Archive for April, 2009

รายการจุดชนวนความคิด”วิทยุชุมชนหนองหญ้าไซ”

Wednesday, April 29th, 2009

ดูคลิปรายการ ที่นี่ http://www.nationchannel.com/p_judchanuan.php เลือกคลิปวิทยุชุมชน

กทช.เปิดช่องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุชุมชน

Tuesday, April 28th, 2009

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุชุมชน วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ Rama Gardens Hotel  ประชาชน ผู้สนใจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถลงทะเบียนได้ที่ ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานวิทยุกระจายเสียงชุมชนในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยสามารถส่งมาได้ 3 วิธี ดังนี้ 
1.ทางโทรสาร 02 271 0578 ภายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2552
2.ทาง e-mail : broadcasting_ntc@hotmail.com โดยตั้งชื่อ file : “ลงทะเบียนรับฟัง ความคิดเห็นกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน”ภายในวันที่7พฤษภาคม2552
3.ทางจดหมายด่วนพิเศษ(EMS)จ่าหน้าถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ87 ถ.พหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ10400นับวันตีตราไปรษณีย์ วันที่ 4 พฤษภาคม 2552 เป็นวันสุดท้าย

สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่7พฤษภาคม2552เป็นต้นไป                                                           

ติดต่อสอบถามได้ที่ 
โทรศัพท์ 02 271 0151 ต่อ 182, 183

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองขุนแผนเชิญชวนทุกครอบครัวเที่ยวพิพิธภัณฑ์วันอาทิตย์

Monday, April 27th, 2009

 

นางนิภา สังคนาคินทร์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรีเปิดเผยว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ร่วมส่งเสริมวันครอบครัว และส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อสร้างความรัก ความผูกพันระหว่างครอบครัว ทุกวันอาทิตย์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้รูปแบบใหม่ ซึ่งเด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ และสัมผัสบรรยากาศความสมจริงในเรื่องราวต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและ การท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการเสริมสร้างความรักความผูกพันระหว่างกัน โดยทุกวันอาทิตย์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี จะยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับผู้มาเป็นครอบครัวและทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนเปิดโอกาสให้ครอบครัว ร่วมทำกิจกรรมและรับของรางวัลรวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ มากมาย

จึงขอเชิญครอบครัวเที่ยวพิพิธภัณฑ์วันอาทิตย์และเข้าร่วมกิจกรรมในอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เปิดรับสมัครครอบครัวแล้วตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี โทร 0-353-5330 0-3553-6100-1 ทุกวันในเวลาราชการ

ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

ขนส่งเมืองขุนแผนแนะขับจักรยานยนต์ทางไกลมั่นใจทุกเส้นทาง

Thursday, April 23rd, 2009

นายพิบูลย์ ว่องภักดีภูบาล ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือสบโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ หลายคนที่ชอบขับขี่รถจักรยานยนต์มักจะ รวมก๊วนกันออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัดไกล ๆ เพราะขับขี่ง่ายกว่าบนถนนธรรมดา เนื่องจากไม่ค่อยมีสี่แยก สามารถเร่งทำความเร็วได้โดยไม่เสี่ยงอันตรายต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่ว่าจะขับขี่บนถนนทางไกลหรือทางใกล้ก็ตาม ต้องใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกันเพราะหากผิดพลาด เพียงเล็กน้อย อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือโศกนาฏกรรมอันใหญ่หลวงได้

การเตรียมพร้อมล่วงหน้า เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ทางไกลต่อไปนี้เป็นข้อควรปฏิบัติ เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงให้คำแนะนำเพื่อป้องกันอุปสรรคและปัญหายุ่งยากที่จะเกิดขึ้นระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์ทางไกล และเพื่อให้เดินทางถึงจุดมุ่งหมายปลายทางตามกำหนดโดยปลอดภัย การเตรียมตัวของผู้ขับขี่ คือ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนการเดินทาง งดเว้นการดื่มสุราหรือของ มึนเมาทุกชนิด ก่อนการเดินทางควรศึกษาเส้นทางโดยตลอดเสียก่อน โดยตรวจดูจากแผนที่ ถามผู้รู้ หน่วยบริการของตำรวจทางหลวง หรือการท่องเที่ยว เพื่อกำหนดเส้นทางการเดินทางว่าจากจุดใดไปจุดใดถนนสายใดมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านปะยาง ร้านอาหาร หรือ จุดพักรถที่ใดบ้าง การตรวจสอบสภาพรถ และสัมภาระต่างๆ ควรทำแต่เนิ่น ๆ อย่าตรวจอย่างรีบเร่งก่อนออกเดินทาง สิ่งที่ควรตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์

นอกจากนี้ ควรนำอุปกรณ์และอะไหล่ที่จำเป็นติดตัวไปด้วย เช่น เครื่องมือประจำตัวรถ หัวเทียนเบอร์มาตรฐาน (เบอร์ที่กำหนดมากับตัวรถ) เชือกผูกของ และที่ลืมไม่ได้ก็คือสมุดคู่มือรับประกัน หากมีเรื่องฉุกเฉินจะได้มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อหน่วยงานที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ตลอดการเดินทาง
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

สมุทรสาครจัดสัมมนาแกนนำ กองทุนแม่ของแผ่นดิน

Thursday, April 23rd, 2009

นายสุริยะ  ประสาทบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด

ให้เกียรติมาเป็นประธานในการเปิดการสัมมนาแกนนำ

โครงการขยายและพัฒนาหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดสมุทรสาคร

ระหว่างวันที่ ๒๓ ๒๔ เมษายน  ๒๕๕๒ 

ณ ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรสาคร

             ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดสมุทรสาคร (ศตส.จ.สค.) ได้ดำเนินการตามโครงการขยายและพัฒนาหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดสมุทรสาคร  วัตถุประสงค์เพื่อขยาย  พัฒนา และ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการในชุมชนทั้งด้านความคิด ความรู้ การแลกเปลี่ยน การรวมกลุ่ม และความตื่นตัวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติด ให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดฯจึงได้จัดสัมมนาแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อพัฒนากองทุนฯเดิม และขยายหมู่บ้านที่มีความพร้อม โดยให้ผู้เข้าร่วมมีการสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การการบริหารจัดการกองทุนและเตรียมความพร้อมสำหรับกองทุนใหม่  พร้อมกันนั้นยังได้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานที่กองทุนแม่ของแผ่นดินที่เป็นศูนยืการเรียนรู้ที่บ้านน้ำทรัพย์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

Tuesday, April 21st, 2009

คณะอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.)จังหวัดราชบุรีนำโดยกรรมการประสานงานอปพร.จังหวัดราชบุรี จำนวน 20 นายร่วมแถลงข่าวการจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี และ อปพร.สัมพันธ์ ในโครงการ”อปพร.ราชบุรีต้านภัยรวมใจเป็นหนึ่ง”ครั้งที่2/2552ณ ตลาดเพชรเมืองราช (ตลาดกอบกุล)ถนนเพชรเกษม อ.เมืองราชบุรีในวันที่ 9 พฤษภาคม 2552 โดยมีกำหนดการดังนี้
1.เวลา 08.00-12.00น.ทอดผ้าป่าสามัคคี
2.เวลา 18.00น.ชมการแสดงของ อปพร.และมอบโล่รางวัลให้อปพร.ที่มีผลงานดีเด่นทั้งศูนย์ปภ.เขต2สุพรรณบุรี และจังหวัดราชบุรี
           ซึ่งในการจัดโครงการนี้ ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีและคณะกรรมการประสานงาน อปพร.จ.ราชบุรี สื่อชุมชนแห่งชาติและ ศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี
วัตุประสงค์เพื่อ1. สมทบทุนเผยแผ่พระศาสนา ด้านคุณธรรม-จริยธรรมด้วยจำนวน อปพร.14,500คนเป็นเสาหลักเชิดชูพระศาสนาในจังหวัดราชบุรี 2. เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ-อุปกรณ์ ให้กับอปพร.เพื่อพิทักษ์ชีวิต
และทรัพย์สิน ช่วยต้านภัยพิบัติจากอุบัติภัย และภัยทางธรรมชาติ 3.เพื่อก่อตั้งมูลนิธิให้อปพร.จังหวัดราชบุรี และที่ 4. จะได้ประชาสัมพันธ์งานอปพร.ให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชน ว่าสัญญลักษณ์ของ อปพร.คือ ใฝ่ดี ไว้ใจ เกรียงไกร รับใช้ประชาชน โดยในการแถลงข่าวนั้นร่วมกับท่าน สุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะรองผู้ว่า ปลัดจังหวัดนายกอบจ.ราชบุรีนายกเทศบาลเมืองราชบุรี ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่1 พมจ.ราชบุรี พัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนทุกแขนง โดยคณะอปพร.นั้นได้สร้างสีสรรค์ในการนำเสนอเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการร่วมแก้ไขปัญหาของชาติได้แบบชาญฉลาด ที่แหลมคมทุกขบวนการ ต้องขอบคุณท่านนรกิจ ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี ที่ประสานงานให้ อปพร.ได้มีโอกาสแถลงข่าวการจัดงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2552 ณ ห้องหลวงยกกระบัตร ศาลากลางจังหวัดราชบุรี เวลา 13.30-16.30น.

สืบสานประเพณีสงกรานต์ปิดเมืองเล่นน้ำหนองหญ้าไซสุพรรณบุรี

Saturday, April 18th, 2009

ถ้าพูดถึงงานประเพณีสงกรานต์หลายท่านคงเคยเห็นภาพที่คุ้นชินกับการเล่นน้ำทำบุญแต่ถ้าเป็นคนอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรีต้องบอกว่าถ้าไม่ได้มาเที่ยวงานประเพณีสงกรานต์บ้านเกิดปีนั้น”เสียปี”เพราะเป็นวันที่ชาวหนองหญ้าไซให้ความสำคัญจนเป็นประเพณีถือปฏิบัติกันมานานโดยจะจัดขึ้นตรงกับวันที่18เมษายนของทุกปีแต่มาเปลี่ยนเป็นวันที่16เมษายนตั้งแต่ปี2550โดยเป็นข้อเสนอจากที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานประเพณีสงกรานต์ ว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะอยู่ในช่วงหยุดสงกรานต์ โดยมีอำเภอเป็นแม่งาน สภาวัฒนธรรมอำเภอ,ส่วนราชการ,ท้องถิ่น,และที่สำคัญหมู่บ้านตำบลต่างๆ

งานประเพณีสงกรานต์อำเภอหนองหญ้าไซได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อกว่า50ปีแล้วตั้งแต่เป็นตำบลหนองหญ้าไซอำเภอสามชุกโดยในช่วงเเรกเน้นการทำบุญการสรงน้ำพระและการทำบุญกระดูกบรรพบุรุษรวมญาติและได้มีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ภายหลังมีการจัดกิจกรรมอื่นเพิ่มเช่นขบวนแห่วัฒนธรรมสงกรานต์,การประกวดเทพีสงกรานต์,การแข่งขันกีฬาฟุตบอล ฯลฯ

และเป็นที่ประทับใจของผู้ที่มาร่วมงานประเพณีสงกรานต์คือการรักษาประเพณีดั้งเดิมเอาไว้ตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการจัดงานสงกรานต์,การเล่นสงกรานต์แบบ”ปิดเมืองเล่นน้ำ”โดยในวันสรงน้ำพระ(16เมษายน)บ้านเรือนร้านค้าในตลาดหนองหญ้าไซจะร่วมใจกันจัดสถานที่หน้าบ้านร้านค้าเพื่อเล่นน้ำสงกรานต์ มีการตั้งภาชนะสำรองน้ำไว้หลายตุ่ม ติดตั้งเครื่องเสียงที่สามารถเปิดเสียงดนตรีในจังหวะสนุกสนานและที่สำคัญการรวบรวมญาติพี่น้องสมัครพรรคพวกเพื่อมาเล่นน้ำสงกรานต์จะเล่นกันทุกบ้านตลอดหัวตลาดท้ายตลาดเสมือนกับการต้อนรับญาติพี่น้องเพื่อนสหายด้วยไมตรีจิตรในวันปีใหม่ไทยและเป็นช่วงเวลาของการรวมญาติรวมพี่น้องเพื่อนเพื่อมาทำบุญร่วมกันเล่นกีฬาร่วมกันเล่นสงกรานต์ร่วมกันและทำบุญกระดูกบรรพบุรุษด้วยกัน

ยังไม่หมดแค่นี้ยังมีสิ่งที่น่าประทับใจอีกมากมายที่รอการเข้ามาสัมผัสจากนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยังสามารถเลือกซื้อของฝากของอร่อยติดมือกลับบ้านเช่น”ไส้หมูพะโล้ร้านน้องเล็ก”เจ้าแรกต้นตำรับขายตั้งแต่ปี2524ที่นักชิมตั้งแต่อดีดนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นพร้อมข้าราชการผู้ใหญ่และนักชิมทั่วสารทิศต่างยอมรับว่าอร่อยที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี

ถ้าต้องการสัมผัสกับบรรยากาศงานประเพณีสงกรานต์เชิงวัฒนธรรมชุมชนเชิญมิตรสหายมาที่นี่อำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรีในทุกๆปี

Sunday, April 12th, 2009

วันที่ 11 เมษายน 2552
ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เปิดจุดบริการประชาชน
เพื่อสนับสนุนทางราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
เพื่อป้องกันและลดอุบัติภัยทางถนน ในเทศกาลสงกรานต์ ปี2552 ลดการบาดเจ็บที่
มีความสูญเสียในชุมชนและสังคมโดยรวม โดยใช้กลไก อปพร. อสม. ชรบ. กม.
ตำรวจสายตรวจบ้านฆ้อง อาสาสมัครเยาวชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านบ่อมะกรูด

 สนับสนุนด้านค่าใช้จ่าย สนับสุนอุปกรณ์ ซึ่งในโอกาสนี้คณะกรรมการชุมชน
ที่ตั้งจุดบริการ ได้ต้อนรับ นายปริญญา จาติเสถียร ผู้ตรวจราชการกรมปภ. และ
นางสาวกฤตยา เปรมปราโมชย์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.ราชบุรี ที่เดินทางมาตรวจ
เยี่ยมชุมชนที่ช่วยเหลืองานรัฐบาล พร้อมกับชมเศรษฐกิจพอเพียงที่มีเรื่องอปพร.
เลี้ยงปลาดุก ปลูกสมุนไพร ปลูกผักปลอดสาร มุ่งเน้นชุมชนพึ่งตนเอง อย่างบ้านบ่อ
มะกรูด เมื่อ 11 เมษายน 2552 ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านบ่อมะกรูด/สำนักข่าว ICT.

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาฯ ทรงเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน “โครงการสายใยรักฯ”

Friday, April 10th, 2009

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จทรงเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน “โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว” ณ โรงเรียนวัดลำพันบอง หมู่ที่ 4 ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี

ในการเสด็จครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาฯ จะเสด็จโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากอำเภอดอนเจดีย์ถึงโรงเรียนวัดลำพันบอง หมู่ที่ 4 ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี10.30 น. เสด็จเข้าสู่วิหารหลวงพ่อบุญมา ทรงนมัสการหลวงพ่อบุญมา พระประธานประจำวิหาร และพระพุทธชินราชจำลองในอุโบสถ จากนั้นเสด็จไปยังโรงเรียนวัดลำพันบอง ประทาน พระวโรกาสให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กราบทูลรายงานผลการดำเนินงานโครงการสายใยรัก แห่งครอบครัว จังหวัดสุพรรณบุรี

ต่อจากนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ประทานเข็มเชิญชูเกียรติโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว แก่สมาชิกในโครงการฯ, ประทานทุนการศึกษาพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมิ์โชติ แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน , ประทานหนังสือประจำห้องสมุด , อุปกรณ์กีฬา , ประทาน ชุดแม่บ้านงานครัว เสด็จไปทรงสักการะศาลเจ้าพ่อโพธิ์หลวงและศาลเจ้าแม่สร้อยทอง และทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน และสมาชิกแม่บ้านงานครัวประจำโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ จังหวัดสุพรรณบุรี ทอดพระเนตรการแสดงของวงปี่พาทย์มอญ ทรงเยี่ยมสมาชิกโครงการฯ และทรงเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านลำพันบอง และตลาดนัดชุมชนสายใยรักแห่งครอบครัว

“สามชุกร่วมใจขจัดภัยบนท้องถนน”เวทีการมีส่วนร่วมลดอุบัติเหตุ

Friday, April 10th, 2009

วันนี้(9เมษายน52)เวลา09.30น.ณ ห้องโสติศึกษา โรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เครือข่ายลดอุบัติเหตุร่วมกับสถาบันประชาสังคมจังหวัดสุพรรณบุรีจัดเวทีการมีส่วนร่วมลดอุบัติเหตุ”สามชุกร่วมใจขจัดภัยบนท้องถนน”โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

อ.นิมิต  สมบูรณ์วิทย์ ประธานสถาบันพัฒนาฯได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่าเป็นเวทีที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการระดมความคิดที่จะลดการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ของตนอย่างยั่งยืนโดยผ่านกระบวนการชุมชนมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนแล้วนำไปผลักดันเป็นแนวนโยบายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปประกอบแผนงานนโยบายของแต่ละหน่วยงานองค์กรท้องถิ่นต่อไป โดยจะใช้วิธีพึ่งพาตนเองก่อนถ้าทำไม่ได้ค่อยขอความช่วยเหลือ เช่นการสร้างสำนึกความรับผิดชอบต่อการใช้รถใช้ถนน การรณรงค์ การกำหนดจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุที่ต้องแก้ไข การจัดการช่องทางจราจร การกำหนดจุดกลับรถต้องสะดวกและปลอดภัยเป็นต้น

และยังมีเจ้าหน้าที่จากเครือข่ายลดอุบัติเหตุมาให้ความรู้เรื่องสถิติการเกิดอุบัติเหตุ การรณรงค์ในช่วงเทศการต่างๆและสรร้างสำนึกในชีวิตประจำวัน โครงการนี้จะดำเนินการครบทั้งจังหวัดสุพรรณบุรีและทั่วประเทศ

สามารถรับฟังเสียงเสวนาหรือDownLoad ได้ที่นี่

http://www.uploadtoday.com/download/?259574&A=303297

http://www.uploadtoday.com/download/?259575&A=216883

กองทุนฟื้นฟูฯสุพรรณบุรีรุกเดินหน้าต่อเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

Friday, April 10th, 2009

วันนี้(9เมษายน52)มีการประชุมชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายกองทุนฟื้นฟูหนี้สินเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี ที่วัดโพธิ์คอย ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธาน.ศตส.ปชช.จ.สุพรรณบุรีร่วมให้ความรู้เรื่องการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในครัวเรือน เช่นสอนทำถ่านอัดแท่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันทอดแล้วแบบต้มเองไม่ต้องซื้อเครื่องแพงๆ สอนทำปุ๋ยอัดเม็ดแบบครัวเรือน

นายคมสัน แก้วเรือง ประธานกลุ่มเครือข่ายกองทุนฟื้นฟูหนี้สินเกษตรกรฯกล่าวว่าการจัดประชุมในครั้งนี้ได้มีการมอบความรู้ที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้กับเกษตรกร และยังเป็นเวทีขับเคลื่อนการช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการกองทุนฟื้นฟูฯซึงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีกำลังจะดำเนินการซื้อหนี้ของเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

ชาวบ้านหนองหญ้าไซร่วมวงแลกเปลี่ยนงานศูนย์เรียนรู้

Friday, April 10th, 2009

เมื่อวานนี้(8เมษายน2552)ชาวบ้านหนองหลวงร่วมใจกันประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ บ้านหนองหลวงหมู่ที่2ตำบลหนองหญ้าไซอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรีโดยมีการระดมความรู้หลากหลายเรื่องที่มีในชุมชนเช่นองค์ความรู้เรื่องการทำนา,สมุนไพรยารักษาโรค,การทำถ่านอัดก้อน,ทำปุ๋ยอัดเม็ด,ทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันทอดที่ทิ้งแล้ว,การสร้างบ้านดิน,สื่อชุมชนวิทยุชุมชนต้นแบบ เป็นต้น

โดยมีการเก็บข้อมูลเรียบเรียงเป็นข้อมูลเอกสาร,ข้อมูลอีเล็กโทรนิคฯลฯและพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนอื่นได้ตลอดเวลา

Wednesday, April 8th, 2009

ธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ นำคณะทำงานกรรมาธิการร่วมประชุมกรรมาธิการรัฐสภา
การสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหามาตราการในการขอ
อนุญาตและการควบคุมดูแลการแพร่ภาพและกระจายเสียง เรื่องวิทยุชุมชน
เคเบิ้ลทีวี ซึ่งมนายรณฤทธิชัย คานเขต เป็นประธานกรรมาธิการ ซึ่งก็มีการ
สนิทสนมพิเศษกับแกนนำบ้านบ่อมะกรูด ดำเนินการประชุมโดย วิโรจน์ พูนสุข
โดยมีคณะทำงานนำเสนอแนวทางการนำเสนอข้อคิดเห็น การจัดทำแผนแม่บท
ภาคประชาสังคม แนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ของวิทยุชุมชน กลุ่มบริการ
สาธารณะหรือกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม แนวทางการกำกับดูแลทางเท็คนิคการตั้ง
สถานี การพาดสาย ปักเสา การแพร่กระจายคลื่น ผลกระทบเสาส่งสัญญาณ
แนวทางการออกใบอนุญาตถาวร หรือใบอนุญาตชั่วคราวแนวทางการจัดผัง
รายการ ข้อมูล เนื้อหา ผู้ประกาศข่าว ผู้จัดรายการ ผู้เช่าเวลา การถ่ายทอด
ประชาสัมพันธ์ ซึ่งการประชุมกรรมาธิการครั้งนี้ สื่อชุมชนแห่งชาติ โดยฝ่าย
เท็คนิค อ.ปณิธิ เอี่ยมกิจ และคณะได้ทำการถ่ายทอดอย่างเข้มแข็ง และใน
การประชุม อ.มณเฑียร สอดเนื่อง ได้ร่วมแสดงความเห็น เป็นแนวทางการ
สร้างเสริมสื่อระดับชุมชนเมื่อ 7เมษายน2552 ณ ห้องกรรมาธิการชั้น2รัฐสภา

Tuesday, April 7th, 2009


สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ NBT ดำเนินรายการ”ฟังเราบ้าง”ออกอากาศเป็น
ครั้งแรกดำเนินรายการโดย ฯพณฯปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี
โดยได้เชิญนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี ที่
มีพื้นที่ทำงานที่บ้านบ่อมะกรูด ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรีและป้าอมีนะ
บาดิลและ ประธานเครือข่ายสลัมคลองเตยออกรายการเรื่องการแก้ไขปัญหายา
เสพติดในชุมชนอย่างเข้มข้น ด้วยการจัดการกับผู้ค้า ผู้เสพและการไม่ให้ติดเพิ่ม
พร้อมกับแนวทางการสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยรักษาความเป็นชุมชนปลอดยา
ชั่วชีวิต และการมุ่งเน้นแก้ไปัญหาเศรษฐกิจ สังคมการเมือง วัฒนธรรม การ
ศึกษา สุขภาวะ อนามัย และการไม่ละเมิดกฎหมาย ดำรงไว้ซึ่งการรักษาประชา
ธิปไตยฐานรากขององค์กรชุมชนเมื่อ 7 เมษายน 2552 ณ สถานีโทรทัศน์ NBT

อบรมเขียนบทวิทยุ

Tuesday, April 7th, 2009

โครงการผลิตบทวิทยุเรื่อง สิทธิและกฏหมายเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาล ตั้งแต่วันที่6-9 เม.ย52 เครือข่ายวิทยุชุมชนปัตตานีและวิทยุชุมชนใน4 จังจากสถานการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกด้าน ทั้งตรงและอ้อม ดังนั้นภายใต้สถานการเช่นนี้ บทบาทของสื่ออย่างมากต่อการสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่ายให้ยึดมั่นในหลักคุณธรรม และหลักกฎหมายกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของทุกฝ่าย ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาจากการใช้ความรุนแรง หรือวิธีการนอกกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน บนพื้นฐานแห่งความ ยุติธรรม และสมานฉันท์

16 จังหวัดภาคกลางบน ตะวันตก จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูลที่แก่งกระจาน เพชรบุรี

Tuesday, April 7th, 2009

กิจกรรมเวทีการจัดการทรัพยากรและออกแบบการจัดทำฐานข้อมูลภาคกลางบนและตะวันตก วันที่ 4-6 เมษายน 2552ณ บ้านสวนริเวอร์  ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่ง จังหวัดเพชรบุรี

1.       เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบชุมชน ภาคกลางบนและตะวันตก

2.       เพื่อเชื่อมโยงขบวนการทำงานขององค์กรชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในระดับภาค

3.       เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลองค์กรชุมชน  เป็นชุดประสบการณ์และรูปธรรมความสำเร็จเผยแพร่

4.       เพื่อระดมความคิดในการออกแบบการจัดทำฐานข้อมูลการจัดการทรัพยากรภาคกลางบนและตะวันตก

ผู้ร่วมเวที  70  คน          

1.คณะทำงานขบวนทรัพยากรภาคกลางบนและตะวันตก 16 คน           

2.ตัวแทนขบวนการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ  10 คน            (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา/ท่าจีน/แม่กลอง/เพชรบุรี/กุยบุรี)          

3.ตัวแทนขบวนการจัดการทรัพยากรพื้นที่ป่า 12 คน              (เทือกเขาตะนาวศรี/ป่าทุ่งใหญ่/ป่าชุมชน)          

4.ตัวแทนองค์กรการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง 8 คน            (ชายฝั่งสมุทรสาคร/สมุทรสงคราม/เพชรบุรี/ประจวบคีรีขันธ์)          

 5. ตัวแทนขบวนการจัดการทรัพยากรดิน 10 คน           (เครือข่ายเกษตรธรรมชาติ/ปราชญ์ชาวบ้าน)

ม็อบ”เสื้อดำ”หนองหญ้าไซเตรียมบุกกรุงเทพฯส่อพิรุธจ้าง500จ่ายจริงแค่400

Monday, April 6th, 2009

วันนี้(6เมษายน52)ชาวบ้านแหล่งข่าว ในเขตเทศบาลตำบลหนองหญ้าไซอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรี แจ้งข่าวกับนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติว่ามีการติดต่อจ้างชาวบ้านไปชุมนุมของกลุ่ม”เสื้อดำ”ที่กรุงเทพฯในวันที่7-8เมษายนนี้ เพื่อเป็นพลังทางการเมือง โดยมีนายหน้าที่เป็นหัวคะแนนของนักการเมืองท้องถิ่น(เป็นคนที่คอยออกแจกเงินทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง) ไปติดต่อว่าจ้างโดยให้ราคา500บาทต่อคน มีรถรับส่ง พร้อมจัดเลี้ยงอาหารเครื่องดื่ม โดยต้องการชาวบ้านไปชุมนุมจำนวน700คน จะออกรถจากตลาดหนองหญ้าไซในเวลา 03.00น.(เช้าวันพรุ่งนี้)

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่าชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการติดต่อว่าจ้าง”ม็อบเสื้อดำ”ในครั้งนี้ว่าอาจจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองเนื่องจากได้ฟังข่าวสารจากสื่อวิทยุชุมชนคนหนองหญ้าไซ ที่ได้มีการแจ้งรายงานสถานการณ์บ้านเมืองสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและกลุ่มผู้ชุมนุม และชาวบ้านเริ่มไม่แน่ใจในความปลอดภัย แต่ก็มีชาวบ้านหลายคนไม่สนใจยินดีจะรับจ้างไปร่วมชุมนุมเพราะอยากได้เงิน แต่เริ่มมีชาวบ้านหลายคนออกมาพูดที่ร้านค้าในชุมชนว่าเขาจ่ายเงินสดเพียง400บาทเท่านั้นและอ้างค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบต่างๆอีกหลายรายการจนทำให้เกิดความงุนงงสงสัยว่ามีการอมเงินว่าจ้างม็อบกันเอง และเป็นที่สังเกตุได้ว่า นายหน้าหรือหัวคะแนนนักการเมืองท้องถิ่นคนที่ไปติดต่อว่าจ้างเป็นคนชุดเดียวกันกับม็อบเสื้อแดงซึ่งก็เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันกับหัวคะแนนนักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติ แต่ครั้งนี้มีเป้าหมายไปม็อบ”เสื้อดำ”ที่จะไปกรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้

และไม่มีการดำเนินการอะไรของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่ ทำให้สะดวกดำเนินการและเดินทางของทุกๆครั้ง

ขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีเฝ้ารับเสด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาฯทรงเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน”โครงการสายใยรักฯ”

Saturday, April 4th, 2009

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จทรงเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน “โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว” ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2552 ณ โรงเรียนวัดลำพันบอง หมู่ที่ 4 ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี
ในการเสด็จครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาฯ จะเสด็จโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากวังศุโขทัยถึงพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ ในเวลา 09.45 น. ทรงวางพานพุ่ม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ หลังจากนั้นในเวลา 10.30 น. จะประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ไปยัง วัดลำพันบอง หมู่ที่ 4 ตำบล หนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ เสด็จเข้าสู่วิหารหลวงพ่อบุญมา ทรงนมัสการหลวงพ่อบุญมา พระประธานประจำวิหาร และพระพุทธชินราชจำลองในอุโบสถ จากนั้นเสด็จไปยังโรงเรียนวัดลำพันบอง ประทาน พระวโรกาสให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กราบทูลรายงานผลการดำเนินงานโครงการสายใยรัก แห่งครอบครัว จังหวัดสุพรรณบุรี
ต่อจากนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ประทานเข็มเชิญชูเกียรติโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว แก่สมาชิกในโครงการฯ, ประทานทุนการศึกษาพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมิ์โชติ แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน , ประทานหนังสือประจำห้องสมุด , อุปกรณ์กีฬา , ประทาน ชุดแม่บ้านงานครัว เสด็จไปทรงสักการะศาลเจ้าพ่อโพธิ์หลวงและศาลเจ้าแม่สร้อยทอง และทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน และสมาชิกแม่บ้านงานครัวประจำโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ จังหวัดสุพรรณบุรี ทอดพระเนตรการแสดงของวงปี่พาทย์มอญ ทรงเยี่ยมสมาชิกโครงการฯ และทรงเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านลำพันบอง และตลาดนัดชุมชนสายใยรักแห่งครอบครัว
ในการนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เฝ้ารับเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ก่อนเวลา 08.00 น.

ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

เตือนผู้ใช้ถนนพระราม 2 ธนบุรี - ปากท่อ ระวังถนนลื่นจากฝนตกหลงฤดู

Saturday, April 4th, 2009

ตามที่มีอากาศแปรปรวนและเกิดฝนตกขึ้นมาหลายวัน  ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน  ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายครั้งในเขตอำเภอเมืองและเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร  โดยเฉพาะถนนพระราม  2  ธนบุรี ปากท่อ และ เศรษฐกิจ 1  ที่เป็นถนนสายหลักเข้าตัวเมือง  จะอุบัติเหตุและพบรถลื่นไหลลงข้างถนนไม่ต่ำกว่า  10  รายต่อวัน                           นายวีระยุทธ   เอี่ยมอำภา  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  จึงเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเพราะช่วงฝนตกถนนจะลื่นมาก  เนื่องจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเขตขนถ่ายปลาและกุ้งจากตลาดสัตว์น้ำเพื่อส่งโรงงานแปรรูป  จะมีน้ำเมือกปลาไหลลงพื้นถนน  เมื่อเกิดฝนตกจะทำให้ถนนลื่นและเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย                           การป้องกันและแก้ปัญหานั้น  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร   ได้กำชับขนส่งจังหวัดและตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร  วางมาตรการให้ผู้ประกอบการหาวิธีการป้องกันน้ำเมือกปลาไหลลงถนนแล้ว  โดยให้ระยะเวลาแก้ไขปรับปรุงการขนส่งภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้  เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน  โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่จะลื่นไถลได้ง่าย และ เป็นอันตรายมากกว่ารถยนต์ ../ 

เหยื่อเมาวอนเป็นรายสุดท้ายที่ต้องทนทุกข์

Saturday, April 4th, 2009

นายบวร   ปานบ้านแพ้ว  หนุ่มวัย 40 ปี ชาวอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร  เปิดเผยถึงความข่มขื่นทนทุกข์ทนมานพลิกผันชีวิตแทบตายทั้งเป็น จากกรณีตกเป็นเหยื่อเมาแล้วขับ จนต้องพิการถูกตัดขาข้างขวา ทำให้ความเป็นอยู่แสนลำบากและปวดร้าว ยากที่คนจะเข้าใจถึงเบื้องลึกของความปวดร้าวของจิตใจที่ต้องตกเป็นเหยื่อเมาแล้วขับ จนขาซ้ายหักและต้องถูกตัดขาทิ้ง กลายเป็นคนพิการ                          ซึ่งกว่าจะทนรับสภาพความเปลี่ยนแปลงได้ต้องใช้เวลาหลายปี  แต่สิ่งที่ต้องฝืนทนคือคนใกล้ชิดเริ่มตีตัวออกห่าง แถมบางครั้งถูกเย้ยหยันว่า ไอ้ด้วน  ต้องยอมรับว่า  ขมขื่น และเจ็บใจมาก ยากที่จะเข้าใจ   ต้องตกงานและเปลี่ยนมายึดอาชีพซ่อมรองเท้าหาเลี้ยงชีพในปัจจุบัน  แต่ก็ยังไม่วายที่จะหวนคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น  ยิ่งเทศกาลสงกรานต์นี้   ที่หลายคนยังชอบดื่มเหล้าแล้วขับ                         นายบวร   ปานบ้านแพ้ว  เหยื่อเมาแล้วขับจากจังหวัดสมุทรสาคร จึงวิงวอนขอให้เขาเป็นเหยื่อรายสุดท้ายที่ของคนมักง่ายที่เมาแล้วขับ  โดยขาดจิตสำนึกและไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้อื่น ว่าต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน  ต้องบอกว่า เหมือนตายทั้งเป็นจริง ๆ เลิกเถอะคนที่ชอบกินเหล้าเมาแล้วขับ หากเหยื่อคนนั้นเป็นคนในครอบครัวหรือลูกหลานตนเองจะรู้สึกอย่างไร  ขอให้คิดดู  ../