Archive for February, 2009

แกนนำชาวบ้านสุพรรณบุรีร่วมถกแก้ปัญหายาเสพติดวางแผนขับเคลื่อนเร่งด่วน

Saturday, February 28th, 2009

วันนี้(๒๘กุมภาพันธ์๒๕๕๒) ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านหนองสาหร่ายหมู่ที่๑๐ตำบลหนองสาหร่ายอำเภอดอนเจดีย์จังหวัดสุพรรณบุรี แกนนำภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรีร่วมกันประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันให้เห็นถึงปัญหาของยาเสพติดที่จะต้องวางแผนการดำเนินการแก้ไขแบบมีส่วนร่วมโดยมีนายประยุทธ สืบอารีย์พงษ์ประธานศูนย์การเรียนรู้จังหวัดสุพรรณบุรีและปราญช์ชาวบ้านและนายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธานศูนย์ปฎิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี มาร่วมวิเคราะห์ให้เห็นแก่นแท้ของปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดในเขตพื้นที่สุพรรณบุรีโดยเห็นตรงกันว่าจะต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็งด้วยเครื่องมือดังนี้ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการ,เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ,กลุ่มเยาวชน โดยแกนนำภาคประชาชนที่เข้าร่วมการประชุมเห็นชอบเสนอแผนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและสังคมภายในปลายมีนาคมนี้

กลุ่มกระบี่กระบองเยาวชนหนองสาหร่ายดอนเจดีย์สุพรรณบุรี

Saturday, February 28th, 2009

กลุ่มเยาวชนหนองสาหร่าย หมู่ที่10 ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีการรวมตัวของเยาวชนในพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์ที่สนใจศิลปะการต่อสู้กระบี่กระบองอาวุธโบราณ มารวมกลุ่มกันเรียนรู้และฝึกซ้อมกันในวันหยุดเสาร์อาทิตย์โดยมีลุงบุญศรี มณีวงษ์เป็นครูผู้ฝึกสอน มีสมาชิกกลุ่ม2รุ่นกว่า25คนซึ่งเริ่มดำเนินการมากว่า10ปีแล้ว

โดยในขณะนี้มีเยาวชนชุดแรกที่ผ่านการฝึกซ้อมมีประสพการณ์การแสดงในงานต่างๆและรับแสดงให้กับบริษัทละครจักรๆวงศ์ๆหลายแห่งรวมถึงการแสดงแสงสีเสียงยุทธหัสถีทุกๆปีสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุพรรณบุรี

ห้องเรียนรู้ของกลุ่มเยาวชนกลุ่มนี้อยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านหนองสาหร่ายในวันหยุดเสาร์อาทิตย์และหลังเลิกเรียนโดยการรับงานแสดงก็จะมีลุงบุญศรี มณีวงษ์เป็นผู้รับจัดการแต่ต้องไม่เสียการเรียนซึ่งปัจจุบบันนี้สามารถสร้างรายได้ให้เยาวชนพอสมควร และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้สนใจได้ด้วย

“ข้าว”ความหวังชาวนาสุพรรณหน้าฤดูแล้งปีนี้

Saturday, February 28th, 2009

เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนกุมภาพันธ์วันที่ชาวนาอำเภอหนองหญ้าไซรอคอยก็มาถึง เป็นการเริ่มต้นทำนาฤดูแล้งที่ได้รับน้ำจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนกระเสียวเมื่อวันที่15กุมภาพันธ์2552ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดการน้ำ เริ่มมีการเตรียมแปลงนาทำ”เทือก”(น้ำตม) ซึ่งการทำนาในฤดูนี้จะต้องจัดการน้ำอย่างเป็นระบบแบบแผนเพราะจะต้องเผชิญกับสภาวะภัยแล้งแต่โชคดีว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ชลประทาน เป็นฤดูการทำนาที่มีต้นทุนสูงที่สุด ชาวนาส่วนหนึ่งนำปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดไปไส่ในนาข้าวช่วงเตรียมแปลงเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและลดต้นทุนไปได้อีกส่วนหนึ่ง

การทำนาในฤดูนี้เป็นความหวังอีกครั้งของชาวนาสุพรรณบุรีถึงแม้จะต้องประสพกับสภาวะต่างๆและต้นทุนสูงขึ้นกว่าทุกฤดูแต่ก็ต้องทำเพราะไม่ทำนาหน้านี้ก็จะขาดรายได้เงินไม่พอใช้หนี้สิน ราคาข้าวก็มีข่าวไม่สู้ดีถึงเวลาเกี่ยวข้าวก็อยู่ไต้เงื่อนไขโรงสีนายทุน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวนาไทยในยุคสมัยปัจจุบัน

นายกเทศมนตรีเกษตรพัฒนาต้อนรับคณะดูงานคุ้มครองผู้บริโภคจากจ.ลพบุรี

Saturday, February 28th, 2009

          

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  2552 ท่านนายกบุญเชิญ ขำสาคร นำทีมคณะผู้บริหาร กำนันผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทีมงานอสม. ทีมงานอย.น้อยของโรงเรียนบ้านคลองตัน  ต้อนรับคณะดูงานเครือข่ายดูแลความปลอดภัยด้านอาหารจ.ลพบุรี  ซึ่งมีทีมงานจากหลายกลุ่มองค์กร ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สสจ. ทีมงานอบต. เจ้าหน้าที่อนามัย  อสม. ตัวแทนชมรมร้านอาหารจ.ลพบุรี การมาในครั้งนี้นำทีมโดยคุณบังอร ปล่องทองรองนายแพทย์สาธารณสุขจ.ลพบุรี   สร้างความประทับใจทั้งจากผู้ต้อนรับและผู้ดูงาน

ได้ฤกษ์วิทยุชุมชนไม่มีโฆษณา อนุฯ กทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการชุมชนชั่วคราว เม.ย. นี้

Saturday, February 28th, 2009

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย   จัดเสวนาเรื่อง “ ผ่าแผนรื้อวิทยุชุมชน  ของใคร   เพื่อใคร”   เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์  2552  เวลา 13.30 น.  ณ  ห้องอิศรา  อมันตกุล  ชั้น 3  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  โดยพันเอก ดร. นที  ศุกลรัตน์  ประธานคณะทำงานด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน    รศ.ดร. พนา  ทองมีอาคม  คณะทำงานในคณะอนุกรรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ   บุญส่ง   จันทร์ส่องรัศมี   ผู้ประสานงานสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ  และเจริญ  ถิ่นเกาะแก้ว   นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทยหรือวทท.                     คณะทำงานในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)  ได้สรุปหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) เสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอ กทช. เพื่อประกาศใช้ และออกใบอนุญาตชั่วคราว 1 ปี ให้วิทยุชุมชนได้ภายในเดือน เม.ย.นี้   ระบุคุณสมบัติหลักของวิทยุชุมชน ที่เข้าข่ายได้รับใบอนุญาต  คือวิทยุชุมชน ที่ไม่มีโฆษณา  ตามความใน พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 คณะทำงานฯ ไม่สามารถกำหนดหลักเกณฑ์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ ด้วยการให้ใบอนุญาตกับวิทยุชุมชน ที่มีโฆษณา ได้  เพราะเป็นการทำหน้าที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด   ดังนั้นจึงต้องการให้ วิทยุชุมชน ที่มีโฆษณาเข้าใจหลักปฏิบัติของคณะทำงานฯ ชุดนี้ ที่ไม่สามารถให้ใบอนุญาตในครั้งนี้  และคงต้องรอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) มาออกใบอนุญาตให้วิทยุชุมชนที่มีโฆษณา เพราะจัดอยู่ในผู้ประกอบกิจการภาคธุรกิจ   ถึงแม้ว่า กทช. จะให้ใบอนุญาตชั่วคราวกับวิทยุชุมชน ที่ไม่มีโฆษณา เป็นกลุ่มแรก แต่เชื่อว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ กับวิทยุชุมชน กลุ่มที่เหลือ  เพียงแต่ขณะนี้ต้องการทำให้กลุ่มที่ไม่ถูกกฎหมายอย่างวิทยุชุมชน ไม่มีโฆษณา เป็นสื่อที่ถูกกฎหมายก่อน เพราะเป็นสื่อของภาคประชาชนอย่างแท้จริง

Friday, February 27th, 2009

อปพร.จังหวัดราชบุรี จำนวน 40 นายพร้อมเจ้าหน้าที่ ปภ.จ.ราชบุรี นำโดย
นางสาวกฤตยา เปรมปราโมชย์ หน.ปภ.จ.ราชบุรี และ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
กรรมการเลขานุการ อปพร.ศูนย์จังหวัดราชบุรี เข้าร่วมประชุมประชาคมอปพร.
ระดับศูนย์เขต 2 สุพรรณบุรี ที่มีจังหวัดกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพ จังหวัดนครปฐม
จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดราชบุรี ประธานในพิธีเเปิดรองผู้ว่าราชการจังหวัด
กาญจนบุรี เจ้าภาพการจัดงาน นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 2และ
เจ้าหน้าที่เขต 2 ซึ่งแต่ละหน.ปภ.จังหวัดก็ได้ให้ความสนใจกับงานนี้เป็นอย่างมาก
เพราะเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นของ อปพร.ระดับเขต 2 อย่างกว้าขวาง พร้อม
เป็นที่เสนอผลงาน แนวทางการแก้ไข ที่สำเร็จแล้ว หรือที่ยังไม่สำเร็จ หรือปรับ
กระบวนแนวทิศทางให้สอดคล้องกันทั้งเขต ต้องขอขอบคุณ อปพร.จ.กาญจนบุรี
ที่ได้ต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง และเจ้าหน้าที่ ปภ.เขต 2สุพรรณบุรี ที่ประสานงาน
อย่างมีเอกภาพน่าชมเชยยิ่ง อปพร.จ.ราชบุรีรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับความเป็นมิตร
อย่างยุติธรรม เท่าเทียม โปร่งใสและมีส่วนร่วม ตามหลักธรรมาภิบาลเต็มสูตร
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 ณ ห้องประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ศาลากลาง
จังหวัดกาญจนบุรี

ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร

Thursday, February 26th, 2009

 
             จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร เทศบาลนครสมุทรสาคร ร่วมกับ ชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร และองค์กรเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
กำหนดจัดงานเทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ 8 ประจำปี 2552 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2552 ณ บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารทะเล มีเรือประมงและผู้ประกอบการอาหารทะเลเป็นจำนวนมาก สมุทรสาครจึงเป็นตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการประมงในจังหวัดสมุทรสาคร จึงจัดงานเทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาครขึ้น เป็นประจำทุกปี สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาในงาน จะได้พบกับเมนูอาหารทะเลที่มีคุณภาพดี สด สะอาด ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร จึงรับประกันถึงความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังมีรสชาติอร่อย และ ราคาถูก นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลแปรรูป ทั้งจาก กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก จำนวนมากให้นักท่องเที่ยวชิมและเลือกซื้อเป็นของฝากได้อีกด้วย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวงานเทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก อยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ เพียง 36 กิโลเมตร เท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมร้านอาหารสมุทรสาคร โทร. 08 1857 3096 หรือ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม

โทร. 0 3475 2847-8 E-mail : tatsmsk@tat.or.th

หนุ่มโวยรพ.หนองหญ้าไซทำคลอดเมียลูกตาย2ศพ

Wednesday, February 25th, 2009

 

นายพรเทพ วิบูลยศริน ชาวบ้านหนองหลวง บ้านเลขที่129/4 หมู่ที่ 2 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ร้องเรียนกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. หลังภรรยาไปคลอดตบุตรจนเสียชีวิตทั้งภรรยาและบุตรในครรภ์ ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวัที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาขณะที่ภรรยาของตนเองเกิดอาการปวดท้องคลอดบุตรก็ได้ใช้บัตรทองมาคลอดที่โรงพยาบาลหนองหญ้าไซ จากนั้น เจ้าหน้าที่พยาบาลก็เข้ามาดูแลตั้งแต่เวลา 23.00 น.จนกระทั่งเวลา 05.00 น.

วันต่อมา ภรรยาก็ยังไม่คลอดและพยาบาลแจ้งว่า บุตรในครรภ์หัวใจเต้นผิดปกติ แต่แพทย์ก็ยังไม่ทำการคลอดให้ โดยให้เหตุผลว่าปากมดลูกยังเปิดไม่เพียงพอ แต่ขณะนั้นภรรยาของตนมีอาการปวดท้องหนักจนปัสสาวะมีมูกเลือดไหลออกมา
จากนั้นพยาบาลก็แจ้งว่าจะส่งย้ายไปทำคลอดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยไม่ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเหตุใด และใช้เวลากว่า 2ชั่วโมงในการประสานงานจึงสามารถส่งไปรักษาตัวได้ แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชก็พบว่า บุตรนั้นเสียชีวิตแล้วเกิดจากรกพันคอ 3 รอบ ขณะที่ภรรยาก็ตกเลือดเสียเลือดมากและช็อก จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความล่าช้าของแพทย์โรงพยาบาลหนองหญ้าไซ ที่รู้ว่าเกิดอาการผิดปกติกับเด็ก และตัวมารดา แต่ก็ยังไม่ยอมทำคลอดให้ ประกอบกับตัวภรรยาก็มีโรคเบาหวานแทรกซ้อนแต่ก็ไม่ยอมผ่าคลอดหรือดำเนินการช่วยชีวิต ปล่อยให้ผ่านมาจึงส่งตัวมาโรงพยาบาลประจำจังหวัดแต่ก็ช้าเกินที่จะรักษาชีวิตภรรยาและบุตรได้ จึงขอร้องเรียนให้เป็นอุทาหรณ์ และไม่ทราบว่า ขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างคนไข้ฝากพิเศษกับคนไข้บัตรทองให้บริการคนละมาตรฐานจนเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และในวันนี้เวลา 15.30 น.ก็จะทำการเผาศพ ภรรยาและบุตร ที่วัดหนองหลวง อ.หนองหญ้าไซ

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาเกิดการร้องเรียนเรื่องคลอดบุตรและเสียชีวิตหลายกรณี และ ส่วนใหญ่บุคคลที่สูญเสียเหล่านั้นก็ใช้บัตรทองในการคลอดบุตร

“โบกข้าวเปลือก”ภูมิปัญญาตามวิถีชีวิตชาวนาไทย

Tuesday, February 24th, 2009

เมื่อยามน้ำมาข้าก็ต้องหมุน นี่คือเสียงเล่าจากลุงแหยม ธัญญเจริญ อายุ63ปี ชาวนาบ้านบ่อพยอม หมู่ที่13 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เล่าถึง “โบกข้าวเปลือก”ที่จะต้องใช้ในการทำนา เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ใช้สำหรับการคัดเเยกข้าวเปลือก ที่จะนำไปเป็นพันธุ์ข้าวปลูกหรือนำไปสีข้าวกิน

โบกเป็นเครื่องมือที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณทำจากไม้มีใบพัดมีเฟืองหมุนมีช่องไส่ข้าวช่องลมที่จะเป่าแกลบออกและทำให้ข้าวเปลือกร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงโลกเป็นความสามารถของคนโบราณที่ใช้ภูมิปัญญาผลิตเครื่องมือมาใช้

โบกจะถูกใช้ทุกครั้งที่เริ่มทำนาก่อน1สัปดาห์เพราะจะนำข้าวปลูกที่คัดแยก”ขี้ลีบ”(ข้าวเมล็กลีบ)นำไปแช่งงอกก่อนนำไปหว่านหลังทำ”เทือก”ตมในนาข้าว

ปัจจุบันชาวนาส่วนใหญ่มักนิยมขายข้าวหลังเกี่ยวทั้งหมดและจะซื้อพันธุ์ข้าวใหม่ทุกครั้ง อ้างว่าสะดวกสบาย แต่ชาวนาหลายคนก็ยังคงใช้โบราณแบบดั้งเดิมคือคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ดีที่สุดและแยกเอามาโบกแยกขี้ลีบแล้วเอาไปทำเป็นพันธุ์ข้าวอีกครั้งในหน้าฤดูการทำนา ก็เลยเหลือโบกให้เห็นน้อยลงกว่าเดิมซึ่งเมื่อก่อนนี้มีทุกบ้านเดี๋ยวนี้กลับมีอยู่ในร้านขายของเก่ามีราคาหลายๆพันบาท

Tuesday, February 24th, 2009

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552
นายกิตติธัช อุ่มเอิบ เยาวชนต้านยาเสพติดบ้านบ่อมะกรูด ร่วมกับ นางสาว
ปิยพร ประทุมแย้ม กองเลขานุการศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ได้รับเชิญ
เข้าร่วมสัมมนา Drugs, Principles and Dilemmas : The Thai Drug Policy and the UNGASS Review เพื่อยกระดับการติดตามและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย ในมุมมองของประชาคมโลก ซึ่งเจ้าภาพในการจัดนั้นคือ UN และสำนักงาน ป.ป.ส. โดยมีเจ้าหน้าที่อัยการพิเศษ และตำรวจจากทั่วโลก มาร่วมประชุมสัมมนาครั้งนี้ ทำให้
ระบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยชัดขึ้นเพราะป.ป.ส.ใช้เครือข่ายภาค
ประชาชนร่วมมือกับภาครัฐ ส่งข้อมูล ส่งแผนและยุทธศาสตร์พร้อมกับกิจกรรมยึดพื้น
ที่สร้างเป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยกิตติธัช อุ่มเอิบ เสนอที่ประชุมว่า เยาวชนคือเป้าหมาย
ที่จะกำกับดูแลแบบใกล้ชิด เนื่องจากพฤติกรรมเยาวชนเปลี่ยนไปมาก อยากให้เยาวชน
ทำงานเพื่อเยาวชน เพราะคนที่เข้าใจคือกลุ่มเดียวกัน และกิตติธัช เสนอทางออกคือ
งานป้องกันต้องเข้มข้น งานเฝ้าระวังต้องเสียสละให้มากกว่านี้ ส่วนงานปราบปราม
ต้องมีศักยภาพ ยาเสพติดใครคนใดคนหนึ่งแก้ไขไม่ได้ นอกจากรวมพลังกันดำเนินการ
ในส่วนของกิตติธัชเอง มาจากบ้านบ่อมะกรูด ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ทำงานได้ผลมาโดย ตลอด เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ณ The Pullman Bangkok King Power Hotel

Monday, February 23rd, 2009

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดประชุมคณะกรรมการสื่อประชาสัมพันธ์ (สื่อ
ชุมชน)เพื่อกำหนดการสัมมนาสื่อชุมชนระดับชาติ โดยในร่างมีเนื้อหาอภิปราย
ทิศทางการพัฒนาสื่อชุมชน ประชุมกลุ่มย่อย แนวทางการพัฒนาและเชื่อมโยง
สื่อชุมชนเพื่อการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาสื่อชุมชนพร้อม
ข้อเสนอต่อรัฐบาลในการสนับสนุนวิทยุชุมชนและการปฏิรูปสื่อ โดยที่ประชุมมีมติ
ให้ ดร.เอื้อจิตร วิโรจน์ไตรรัตน์ และ ธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เป็นผู้แทนเครือข่ายวิทยุ
ุชุมชน ให้ผญ.ชาติชาย เหลืองเจริญ ผญ.วัชรินทร์ จันทร์เดช นายชัยพร จ.ตรัง
นายคล้ำ เป็นวิทยากร ผู้เข้าร่วมประชุมนายปฏิภาณ จุมผา โดยจะจัดในวันที่
10 -11 มีนาคม 2552 ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.

Saturday, February 21st, 2009

ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ ร่วมกับ สื่อชุมชนแห่งชาติ และ NEWS4 สื่อภาคประชาชน เดินทางเข้าร่วมประชุมเครือข่าย
ภาคตะวันออกเพื่อสร้างความเข้าใจกระบวนการทำงานของตรัย
ภาคี 3 ฝ่าย คือ ศตส.ภาคประชาชน สำนักงาน ป.ป.ส. และ มภท. ซึ่งเป็นการปรับบทบาทหน้าที่ พิจารณาเรื่องงบประมาณ
การทำงานร่วม ในการป้องกัน เฝ้าระวัง ฟื้นฟู บำบัด และการ
ปราบปรามยาเสพติดภาคประชาชน พร้อมทั้งรับฟังปัญหาภาค ตะวันออก ซึ่งมี นายสมาน มั่นคง ประธานภาคช่วยในการที่จะ บรรยายสรุปทิศทาง อุปสรรคและปัญหา ซึ่งมี อ.บัณฑร อ่อนดำ
ประธาน ศตส.ภาคประชาชน รับเรื่องราวทั้งหมด พร้อมกับนาย
เฉลิมชน คงสมใจ ผอ.นโยบายและแผน ช่วยตอบปัญหา ในส่วน
นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ สรุปแผนศตส.ชาติอย่างละเอียด และติด
ตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
ให้กับภาค 2 ที่มีคณะทำงานอย่างเข้มแข็ง เป็นที่น่าศรัทธา และ
ต้องขอขอบคุณ ผู้ใหญ่ชาติชาย เหลืองเจริญ ที่อนุเคราะห์ศรช.
บ้านจำรุงให้เป็นเวทีประชุมศตส.ชาติ และขอขอบคุณนายกต่ะ
ผญ.ฉัน ขยันงาน เอื้อเฟื้อความสะดวก20ก.พ.52 ณ บ้านจำรุง

ฟื้นชีวิตตลาดเก้าห้องบางปลาม้าต้อนรับนักเที่ยวเชิงอนุรักษ์

Saturday, February 21st, 2009

หอดูโจร

บรรยากาศร้านค้าดั้งเดิม ของใช้ ตำนานของอร่อย แหล่งถ่ายทำละครภาพยนตร์ สัมผัสวิถีชีวิตริมสายน้ำชนบท

นายอภิชาต ชโลธร นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตลาดเก้าห้อง เป็นตลาดเล็กๆในชุมชนเก่าแก่ที่หลงเหลือร่องรอยของความสมบูรณ์แห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำท่าจีน เป็นชุมชนเก่าแก่มีเสน่ห์และหลงเหลือตำนานเล่าขานสมควรที่อนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางประวัติสาสตร์ของเมืองสุพรรณบุรี เทศบาลตำบลบางปลาม้าได้เห็นคุณค่าและความสำคัญดังกล่าว จึงกำหนดนโยบายการบริหารงานเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมทั้งต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว โดยร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาตลาดเก้าห้อง และประชาชนในเขตเทศบาล ฟื้นชีวิต “ตลาดเก้าห้อง”ขึ้นมาอีกครั้ง            สำหรับตลาดเก้าห้อง ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บริเวณกลางตลาดล่าง ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี ห่างจากตัวอำเภอบางปลาม้าประมาณ 3 กิโลเมตร  ตลาดเก้าห้องเป็นตลาดริมน้ำไทย-จีน ยังคงบรรยากาศแบบเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพบ้านเรือนไม้เก่าชีวิตแบบเรียบง่าย การค้าขายสินค้าท้องถิ่น  และจุดสนใจที่ถือเป็นไฮไลท์ของตลาดที่นักท่องเที่ยวกำลังให้ความสนใจ คือ หอดูโจร หรือป้อมดูโจร ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2477 เป็นหอที่ก่ออิฐถือปูน กว้าง3×3 เมตร สูงประมาณตึก 4 ชั้น เพื่อเอาไว้ให้ชาวบ้านในสมัยก่อนเฝ้าคอยระวังโจร เมื่อมีโจรมาชาวบ้านที่เข้าเวรยามจะขึ้นไปและเอาปืนส่องตามรูทั้ง 4 ด้านของป้อมเพื่อต่อสู้กับโจร นอกจากนี้แต่ละบ้านยังมีของเก่าของโบราณให้ได้ชมมากมาย รวมทั้งห้องไม้สองแถวสองชั้นหันหน้าชนกัน ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน อีกทั้งภูมิปัญญาของชาวบ้าน คือม่านชักรอก ที่ยังมีให้ชมอยู่ ตลอดจนตลาดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครดัง เช่น แรกบิน ลอดลายมังกร ดงดอกเหมย ฯลฯ
      นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้โบราณ ได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน และยังมีขนมไทยโบราณ ที่สามารถหารับประทานได้ทั่วไปหรือหลงลืมกันไปแล้ว สามารถมาแวะชมได้ที่นี่ เช่น ขนมไข่ปลา ขนมขุยหนู ขนมฮวงเหล่าเท็ง หรือเหล่าเท็งกล้วย (ขนมตาตะแกรงเตา) เต้าทึงสูตรโบราณ ขนมถ้วยฟูแป้งสด   ขนมจันอับ ข้าวเกรียบว่าวแบบชาวบ้าน ร้านขายของเก่า โรงพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีอาหารที่รสชาติอร่อยไม่แพ้ที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดไทยวุ้นเส้น ข้าวคลุกกะปิ หมูสะเต๊ะ ห่อหมกปลาช่อน เมื่ออิ่มอร่อยกันแล้วยังมีของฝากก่อนกลับบ้านที่ทำให้ต้องนึกถึงตลาดเก้าห้อง ก็คือ ขนมเปี๊ยะ กะหรี่ปั๊บ หัตถกรรมจักสาน เป็นต้น
            ” ณ วันนี้แม้ตลาดเก้าห้องเงียบเหงาไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แม่น้ำ แต่เรายังคงเห็นสภาพตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิมซึ่งนับวันจะจางหายไป แต่ท่านสามารถสัมผัสกับบรรยากาศได้ที่นี่ ไม่ว่าจะสภาพตลาดหรือบ้านเรือนไม้เก่าและวิถีชีวิตที่ท่านยังมาสัมผัสได้ทุกวันนี้ เทศบาลพยายามผลักดันให้ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมทั้งมีการสนับสนุนเรื่องเรือท่องเที่ยวทางน้ำ ที่จุคนได้ประมาณ 30 คน เพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวตลาดเก้าห้อง ไปไหว้พระตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ เช่น วัดน้อย เป็นต้น   ตลาดเก้าห้องจึงถือว่าเป็นตลาดที่มีอายุกว่า 100 ปี ของอำเภอบางปลาม้า ที่ปัจจุบันเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว รองลงมาจากตลาดร้อยปีสามชุกที่ขึ้นชื่อติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีไปแล้ว” นายอภิชาต กล่าว

อบจ.สุพรรณฯเตรียมคนรับป้องกันอัคคีภัย

Saturday, February 21st, 2009

นายบุญชู  จันทร์สุวรรณ  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันการเกิดเหตุอัคคีภัยมีความรุนแรงมากขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จึงจัดโครงการ “ป้องกันและระงับอัคคีภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี” ขึ้น ซึ่งจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยกับคณะผู้บริการ ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี  โดยวิทยากรจาก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี            คาดว่าหลังจากที่มีการให้ความรู้ในครั้งนี้แล้วจะช่วยพัฒนาบุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีให้มีความรู้ ความเข้าใจในวิชาที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมทั้งการเสริมทักษะในการปฏิบัติงาน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการปฏิบัติตามแผนระงับอัคคีภัย พัฒนาระบบการป้องกันอัคคีภัยในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี

อบต.ทุ่งคลีตั้งงบ 1 ล้าน ช่วยแรงงานถูกเลิกจ้าง

Saturday, February 21st, 2009

นายวิชิต แสงอัมพรรุ่ง นายก อบต.ทุ่งคลี อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่งนายก อบต.สมัยแรกขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปี ตนได้ทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหลายอย่างด้วยกัน เช่น ที่ดำเนินการแล้วก็คือตัดแว่นให้กับผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ รวมทั้งเบี้ยยังชีพ เป็นต้น ล่าสุดได้ตั้งงบประมาณเพื่อรองรับแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากโรงงาน โดยจะตั้งกองทุนให้กับคนในพื้นที่ที่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วถูกเลิกจ้าง จะได้มีทุนในการประกอบอาชีพตามที่ตนเองถนัด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจว่าแต่ละหมู่บ้าน มียอดแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจำนวนเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ตั้งงบประมาณได้ถูกต้อง โดยให้ประกอบอาชีพในท้องถิ่น จะได้ไม่ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น สำหรับอาชีพที่ตั้งงบประมาณสนับสนุนนั้น จะดูว่าผู้ที่ถูกเลิกจ้างนั้นมีความถนัดในด้านไหน ก็จะสนับสนุนด้านนั้น เช่นถ้าถนัดด้านเย็บจักรเย็บผ้า ก็จะจัดซื้อจักรเย็บผ้าให้ยืม โดยจะหาตลาดให้ด้วย
         ทาง อบต.ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทุกหมู่บ้านทราบ และแจ้งบุตรหลานญาติพี่น้องที่ไปทำงานต่างจังหวัดให้ทราบว่าผู้ที่คาดว่าจะถูกเลิกจ้างให้มาลงทะเบียนที่ อบต. โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นต้นไป ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่จะรู้ตัวเองว่าจะถูกเลิกจ้างหรือเปล่า ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้ตั้งไว้รองรับแรงงานที่ถูกเลิกจ้างประมาณ 1 ล้านบาท และตนคาดว่าต้องมีปัญหาแน่นอน เพราะประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งคลี โดยเฉพาะหนุ่มสาวไปทำงานต่างจังหวัดกันมาก แต่เมื่อมีกิจกรรมส่วนรวมต่างๆ เช่น เลือกตั้งระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด หรือระดับประเทศแรงงานเหล่านี้จะกลับมาร่วมกิจกรรมตลอด ฉะนั้นเมื่อมีปัญหาเราก็จะไม่ทอดทิ้งพวกเขา

นายกโคกครามพัฒนาเน้นพัฒนาการศึกษา-แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

Saturday, February 21st, 2009

นายวัฒนากร คำพันธ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโคกครามพัฒนา อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตำบลโคกคราม ถือว่าเป็นตำบลที่ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นการทำนาทำไร่มากที่สุด ดังนั้นในอีก 4 ปีข้างหน้าที่ตนเข้ามาบริหารอีกครั้ง เรื่องแรกที่จะต้องทำก็คือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และการรณรงค์เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยชีวภาพ เพราะตอนนี้ต้องยอมรับสิ่งแวดล้อมตอนนี้แย่มาก แม่น้ำคูคลองเน่าเสีย จึงต้องมุ่งเน้นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องของการศึกษา เพราะตนและทีมงานยังเชื่อว่าการศึกษาจะนำพาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ถ้าคนในท้องที่ยังไม่ได้รับการศึกษา การพัฒนาประเทศก็จะล้าหลัง เพราะคนที่มีการศึกษาน้อยอาจจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะคำว่าวิสัยทัศน์ พันธกิจ หรือยุทธศาสตร์ ที่พูดๆ กันอยู่ทุกวันนี้ เชื่อว่ายังมีชาวบ้านอีกมากที่ยังไม่รู้ความหมายคำพวกนี้ว่าคืออะไร และในอนาคตทางเทศบาลจะเปิดโรงเรียนชาวนา กำลังทำเรื่องขอใช้สถานที่โรงเรียนวัดกลาง ซึ่งถูกยุบไปแล้ว โดยประสานกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) สุพรรณบุรี โดยทางเทศบาลมีทั้งสถานที่และงบประมาณ แต่ขอให้ กศน.จัดหาบุคลากรมาทำการสอนชาวบ้านโดยที่ไม่มีการแบ่งชั้นหรืออายุ เรียกว่าเรียนได้ทุกระดับ นี่คือนโยบายอย่างหนึ่งที่จะต้องทำต่อไปให้เป็นรูปธรรมในเรื่องของการศึกษา
         

อันตรายเวลาเล่นน้ำทะเล จากกระแสน้ำย้อนกลับ (Rip Current)‏

Saturday, February 21st, 2009

Rip Current คืออะไร

รูปต่อไปนี้ดูเวลาน้ำตื้นๆจะได้ดูง่ายๆครับ

ภาพนี้ของจริงครับ

วิธีเอาตัวรอด

ห้ามว่ายเข้าฝั่งต้องว่ายตามกระเเสน้ำหรือว่ายออกด้านข้างไปก่อนแล้วคลื่นจะพัดตัวเราเข้าฝั่งอีกด้วย

อย่าให้แม่ของใครต้องรำพึงร้องหาลูกเขาอีกเลย

กทช.จัดอบรมด้านเทคนิคเพื่อเตรียมความพร้อมขอใบอนุณาตวิทยุชุมชน

Friday, February 20th, 2009

นายสุรนันท์  วงศ์วิทยกำจร  เป็นประธานในการเปิดการฝึกอบรม ให้ความรู้ทางด้านเทคนิควิทยุกระจายเสียงชุมชน ที่โรงแรมมิราเคิล  แกรนด์  คอนเวนชั่นการจัดในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการที่จะดำเนินการขอใบอนุญาตการกระจายเสียงชุมชนและให้ความรู้หัวข้อ ลักษณะพึงประสงค์ทางเทคนิคของวิทยุกระจายเสียงชุมชน การแพร่กระจายคลื่นวิทยุและการตรวจสอบการใช้ความถี่วิทยุ มีผู้สนใจเข้าร่วมเวที 320 คน จากภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและกทม.ยังสามารถเข้าร่วมได้ดังนี้

ครั้งที่ 2  จ.เชียงใหม่  วันที่  6  มีนาคม  2552
ครั้งที่ 3  จ.ขอนแก่น  วันที่ 13  มีนาคม  2552
ครั้งที่ 4  จ.สงขลา  วันที่  20  มีนาคม  2552

หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-2710151-60ต่อ181-185

ช่วยเหลืออีกรายสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองหญ้าไซสุพรรณบุรี

Thursday, February 19th, 2009

วานนี้(๑๘กุมภาพันธ์๒๕๕๒)เวลา๑๙.๓๐น.นายประเทือง กรรณแก้ว เหรัญญิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เป็นตัวแทนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองหญ้าไซ  มอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฯกรณีสมาชิกเสียชีวิต ชื่อนางบุญมา มาลัยทอง อายุ ๙๑ ปี ชาวบ้านหมู่ที่๙ต.หนองหญ้าไซ เสียชีวิตด้วยโรคชรา ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านโดยมีบุตรและธิดาเป็นผู้รับเงินช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฯพร้อมมีญาติพี่น้องกว่า๔๐๐คนเป็นสักขีพยานและร่วมบำเพ็ญกุศลฟังพระสวดพระอภิธรรม

นางบุญมา มาลัยทอง อายุ๙๑ปีชาวบ้านหมู่ที่๙เป็นสมาชิกกองทุนฯตั้งแต่ปี๒๕๕๐โดยการประสานงานของนายสำราญ บุญมาก คณะกรรมการกองทุนฯเสียค่าธรรมเนียมสมาชิกปีละ๓๖๐บาท รวม๒ปีเสียค่าธรรมเนียม๗๒๐บาทและมาเสียชีวิตเมื่อวันที่๑๘กุมภาพันธ์๒๕๕๒นี้ได้รับเงินสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกฯกรณีเสียชีวิตจำนวน ๗,๐๐๐บาท

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองหญ้าไซ ปัจจุบันมีสมาชิก๑๐๔ราย มีกองทุนฯ๕๗,๔๔๐บาท (ค่าธรรมเนียมสมาชิก๓๗,๔๔๐บาทสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)สมทบอีก๒๐,๐๐๐บาท) จัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฯ๔๒,๗๐๐บาท กรณีเจ็บป่วย๑๑ราย๕,๗๐๐บาท กรณีเสียชีวิต๗ราย๓๗,๐๐๐บาท

โดยการดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนฯและสมาชิกกองทุนฯทุกท่าน โครงสร้างคณะกรรมการกองทุนฯ

  1. นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธานฯ
  2. นายบุญมา จันทร์แก้ว       รองประธาน
  3. นายเต็ง ทองสุข               เลขาฯ
  4. นายประเทือง กรรณแก้ว   เหรัญญิก
  5. นายมานพ สิงห์ดวง          กรรมการ
  6. นางยงยศ ไตรเวทย์          กรรมการ
  7. นายผิน เริ่มรัตน์                กรรมการ
  8. นายสำราญ บุญมาก         กรรมการ
  9. นายสังวาล ธัญญเจริญ     กรรมการ            

โดยมีระเบียบของสมาชิกกองทุนฯดังนี้

  1. สมาชิกแรกเข้าต้องจ่ายเงินให้กับคณะกรรมการกองทุนฯต่อปี ปีละ360บาท ค่าสมัคร20บาทสามชิกชุดก่อตั้งกองทุนชุดแรกไม่ต้องเสียค่าสมัคร
  2. กรณีสมาชิกกองทุนฯคลอดบุตรกองทุนจ่ายทำขวัญให้เด็ก500บาท
  3. กรณีเจ็บป่วยเข้านอนโรงพยาบาลกองทุนฯจ่ายค่าเฝ้าไข้คืนละ100บาทปีละไม่เกิน10คืนแต่ต้องเป็นสมาชิกกองทุนฯเกินกว่า๓เดือน
  4. กรณีสมาชิกเสียชีวิต  4.1เป็นสมาชิกไม่ถึง๖เดือนกองทุนฯจัดเป็นเจ้าภาพถวายพระสวดอภิธรรมศพ๑คืนพวงหรีด1พวง 4.2 เป็นสมาชิกเกิน1ปี จัดสวัสดิการช่วยเหลือ7,000บาท 4.3 เป็นสมาชิกเกิน2ปี จัดสวัสดิการช่วยเหลือ9,000บาท 4.4 เป็นสมาชิกเกิน6เดือนจัดสวัสดิการช่วยเหลือ5,000บาท  4.5 เป็นสมาชิกเกิน3ปี จัดสวัสดิการช่วยเหลือ12,000บาท
  5. กรณีถึงกำหนดส่งค่าสมาชิกกองทุนฯทุกปี จะผ่อนผันให้ไม่เกิน30วันจึงจะขาดจากการเป็นสมาชิกไม่สามารถรับสวัสดิการสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯได้
  6. ระเบียบของสมาชิกกองทุนฯจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทุนฯและสมาชิกปีละ1ครั้งในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

นี่คือกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี สวัสดิการของชาวบ้านโดยการบริการจัดการของชาวบ้านในชุมชน พร้อมเชื่อมโยงกับภาคีหน่วยงานและองค์กรอื่นฯ เพื่อดูแลซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข

สนใจสอบถามข้อมูลกองทุนฯหรือเรียนรู้เรื่องสวัสดิการชุมชน ติดต่อได้ที่:นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล 085-1783508

มหกรรมตลาดนัดสุขภาพ ภาคีเครือข่ายคนไทยไร้ 19-20ก.พ.นี้ที่สุพรรณบุรี

Thursday, February 19th, 2009

 

โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการมหกรรมตลาดนัดสุขภาพ ภาคีเครือข่ายคนไทยไร้พุง ในวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์ 2552 ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการมหกรรมตลาดนัดสุขภาพ ภาคีเครือข่ายคนไทยไร้พุง เพื่อสร้างกระแสให้บุคลากรในองค์กรและประชาชนทั่วไปในเขตอำเภอเมืองสุพรรณบุรีมีการบริโภคอาหารที่เหมาะสมและมีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้รับความรู้และมีทักษะด้านโภชนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดี การจัดการภาวะอ้วนลงพุงด้วยตนเอง พร้อมลดภาวะ การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคระบบหัวใจและโรคหลอดเลือด ภายในงานมีกิจกรรมการตรวจสุขภาพ ตอบปัญหาชิงรางวัล ชมนิทรรศการ เลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพ และร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์สร้างสุขภาพ

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมงานมหกรรมตลาดนัดสุขภาพ ภาคีเครือข่ายคนไทยไร้พุง ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ในวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์ 2552 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี