผลการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ดังกล่าว ผู้ว่าฯ วีระยุทธ  เอี่ยมอำภา บอก  คดีลดลง และ ปริมาณยาบ้าเพิ่มขึ้น แถมจับเอเย่นต์ตัวเป้ง ๆ ทั้งนั้น  ถือว่าการข่าวเครือข่าย  25 ตาสับปะรดทั้ง  3 อำเภอเข้มแข็ง  ต้องชมเชย  

   

ข่าวจาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร  ./

เรื่อง ยื่นคัดค้านโรงถ่านหิน

Tuesday, August 26th, 2008

ชาวบ้านหมู่ที่  4   ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร  ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการอนุญาตสร้างโกดังและท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน  หากอนุญาตจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองทันที                      การคัดค้าน  นำโดยผู้ใหญ่บุญเชิด โรจน์รุ่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4  บ้านคลองปีกนก  ตำบลท่าทราย  อำเภอเมืองสมุทรสาคร  พร้อมพวกกว่า 10  คน  ยื่นหนังสือคัดค้านการอนุญาตก่อสร้างโกดังและท่าเรือขนถ่ายถ่านหินของบริษัท เปรมไทย  ต่อผู้ว่าฯ สมุทรสาคร วีระยุทธ  เอี่ยมอำภาที่ขอสร้างโกดัง และโรงงานติดแม่น้ำท่าจีน  โดยผลทำประชาพิจารณ์  เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย  ที่มีจะมีการสร้างโกดังและท่าเรือขนถ่ายถ่านหินดังกล่าว  แถมการขนถ่ายต้องใช้เส้นทางผ่านกลางหมู่บ้าน ทำให้ฝุ่นละอองของถ่านหินฟุ้งกระจายไปทั่วหมู่บ้าน  ทำให้ชาวบ้าน ร้านค้าเดือดร้อน มีผลต่อสุขภาพพลานามัยจากฝุ่นกระจาย  ตลอดจนกระทบต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แม่น้ำท่าจีน  ตามแผนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขและ การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของชาวบ้านหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ตำบลท่าทราย อีกด้วย แบบนี้ไม่เอา ทำลายวิถีชาวบ้าน

           การยื่นคัดค้านครั้งนี้ ผู้ว่าฯ วีระยุทธ  เอี่ยมอำภา มอบหมายพันจ่าอากาศเอกปัญญา สระทองอุ่น  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฯ เป็นผู้รับหนังสือแทน  ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้คัดค้าน ยังยื่นหนังสือคัดค้านการอนุญาตอีก  ที่ อบต. ท่าทราย  นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร  และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอีกด้วย  ซึ่งผู้ใหญ่บุญเชิด  โรจน์รุ่ง  แกนนำ  บอกว่า  หากจังหวัดหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบมีการอนุญาต  จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิจารณาอย่างเร่งด่วนทันที  เพราะนี่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ งานนี้  การจะอนุญาตอะไรสักอย่าง  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาให้รอบคอบ และถูกต้อง  ไม่เช่นนั้น  เจอกันที่ศาลปกครองแน่นอน  เพราะชาวบ้านรู้ทันหมดแล้ว 

ข่าวจาก  ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร  ./ ../

เวทีรับฟังความคิดเห็นธรรมนูญสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร

Tuesday, August 26th, 2008

 พระราชสุทธิเมธี ท่านเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเวทีรับฟังความคิดเห็นธรรมนูญสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร ท่านให้ความสำคัญกับ เรื่องสุขภาพหรือสุขภาวะที่ดีต้องประกอบกันระหว่างกายกับใจ ต้องมีความสมดุลกันและมีสติ เพื่อก่อเกิดปัญญาในการดำรงชีวิต

เวทีรับฟังความคิดเห็นของจ.สมุทรสาคร จัดขึ้นที่ห้องประชุมของโรงพยาบาลมหาชัย  ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งสาธารณสุขจังหวัดที่เป็นแม่งาน ร่วมกันกับคณะทำงานสช.และภาคประชาชน ประเด็นปัญหาที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยมี เรื่องปัญหาขยะ ปัญหาแรงงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษ เป็นต้น

2. เพชรบุรี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นธรรมนูญสุขภาพ หลายกลุ่มสนใจเข้าร่วม

Tuesday, August 26th, 2008

นางวิไลรัตน์ เดียวกูล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ

 

คุณวิเชียร คุตตวัสให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางของพรบ.สุขภาพและระบบกระบวนการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ จะสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นสร้างสุขภาวะร่วมกันได้อย่างไร

บรรยากาศการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเวที  ตัวแทนกลุ่มผู้สูงอายุ กลุมเยาวชน กลุ่มอสม. กลุ่มอนุรักษ์ และอื่นๆให้ความสนใจเข้าร่วมกันอย่างคับคั่งเต็มห้องประชุมของศูนย์วิทยะพัฒนา มสธ.จ.เพชรบุรี

อปท.จ.สมุทรสาคร รับถ่ายทอดภารกิจการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงคราม

Tuesday, August 26th, 2008

ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงคราม จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องโครงการถ่ายทอดภารกิจการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจัดกิจกรรมรณรงค์การใช้ชุดทดสอบน้ำมันทอดซ้ำ เพื่อลดอันตรายต่อสุขภาพถวายแม่ของแผ่นดิน

ศูนย์ข่าวภาคกลาง ไฟฟ้าและอปท.จับมือสื่อชุมชนช่วยชาวบ้านเป้าหมายมีไฟฟ้าใช้ทุกหลังคาเรือน

Saturday, August 23rd, 2008

วันนี้(๒๒ ส.ค.๕๑) เวลา ๑๐.๓๐ น. ที่ห้องประชุมสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอหนองหญ้าไซ มีการประชุมร่วมระหว่างสนง.การไฟฟ้าฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสื่อชุมชน เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยกำหนดแผนงานให้อบต.สำรวจในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซทั้ง ๖ ตำบลว่าบ้านไหนที่มีทะเบียนบ้านแต่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ให้รีบแจ้งที่สนง.การไฟฟ้าฯ โดยสนง.การไฟฟ้าฯจะให้ความช่วยเหลือ ในเบื้องต้นจะส่งช่างลงสำรวจพื้นที่ถ้าสามารถขยายเขตการจ่ายไฟฟ้าปักเสา๕สายได้โดยค่าใช้จ่ายต้องไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทสนง.การไฟฟ้ามีอำนาจอนุมัติให้ดำเนินการได้ทันที แต่หากค่าใช้จ่ายเกิน ๓๐,๐๐๐ บาทจะต้องทำเรื่องรายงานขออนุมัติดำเนินการจากส่วนกลางต่อไป หรือมีการร่วมสมทบกันจากชาวบ้านก็สามารถดำเนินการได้

อนึ่งหากไม่สามารถขยายเขตการจ่ายไฟฟ้าได้ตามระเบียบและเงื่อนไข สนง.การไฟฟ้ามีโครงการบรรเทาความเดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าใช้โดยจัดชุด  ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(Home solar cell ) ติดตั้งให้ใช้จนกว่าจะมีการขยายเขตจ่ายไฟฟ้าเข้าถึง

ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(Home solar cell ) ๑ ชุด สามารถใช้ดูTVขนาดไม่เกิน ๑๔นิ้ว ๑ เครื่องใช้โคมไฟได้ ๒ หลอด พร้อมมีปลั๊กไฟ จะสามารถใช้งานได้ไม่เกินคืนละ ๔-๕ชั่วโมง

ผู้จัดการ สนง.การไฟฟ้าฯ กล่าวว่าจะเร่งดำเนินการให้มีไฟฟ้าใช้ทุกหลังคาเรือนและพร้อมบริการชาวบ้านหากเกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้าให้รีบแจ้ง สนง.การไฟฟ้าฯ ที่หมายเลข ๐๓๕-๕๗๗๑๑๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และในช่วงนี้อาจมีปัญหาไฟฟ้าตกในพื้นที่สูบน้ำบ่อบาดานเพราะน้ำมันแพงชาวบ้านหันมาใช้มอเตอร์สูบน้ำแทนเครื่องยนต์จึงเกิดปัญหาไฟฟ้าตกบางพื้นที่ และกำลังแก้ไขช่วยเหลืออยู่ตอนนี้(ไฟฟ้าตกจะทำให้มอเตอร์ปั้มน้ำเสีย)

ผู้จัดการ สนง.การไฟฟ้าฯ กล่าวต่อไปอีกว่าในขณะนี้กำลังดำเนินการตาม”๖ มาตรการ ๖ เดือน ผ่าวิกฤติเพื่อไทยทุกคน โดยในรอบบิลค่าใช้ไฟฟ้าเดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคม๕๒ ผู้ใช้ไฟฟ้าแบบครัวเรือน(สังเกตุเลขรหัสประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าเช่น 111 หรือ 112 ) กรณีที่๑ ถ้าใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๘๐ หน่วยรัฐจะรับภาระจ่ายค่าไฟฟ้าแทนทั้งหมดโดยมีเจ้าหน้าที่ไปวางบิลตามปกติแต่ไม่เก็บเงินพร้อมระบุแจ้งรายการในใบเสร็จค่าไฟฟ้า  กรณีที่ ๒ ถ้าผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า ๘๐ หน่วยแต่ไม่เกิน ๑๕๐ หน่วยรัฐรับภาระจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง(๕๐%) โดยมีสถานีวิทยุชุมชนคนหนองหญ้าไซF.M.107.75Mhz.ช่วยประชาสัมพันธ์ชี้แจงสร้างความเข้าใจในชุมชนพร้อมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

สำนักข่าวประชาชน ภาคตะวันออก/กทม.และปริมณฑล การประชุมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัดวันที่ 19สิงหาคม2551 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง(ครั้งที่1/2551)

Friday, August 22nd, 2008

ผ่านไปด้วยดีสำหลับการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนจังหวัดระยองในวันที่19สิงหาคม2551ที่ผ่านมาที่ศาลากลางจังหวัดระยอง(ท่านสามารถติดตามอ่านและหาข้อมูลได้ที่ นสพ. สื่อกลาง วิถีบูรพา เร็วๆนี้

มส.คุมเข้ม”พระ-เณร”เข้าร้านเกม

Friday, August 22nd, 2008

นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีที่พบว่าพระสงฆ์และสามเณรเข้าไปใช้บริการร้านเกมบริเวณรอบๆ วัดว่า ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการทำที่ผิดพระธรรมวินัย ดังนั้น พระสังฆาธิการจะต้องเข้มงวด และตรวจตราพระในปกครองมากกว่านี้ ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหานั้น ทางโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญทั่วประเทศ และพระสังฆธิการ จะต้องการกำหนดบทลงโทษ และมาตรการดูแลที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้พระสงฆ์และสามเณรในปกครองประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่เหมาะสม โดยส่วนตัวเห็นว่าร้านเกมหรือร้านอินเตอร์เน็ตควรจะเปิดห่างจากโรงเรียนและวัด ประมาณ 1 กิโลเมตร ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องไม่เห็นแก่เงิน ต้องไม่อนุญาตให้พระสงฆ์หรือสามเณรเข้ามาใช้บริการโดยเด็ดขาด

นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กล่าวว่า การที่พระสงฆ์และสามเณรเข้าไปใช้บริการร้านอินเตอร์เน็ตไม่เหมาะสม แต่คงเอาผิดไม่ได้ เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ หรือสั่งห้ามผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม จะหารือกับผู้เกี่ยวข้องว่าจะต้องกำหนดไม่ให้พระสงฆ์และสามเณรเข้าไปใช้บริการร้านเกมไว้ในกฎกระทรวงหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ทั้งนี้ ในการแก้ปัญหาเบื้องต้นนั้น จะออกเป็นประกาศขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านเกมว่า ไม่ควรอนุญาตให้พระสงฆ์และสามเณรเข้ามาใช้บริการหรือเล่นเกม

พระครูสังฆพินัย (ประสาร จนฺทสาโร) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า ในส่วนของ มจร.ยังไม่พบว่ามีพระนิสิตเขาไปยุ่งเกี่ยวกับเกมหรือติดเกม แต่ได้สั่งให้สำรวจและตรวจสอบว่ามีพระนิสิตติดเกมหรือมีพฤติกรรมที่ไปข้องเกี่ยวกับเกม 10 อันตรายหรือไม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัญหาการติดเกมนั้นเป็นปัญหาใหญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ดังนั้น ภาครัฐต้องตื่นตัว และให้ความสำคัญมากกว่านี้ ไม่ใช่แก้ปัญหาแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ ในแผ่นดิน

Wednesday, August 20th, 2008

 

เปิดอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว  สภาองค์กรชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร

ท่านปลัดนิวิทย์ อรุณรัตน์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาครมาเป็นตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการเปิดประชุมสภาองค์กรชุมชน ฯ หลังจากนั้นได้มีการคัดเลือกประธานสภา ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมาดำรงตำแหน่งคือ คุณวรพงษ์ ชอบชื่น และอีกท่านที่ได้รับมอบหน้าที่ให้เป็นตัวแทนไปนั่งประชุมในสภาพัฒนาการเมือง คือกำนันคนเก่งของตำบลอำแพง กำนันวิเชียร  วงษ์วรรณรัตน์

ศูนย์ข่าวภาคกลาง งานประเพณีทิ้งกระจาดสุพรรณบุรีพิธีเปิดยิ่งใหญ่อลังการ…วันนี้

Monday, August 18th, 2008

วันนี้(๑๘ส.ค.๕๑) เวลา ๐๘.๐๐ น. งานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี ๒๕๕๑ ของจังหวัดสุพรรณบุรีได้เริ่มขึ้นจากการ เซ่นไหว้เทพยาดาฟ้าดิน เจ้าพ่อหลักเมือง และ เจ้าพ่อที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยขบวนแห่อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไปตามถนนในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีเพื่อให้พี่น้องประชาชนสักการะบูชาเป็นศิริมงคล แล้วอัญเชิญไว้ในปะรำพิธีที่หน้าสมาคมจีน (ตงฮั่วฮ่วยก้วง) ตั้งแต่วันนี้ จนถึง ๓๑ สิงหาคมนี้โดยมีการประกอบพิธีกงเต็กและพิธีจีนทุกวัน และมีพิธีลอยกระทงมีพิธีทิ้งกระจาด

ขบวนแห่อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองมีคณะมังกรทองนำหน้า ต่อด้วยคณะสิงห์โต คณะหล่อโก้ว เองกอบู๊ รถอัญเชิญกระถางธูปเจ้าพ่อ ขบวนธงจีน ขบวนสาวงาม(สาวจีนชุดกี่เภ้า) ขบวนการแสดงจีน วงโยธวาทิต ขบวนคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อ และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทั้ง ๑๐ อำเภอ รวมกว่า ๒,๐๐๐ คน โดยมีการแต่งกายด้วยชุดสีแดงทั้งขบวน และมีพี่น้องประชาชนตลอดจนเจ้าของห้างร้านตั้งโต๊ะพร้อมเครื่องเซ่นไหว้บูชาทุกร้านบนถนนพระพันวษา โดยเมื่อขบวนรถเจ้าพ่อหลักเมืองถึงหน้าบ้านก็จะจุดธูปเทียนสักการะบูชาพร้อมจุดประทัดและโปรยดอกดาวเรืองตามความเชื่อว่าเจ้าพ่อหลักเมืองมาให้โชคลาภถึงบ้าน จะทำให้มีความสุข มีความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพหน้าที่การงานกิจการต่างๆ

 กำหนดงาน
     เวลาที่กำหนดกันมาตามประเพณีดั้งเดิม คือ เริ่มในวันที่ ๑๘ เดือน ๗ ของจีน อันเป็นเดือน ๙ ของปฏิทินจันทรคติของไทย ในปีนี้กำหนดให้ตรงกับวันที่ ๑๘-๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ 
     ประวัติ / ความเป็นมา
     งานทิ้งกระจาด เป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีแนวคิดคล้ายพิธีกงเต๊ก เป็นการเจริญเมตตาธรรมแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยนำเอาสิ่งของผู้ตาย และของใช้อื่นๆ มาแจกจ่ายแก่ผู้ยากจน ตามตำนานพระสูตรกล่าวว่า “สมัยหนึ่งพระอานนท์กำลังบำเพ็ญสมาธิ ณ นิโครธาราม เมืองกบิลพัสดุ์ เกิดมีอสูรกายตนหนึ่งสำแดงร่างเป็นเปรต รูปร่างผอมสูง มีแต่หนังหุ้มกระดูก ลำคอเล็กเท่ารูเข็ม เปรตนั้นได้กล่าวแก่พระ อานนท์ว่าอีก 3 วัน พระเถระจะถึงแก่มรณภาพ พระอานนท์จึงถามว่าจะแก้ไขอย่างไร เปรตตอบว่า ต้องทำพิธีอุทิศเครื่องอุปโภคบริโภค เป็นไทยทานแก่เปรตฝูงทั้งหลายจึงจะรอดพ้น และพระเถระก็จะมีอายุมั่นขวัญยืนพระอานนท์จึงกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ก็โปรดให้ประกอบพิธีเมตตาธรรมตามที่พระอานนท์กราบทูล พิธีนี้จึงเกิดขึ้นและสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ และเรียกกันว่า งานทิ้งกระจาด
      งานทิ้งกระจาดของสุพรรณบุรี สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุมากกว่าร้อยปีแล้ว แต่จะจัดติดต่อกันมาตลอดหรือขาดหายไปในระยะใดบ้างนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด เท่าที่มีหลักฐานปรากฏว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๘๓ – พ.ศ. ๒๔๘๗) งานทิ้งกระจาดมีสืบเนื่องมาทุกปีไม่เคยเว้น

     กิจกรรม / พิธี
     งานวันแรกเป็นขบวนแห่อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมือง มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองสุพรรณบุรี ข้ามแม่น้ำสุพรรณ ไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อัญเชิญเทวรูปพระวิษณุ ๒ องค์ พร้อมกระถางธูปมายังสถานที่ประกอบพิธีบริเวณสมาคมจีน (ตงฮั่วฮ่วยก้วง) ขบวนแห่ประกอบด้วย ธงทิว ริ้วขบวนอันสวยงาม ขบวนของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ กลุ่มร้านค้า การเชิดสิงโต ขบวนสาวงาม นางงาม และขวัญใจของตำบล อำเภอต่างๆ ชุดฟ้อนรำ กลองยาว ล่อโก๊ว และขบวนหาบสิ่งของต่างๆ
     ในระหว่างงานมีการออกร้าน การแสดงสินค้า และการละเล่นต่างๆ มากมายทั้งกลางวันและกลางคืน เช่น งิ้ว ลิเก ภาพยนตร์ ดนตรี และการประกวด ในบริเวณโรงพิธี ประกอบด้วยที่บูชา ๒ แห่ง คือ โรงพิธีหรือโรงกงเต้ก และที่บูชากลางแจ้ง ในโรงพิธีประดิษฐานเจ้าพ่อหลักเมืองและกระถางธูป ถัดมาเป็นบริเวณที่พระสงฆ์จีน ฝ่ายมหายาน ทำพิธีสวดกงเต้กตลอดเวลา ๕ วัน แต่วันที่สามมีพิธีเต็มยศเรียกว่าวันทิ้งกระจาดฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจของงานทิ้งกระจาด เริ่มทำในตอนบ่าย สมัยก่อนการทิ้งกระจาดจะทิ้งข้าวของลงมาจริงๆ มักเป็นเสื้อผ้าของใช้จำเป็นต่างๆ ตลอดจนอาหารและผลไม้ สำหรับของที่ทิ้งลงมาไม่ได้ใช้วิธีทิ้งไม้ติ้วแทน แล้วนำไปขึ้นของในภายหลัง ส่วนวันที่สิบหลังสุดท้ายนั้น เป็นการทิ้งกระจาดดิน คือ วางกองไว้ตามพื้นดิน อุทิศเป็นทานแก่ผีเปรตทั้งหลาย
      ในปัจจุบันสิ่งของที่ใช้ในพิธีทิ้งกระจาดมีทั้งจักรเย็บผ้า พัดลม จักรยานยนต์ และสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่สามารถทิ้งหรือโยนลงมา การทิ้งกระจาดจึงกลายเป็นทิ้งติ้วเป็นส่วนใหญ่

มหันตภัยน้ำมันทอดซ้ำๆๆๆ

Sunday, August 17th, 2008

วันที่ 14 สค51ที่ผ่านมา ผอธีระศักดิ์ สุภากิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สงขลาจัดอบรมที่สำนักงานเทศบาลนครสงขลา ห้องประชุมสาระภี2ไห้ความรู้ เรื่องของน้ำมันที่ทอดซ้ำๆกับพ่อค้าแม่ขาย ที่ใช้น้ำมันทอดอาหาร และให้ความรู้ในการใช้ชุดทดสอบสารโพล่าร์ในน้ำมันที่ใช้ทอด จากที่ใด้สัมภาษณ์ ผอ ธีระศักดิ์เรื่องของน้ำมันทอดซ้ำ ความร้อน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีในน้ำมันทำให้เกิดสารเคมีขึ้นมากก่วา 400 ชนิด แบ่งเป็น สารที่ระเหยกลายเป็นไอได้ และสารที่ไม่ระเหยจะตกค้างอยู่ในน้ำมันทำให้น้ำมันเสื่อมคุณภาพ สี กลิ่นและความหนืดของน้ำมันจะเปลี่ยนไป อาหารที่อมน้ำมันจะทำให้สารพิษในน้ำมันตกค้างในอาหาร ลักษณะของน้ำมันที่เสื่อมคุณภาพ มีสีน้ำตาลเข้ม ไม่ใส มีกลิ่นอาหารเช่นกลิ่นไหม้กลิ่นหืนมีความหนืดมากขึ้น ค่าแรงตึงผิวของน้ำมันลดลง การสังเกตด้วยตาว่าน้ำมันทอดสีดำคือน้ำมันมันทอดซ้ำที่เป็นอันตราย ส่วนน้ำ สีใสๆจะปลอดภัย นั้นไม่สามารถนำมาชี้บ่งได้วิธีการตรวจหาสารโพลาร์ที่แสดงว่าน้ำมันผ่านการแตกตัวมากน้อยเพียงใด จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการทดสอบความปลอดภัยใขณะนี้ ผอพูดต่อไปว่าผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจาการกินอาหารทอดด้วยน้ำมันเสื่อมณภาพ ทำให้ขาดวิตามิน ระคายเคืองกระเพาะอาหารและลำไส้ ระบบย่อยอาหารดูดซึมอาหารบกพร่อง เกิดเส้นเลือดผิดปกติ เส้นเลือดหัวใจตีบ ไม่แค่นั้นท่าน ผอ ธีระศักดิ์ ยังบอกต่ออีกว่า ผลกระทบจากการสูดไอน้ำมันทอด อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางหายใจและผิวหนังอย่างรุนแรง และสารเคมีที่ตกค้างก่อให้เกิดการเปลี่ยแปลงถึงขั้นเป็นมะเรงปอดได้ จึงให้ความรู้กับคนที่ขายอาหารจำพวกทอด และท่าน ผอ ยังฝากแนะนำในการทอดอาหารในครัวเรือนว่าไม่ควรใช้น้ำมันหอดอาหารซำเกิน2ครั้ง กอ่นทอดควรให้น้ำมันร้อนก่อน จะช่วยให้อาหารไม่อมน้ำมัน อดอาหารชิ้นใหญ่ๆจะอมน้ำมันน้อยกวา และใช้กระดาษซับน้ำมันหลังทอดช่วยลดนำมันจากอาหารได้บ้าง นำมันปรุงอาหารควรเป็นน้ำมันจากพืช ควรเปลี่ยนน้ำมันหากมีกลิ่นเหม็นหืนเหียวข้นมีสีดำเกิฟองเหม็นไหม้เกิดไอน้ำมันควรกรองกากอาหารช่วยลดการสะสมของสารมะเร็งในน้ำมัน ไม่ควรทอดอาหารด้วยไฟแรงจัดเพาะทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ซับน้ำส่วนเกินออกจากอาหารดิบก่อนทอด ทอดอาหารครั้งละไม่มากเกินไปช่วยให้ความร้อนของน้ำมันกระจายทั่วถึงและใช้เวลาทอดน้อยลง เปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารให้บ่อยหากอาหารที่ทอดมีเคื่องปรุงจำพวกเกลือและเครื่องรสมากๆ ไม่ควรเทน้ำมันใหม่ลงไปปนกับน้ำมันเก่า และบริเวณที่ทอดควรติดเครื่องดูดควัน และมีการระบายอากาศที่ดี

เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ….การเมืองใหม่คนชุมพร

Friday, August 15th, 2008

  15  สิงหาคม  2551  ณโรงแรมแกรนด์พาเลซ  จังหวัดชุมพร  สภาพัฒนาการเมืองร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ภาคใต้  ร่วมมือกันเปิดสภาองค์กรชุมชน  จังหวัดชุมพร  

 

                       โดยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด  ท่านสมศักดิ์  ตะเภาน้อย 

ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ  ซึ่งตำบลที่ผ่านการจดแจ้งและเปิดสภาระตำบลแล้วนั้น  มีจำนวน  12  ตำบลและ  1  เทศบาล  บรรยากาศในการประชุมนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาองค์กรชุมชนที่ต้องการให้เป็นเวทีแห่งการปรึกษาหารือและหาทางออกร่วมกัน  ซึ่งผลที่ออกมาจากการปรึกษาหารือในการจัดโครงสร้างได้ดังนี้

                  

                  ประธานสภา  นายจินดา  บุญจันทร์     รองประธานสภา  นายเดชา  ยังสุข

           

              กองเลขา  3  คน  แสงนภา  สุทธิภาค  อังศุมาลินขาวผิวและคุณสุณี  คงสุผล 

                          ผู้แทนทีจะไปสภาพัฒนาการเมือง  คือ  นายจินดา  บุญจันทร์

                              

                          แสงนภา  สุทธิภาค          สุชาติ  บัวสุวรรณ 
                         ผู้แทนที่ไปสู่สภาองค์กรชุมชนระดับชาติ  2  คน 

สภาองค์กรชุมชนคนชุมพรจบลงด้วยความลงตัวและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 
happy  ending คะ

แสงนภา  สุทธิภาค  ศูนย์ข่าวภาคใต้  รายงาน

สมุทรสาครซ้อมใหญ่ก่อนเปิดสภาฯจริง

Friday, August 15th, 2008

 

ตัวแทนของสภาองค์กรชุมชน ๑๐ ตำบลนำร่องของ จ.สมุทรสาครซ้อมใหญ่การเปิดสภาองค์กรชุมชน ก่อนที่จะมีพิธีเปิดสภาฯของจังหวัดในวันที่  ๑๘  สิงหาคม ๒๕๕๑  ที่ศาลากลางจังหวัด เวลา ๙.๐๐ น.

๑๐ ตำบลนำร่องของ จ.สมุทรสาครได้แก่

๑.อำเภอเมือง              ตำบลชัยมงคล,ตำบลท่าจีน,ตำบลโกรกกราก,ตำบลโคกขาม

๒.อำเภอกระทุ่มแบน     ตำบลอ้อมน้อย,ตำบลดอนไก่ดี          

๓.อำเภอบ้านแพ้ว         ตำบลเกษตรพัฒนา,ตำบลคลองตัน,ตำบลอำแพง,ตำบลหนองสองห้อง