Archive for May, 2009
เปิดแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ที่ร.พ.หลวงพ่อเปิ่น นครปฐม
Saturday, May 30th, 2009วันที่ 30 พฤษภาคม 2552
สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และสำนักข่าวมะกรูดดอทคอม นำทัพผู้สื่อข่าวร่วม
งานเปิดศูนย์สาธิตและแสดงผลิตภัณฑ์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรโรงพยาบาล
หลวงพ่อเปิ่นอ.นครชัยศรีจ.นครปฐมโดยมีนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข
เป็นประธาน พร้อมด้วย นายชนินทร์ บัวประเสริฐ ผวจ.นครปฐม ซึ่งได้กล่าวต้อน
รับว่า จังหวัดนครปฐม ได้กำหนดวิสัยทัศน์”เป็นแหล่งอาหารปลอดภัย สินค้าการ
เกษตร เกษตรอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ส่งเสริมการท่อง
เที่ยวเชิงอนุรักษ์ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน” ฯพณฯมานิต นพ
อมรบดี ได้ตรวจเยี่ยมทำให้เกิดขวัญและกำลังใจต่อบุคลากรทุกภาคส่วน ได้โอกาส
รับมอบนโยบายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ให้บังเกิดรูปธรรม ในการอำ
นวยประโยชน์สุข ต่อพี่น้องประชาชน จากนั้นนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2552 จ.นครปฐม
ขอขอบคุณ คุณลัดดา ปิยเศรษฐ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ
(หัวหน้ากลุ่ม กระจายเสียงกระทรวงสาธารณสุข) กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ที่อำนวย การการจัดทำข่าวสารด้วยดีมาโดยตลอด เป็นที่รู้จักของสื่อมวลชนและมิตรภาพที่ยั่งยืน
สุพรรณบุรีขอความร่วมมือร่วมมือนายจ้างให้หยุดวันจันทร์ที่๖ก.คนี้วันหยุดเพิ่มกรณีพิเศษ
Saturday, May 30th, 2009นางศุภลักษณ์ พจน์โยธิน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒กำหนดให้วันจันทร์ ที่ ๖ กรกฎาคม เป็น๒๕๕๒ เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ เพื่อส่งเสริมกิจการพุทธศาสนาและการท่องเที่ยวกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงได้จัดทำประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขอความร่วมมือ สถานประกอบกิจการจัดให้วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เป็นวันหยุดเพิ่มกรณีพิเศษ เพื่อให้พนักงานลูกจ้างซึ่งจะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา ได้มีโอกาสเยี่ยมและใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในวันหยุดที่ติดต่อกัน เพื่อร่วมกิจกรรม ตามประเพณีนิยมที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมา รวมทั้งสามารถวางแผนการเดินทางกลับภูมิลำเนาได้โดยสะดวกและปลอดภัย จึงขอแจ้ง ให้สถานประกอบการทราบโดยทั่วกัน และขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการ จัดให้วันจันทร์ ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เป็นวันหยุดเพิ่มกรณีพิเศษ
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี
พลังงานทางเลือกภาคใต้
Friday, May 29th, 2009แหล่งการเรียนรู้พลังงานน้ำ บ้านตะแบกงาม อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพรแหล่งการเรียนรู้พลังงานน้ำของชุมชนตะแบกงาม เริ่มต้นจากโครงการนำร่องโครงการเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้กระบวนการการทำงานของเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำใช้พลังงานน้ำผ่านเข้า ไปดันใบพัดเพื่อฉุดหมุนแกนเหล็ก ที่เชื่อมต่อกับไดนาโม ขนาด 1,500 วัตต์ ,3,000 วัตต์ และ 5,000 วัตต์ โดยใช้สายพานเพื่อหมุนไดนาโม เข้าสู่กระบวนการแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า ได้ไฟฟ้าขนาด 220-300 โวล ตามความแรงของน้ำ ลักษณะของการตั้งเครื่องใช้ได้ทั้ง 2 ระบบทั้งแนวตั้งและแนวนอน และมีโม่เล่ย์เป็นตัวรักษาแรงเหวี่ยงการหมุนของแกนเหล็กกรณีศึกษาที่ 1 นายสมชาย ไชยราช (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 (บ้านบกแบก) หมู่ที่ 7 ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เล่าให้ฟังว่าพลังงานน้ำที่ใช้อยู่ปัจจุบันใช้อยู่ 2 ครัวเรือน มีผู้ร่วมใช้ทั้งหมด 9 คน ผลที่เกิดขึ้นลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและภาคเกษตรได้มากและจากการที่อยู่ห่างไกลความเจริญการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจะมีน้อย แต่เมื่อมีพลังงานทดแทนทำให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเท่าทันผู้อื่น อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ ทีวี หม้อหุงข้าว พัดลม เครื่องซักผ้ากรณีศึกษาที่ 2 นายประจวบ ภูมิไชยา อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 7 (บ้านตะแบกงาม ) ตำบลปากทรง อำเภอพะตะ จังหวัดชุมพร มีการจัดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อใช้ในครัวเรือนแล้วยังมีการทดน้ำที่ผ่าการผลิตกระแสไฟฟ้าไปใช้ในภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบอีกด้วยกรณีศึกษาที่ 3 ชุมชนเหมืองบางนาว เป็นกลุ่มบ้านที่มีทั้งหมด 15 ครัวเรือน ขณะนี้ได้ใช้กระแสไฟฟ้าแล้ว 13 ครัวเรือน (2 ครัวเรือนยังไม่ได้ใช้กระแสไฟฟ้า เนื่องจากขาดงบประมาณในการซื้อสายไฟฟ้า) นายนิพนธ์ จันทร์แป้น และนายสนิท รัตนานพ แกนนำชุมชนเล่าถึงที่มาของการจัดระบบการทำพลังงานน้ำว่าได้รับการสนับสนุนจากโครงการนำร่อง 120,000 บาท จากอบต. 80,000 บาท และมีการสมทบจากชุมชน 20,000 บาท และในการบริหารจัดการ มีการจัดตั้งกองทุนในการดูแลเครื่องพลังงานน้ำนี้ โดยเก็บจากสมาชิกครัวเรือนละ 200 บาท ต่อปี ในกรณีที่เครื่องมีความเสียหายต้องซ่อมแซมชุมชนจะต้องช่วยกันสมทบเพิ่ม
แสงนภา สุทธิภาค ศูนย์ข่าวภาคใต้ รายงาน
ทางเลือกทางรอดของเกษตรกร
Friday, May 29th, 2009ขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดชุมพร ประกอบด้วย ประชาสังคมชุมพร สภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด สมาพันธ์พลเมืองฐานรากและส่วนราชการจังหวัดชุมพรเล็งเห็นถึงปัญหาของเกษตรชาวสวนมังคุดในจังหวัดชุมพรซึ่งเกิดขึ้นซ้ำซากทั้งด้านการจัดการผลผลิต ด้านการตลาด และราคาผลผลิตตกต่ำจนกระทั้งมีการออกมาเรียกร้องและการแทรกแซงราคาของหน่วยงานขึ้นทุกปี แม้กระทั่งปีนี้ซึ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล เกษตรกรขายผลผลิตไดราคา 7-10 บาท เพื่อเป็นการวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมีการปรึกษาหารือในการแก้ไขปัญหาผลผลิตมังคุดด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาผลผลิตมังคุดตกต่ำและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันในการสร้างความมั่นคง สันติ ลดความขัดแย้งของชุมชนและเกิดแนวทางในการจัดการปัญหาโดยชุมชนเอง การสัมมนาจัดขึ้นใน วันที่ 13 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 น.-16.00 น. ณ ห้องประชุม อาคารราชพฤกษ์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องเกษตรกรทุกคนจะเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนสู่การแก้ปัญหาชุมชนเอง และเข้าร่วมงานสัมมนาข้างต้นตามวันเวลาดังกล่าว
แสงนภา สุทธิภาค ศูนย์ข่าวภาคใต้ รายงาน
สภาองค์กรประชุมสัญจรที่หาดใหญ่
Friday, May 29th, 2009วันที่ 27 พฤษภาคม 2552
คณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ เปิดการประชุมคณะกรรมการ
ดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชน ครั้งที่ 4/2552 ซึ่ง
มีวาระดังต่อไปนี้
วาระที่ 3 เรื่องเพื่อทราบ/เรื่องสืบเนื่อง ให้ชุดต่างๆรายงานสถานการณ์อย่างเข้มข้น
3.1 ความคืบหน้าการดำเนินงานของอนุกรรมการชุดต่างๆ
3.1.1 คณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำภูมิภาค
3.1.2 คณะอนุกรรมการประสานและติดตามนโยบาย
3.1.3 คณะอนุกรรมการวิชาการและแผนงาน
3.1.4 คณะอนุกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์
3.1.5 คณะอนุกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้
3.1.6 คณะอนุกรรมการชุมชนเมือง
3.2 แผนงานและงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนปี 2552
วาระที่4.เรื่องเพื่อพิจารณา
4.1 การติดตามนโยบายการปลูกต้นไม้ใช้หนี้เพื่อเกษตรกรและคนจน
ซึ่งในการประชุมก็ได้มีคณะกรรมการจาก3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมด้วย เป็น
การเยี่ยมพี่น้องภาคใต้อย่างอบอุ่น ต้องขอขอบคุณผจก.สำนักงานพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้
อนุเคราะห์ความสะดวก การเรียนรู้ พาหนะ อาหาร ที่พักอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ขอขอบคุณพ่สน รูปสูง เดินทางร่วมประชุม เจ้าหน้าที่ พอช.ทุกท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน ที่เสียสละอย่างสูง และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และที่ต้องขอบคุณอีกคณะคือ สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ นำโดยนางอุดมศรี ศิริ
ลักษณาพร นายปณิธิ เอี่ยมกิจ นางสาวปาณิสรา ทองเพิ่ม ที่ลงพื้นที่ถ่ายทำข่าว สนับสนุนการข่าวชุมชน พร้อมประชาสัมพันธ์ข่าว และการจัดเก็บข้อมูลข่าว อย่างเต็มความสามารถเมื่อ 25-28 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมหาดใหญ่ พาราไดส์
สภาองค์กรเยี่ยมควนรู อ.รัฐภูมิ จ.สงขลา
Friday, May 29th, 2009วันที่ 26 พฤษภาคม 2552
คณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ เดินทางเยี่ยมและศึกษาดูงาน
ตำบลควนรู อ.รัฐภูมิ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบวิทยากรทั้งกำนันตำบลควนรูู นายกอบต.
ควนรู ได้สัมผัสการเมืองภาคพลเมือง ด้วยการใช้ภูมิปัญญา บุคลากรที่มีความนับถือ
จารีต-ประเพณี เพื่อไม่ให้เกิดการแตกแยกกับเรื่องการเลือกตั้งในทุกระดับ ผลทำให้
เกิดความสามัคคีในท้องถิ่น-ท้องที่ ใช้สภาเป็นกลไกการขับเคลื่อน และใช้ส.อชต.เป็น
เครื่องมือในการบริหาร การจัดการ อย่างเป็นรูปธรรม ในด้านองค์กรการเงินก็ประสบ
ความสำเร็จมีสถาบันการเงินเปิดโดยไม่มีวันหยุด มีวิทยุชุมชน เป็นกระบอกเสียงของ
วัด โรงเรียน และ อบต. ต้องขอยกย่องกับขบวนสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู ที่เป็น
ศูนย์นำร่องในจังหวัดทางภาคใต้ เมื่อ 27พฤษภาคม 2552
สภาองค์กรระดับชาติสัญจรเยี่ยมพี่น้องชาวใต้
Friday, May 29th, 2009วันที่ 26 พฤษภาคม 2552
คณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ นำโดยนายพรมมา สุวรรณศรี
ประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยอนุกรรมการฝ่ายต่างๆประกอบด้วยนายธัมมสัญญ์ อุ่ม
เอิบ ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนประจำภาคกลางบนและตะ
วันตก นายสนอง เนียมเหลี่ยม ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชน
ประจำภาคเหนือ นายวิวัฒน์ หนูมาก ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กร
ชุมชนประจำภาคใต้ นายสวงษ์ แสวงนิล ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการและแผนงาน
นายยะโก เบ็ญมะเซ็ง ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายศุภชัย อนุตรพงศ์ อนุกรรมการผู้แทนชุมชนเมือง นายแฉล้ม ทรัพย์มูล ประธานสภา
องค์กรชุมชนตำบลในเวทีระดับชาติ นางสาวแสงนภา สุทธิภาค รองประธานสภาองค์กร
ชุมชนตำบลในเวทีระดับชาติ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
ลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อนำคณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน ประชุมสัญจรครั้งที่4
ในภาคใต้ โดยคณะพักอยู่ที่โรงแรมหาดใหญ่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ได้ลงพื้นที่
ี่ตำบลลำสินธ์ อ.ศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ซึ่งก็ได้รับกาต้อนรับจากคณะวิทยากรชุมชน
กลุ่มแม่บ้านอย่างคึกคัก ซึ่งได้พบว่าที่นี่มีกิจกรรมที่เข้มแข็ง ประกอบด้วยความเป็นสภา
องค์กรชุมชนที่มีธรรมาภิบาลที่สุด มีการบริหารในแนวราบ ไม่มีหัวขบวนอย่างชัดเจน
มียุทธศาสตร์แผนพัฒนาคมปี 2551-2554 ยุทธศาสตร์เชื่มโยงการทำงานแบบบูรณาการ
ยุทธศาสตร์ส่งเสริมประชาธิปไตย ยุทธศาสตร์เสริมสร้างสุขภาวะ ยุทธศาสตร์การเรียนรู้
ชุมชน ยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพชีวิต และยุทธศาสตร์ยกระดับสถาบันครอบครัวให้เข้ม
แข็ง ซึ่งหมู่บ้านนี้ยังใช้จารีต-ประเพณีทางวัฒนธรรมโอบอ้อมอารีกัน พัฒนาตนเองสู่ความ
พึ่งพาตนเองได้ด้วยระบบเงินออมทรัพย์ บัญชีครัวเรือน การเพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย โดยที่
ตำบลนี้เคยถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่ ต้องหนีเข้าป่าขึ้นเขาจับอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่บ้าน
เมืองเพราะ การไม่ยุทธธรรมในสังคมมีการใช้ถังแดงเข่นฆ่าชาวบ้านต้องตายรวมกันประ
มาณ 3,008 คน มีการข่มขืนหญิงสาว การฆ่าภูมิปัญญาชุมชน ด้วยระบบที่ต้องบอบช้ำ
ทั้งร่างกายและจิตใจ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างประวัติศาสตร์ชุมชนชื่ออุทยานประวัติ
ศาสตร์ถังแดง มีการรำลึกถึงวันในอดีตตลอดเวลา จนทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี
ร่วมกันจัดการกับปัญหาได้อย่างกระบวนการมีส่วนร่วม เป็นชุมชนเข้มแข็งและศูนย์การ
เรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง เมื่อ 27 พฤษภาคม 2552 ณ บ้านลำสินธ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง
หนองหญ้าไซโหดดวลปืนเดือดปิดฉากชีวิต”กำนันแมน”นักพัฒนา
Tuesday, May 26th, 2009วันนี้(26พ.ค.52)พ.ต.ท.ธีรวุฒิ บุญจิตร พนักงานสอบสวน(สบ.3) สภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนคันคลองชลประทานหมู่ 11ใกล้กับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.หนองโพธิ์ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวน เมื่อไปถึงเพียงรอยเลือด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.หนองหญ้าไซ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 ราย คือนายแมน ภูผา กำนันตำบลหนองโพธิ์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่บริเวณหน้าอกทะลุหลัง และนายบุญมี บุญเพ็ง อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 208/1 หมู่ 11 ต.หนองโพธิ์ ถูกยิงด้วยอาวุธขนาดเดียวกันที่สะโพกซ้าย ต่อมาได้มีชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวต่างเดินทางไป รพ.เพื่อดูอาการของนายแมน เมื่อทราบข่าวว่านายแมนเสียชีวิตชาวบ้านถึงกับร่ำไห้กันระงม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวนายบุญมี เพื่อทำการสอบสวนและแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา
NEWS4 สื่อภาคประชาชนเข้าพบอธิบดีกรมการปกครอง
Saturday, May 23rd, 2009วันที่ 22 พฤษภาคม 2552
คณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ นำโดย ผศ.บัณฑร อ่อนดำ
ประธานกรรมการ นายเฉลิมชน คงสมใจ ฝ่ายนโยบายและแผนพร้อมฝ่าย
อำนวยการสำนักงาน ผอ.ธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ นำมติที่ประชุมศตส.ปชช.แห่ง
ชาติเข้าพบ ดร.วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง เพื่อเรียน
เชิญเป็นประธานจัดงาน “มหกรรมศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติประกาศเอา
ชนะยาเสพติดภาคประชาชนเทิดไท้พ่อหลวง ๘๐ พรรษา ณ สนามกีฬาจัง
หวัดชัยนาท โดยจะจัดในวันที่ 26 มิถุนายน 2552 ซึ่งเป็นวันต้านยาเสพติด
โลก ซึ่งจะมีพี่น้องจากทั้งประเทศหลายหมื่นคนสู่จังหวัดชัยนาท เติมความ
รักจากองค์กรร่วมอีก 29 องค์กรเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน บำบัดรักษา โดย
เฉพาะงานบำบัดวิทยาลัยลูกผู้ชาย ซึ่งเป็นโครงการของท่านอธิบดีกรมการ
ปกครอง สมัยท่านเป็นผวจ.ราชบุรี จะนำมาใช้เป็นรั้วชุมชนในห้ารั้วของ
รัฐบาล จากการที่ท่านอธิบดีเป็นผู้ร่วมก่อตั้งงานมหกรรมศตส.ภาคประชาชน
แห่งชาติประกาศเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนเทิดไท้พ่อหลวง ๘๐ พรรษา
ตั้งแต่ครั้งที่ 1/2551 ณ สนามกีฬาบ้านบ่อมะกรูดซึ่งมีพี่น้องมาร่วม30,000คน
ทำให้คณะกรรมการฯมีใจฮึกเหิมในการจัดการกับปัญหาของชาติ จึงร่วมกับ
ภาครัฐ-ภาคประชาชนประสานการจัดงานดังกล่าว เมื่อ 22 พฤษภาคม 2552
ณ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กทม. เวลา 15.30-16.30น.
เหยาบาร์เบอร์ร้านตัดผมขวัญใจ”โจ๋วัยดึก”แบบพอเพียงของชุมชน
Saturday, May 23rd, 2009หากพูดถึงการดูแลรักษาและทำความสะอาดร่างกาย ไม่ว่าหญิงชายจะต้องพูดถึงเรื่องการตัดผมทำผมจัดแต่งทรงผมเพราะมีความจำเป็นในชีวิต ต่างก็จะมีช่างตัดผมหรือแต่งผมตามรสนิยมที่ประทับใจไว้ใจเรียกว่าเป็นช่างประจำตัวกันเลยทีเดียว
ที่บ้านหนองหญ้าไซ หมู่ที่ 5ตำบลหนองหญ้าไซอำเภอหนองหญย้าไซจังหวัดสุพรรณบุรี มีร้านตัดผมทำผมท่านชายกว่า 7 ร้าน แต่ร้านที่เปิดบริการตัดผมตั้งแต่ยุคคุณปู่ยังหนุ่มคุณย่ายังสาวยังคงเหลือร้านนี้แห่งเดียวที่เก่าแก่ที่สุดในอำเภอหนองหญ้าไซเป็นร้านยอดนิยมของคนรุ่นใหญ่คุณปู่คุณตา “ร้านเหยาบาร์เบอร์”ชื่อร้านที่เจ้าของร้านไม่ได้ตั้ง แต่มีชาวบ้านลูกค้ามาตัดผมตั้งให้และเรียกปากต่อปากติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ลุงเหยาหรือนายขจร แตงสุวรรณ อายุ 68 ปี เจ้าของร้านตัดผมเล่าให้ผู้สื่อข่าวสื่อชุมชนฟังว่าดั้งเดิมตนเป็นคนจังหวัดพิษณุโลกมาแต่งงานอยู่กินกับภรรยาชาวหนองหญ้าไซและได้ประกอบอาชีพทำนา,ปลูกผัก,เลี้ยงสัตว์และรับจ้างตัดผมตั้งแต่ประมาณปี2510เป็นต้นมาถึงปัจจุบันโดยเปิดร้านตัดผมไม่มีชื่อร้านเป็นห้องเช่าเก่าริมทางไกล้กับตลาดสดหนองหญ้าไซซึ่งเป็นร้านตัดผมรุ่นแรกๆของหนองหญ้าไซมีร้านลุงป้อม(ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว),ลุงเขียด(ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว),เเละลุงมัย(ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว)
โดยในยุคสมัยแรกมีอุปกรณ์ที่ใช้ตัดแต่งทรงผมที่จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้นเช่น ม้าตัดผม(เก้าอี้ตัดผม),หวี,หวีรอง,แบตเตอร์เลี่ยนมือ(ไม่ใช้ไฟฟ้า),กรรไกร,กระจกหน้าและหลัง,ถ้วยแป้งแปรงแป้ง,และมีดโกนพร้อมสายหนังสำหรับลับคมมีดโกน ซึ่งต้องอาศัยฝีมือและความชำนานที่ได้วิชาความรู้มา
ทรงผมยุคแรกมีตั้งแต่ทรงมหาดไทย,รองทรง,ทรงนักเรียนหรือทรงทหาร สนนราคาค่าบริการมีตั้งแต่ เด็ก2บาทผู้ใหญ่5บาท มีบริการกันหน้าขูดหูกันท้ายทอยเเคะหู พร้อมสรรพ เปิดให้บริการตั้งแต่06.00น.ถึง18.00น.ทุกวันยกเว้นวันที่ช่างไม่ว่าง,มีฝนตก หรือ”มึน”(เป็นนักดื่มปัจจุบันเลิกดื่มแล้วดูแลสุขภาพ) ปัจจุบันตัดผมเด็กราคาตั้งแต่ 20-30บาทคนโต40บาทหรือเพื่อนบางคนคุยถูกใจตัดให้ฟรีหรือจ่ายเท่าที่จะให้ เป็นที่น่าสังเกตุว่าเด็กจะไม่นิยมมาตัดเพราะทรงไม่ทันสมัยและมีเรื่องเล่าเป็นวีรกรรมว่าร้านลุงเหยาใช้เเบตเตอร์เลี่ยนมือเวลาตัดมันจะดึงผมทำให้เจ็บเด็กๆไม่ชอบแต่ถูกคุณปู่คุณตาพามาตัด
ปัจจุบันร้านตัดผมของลุงเหยาได้ถูกเจ้าของที่ดินขายที่ต่อให้นายทุนและรื้อถอนแล้ว ลุงเหยาจึงมาเปิดให้บริการลูกค้าไต้ร่มไม้ริมทางไกล้ๆกับร้านเก่า เป็นร้านที่ไม่มีหลังคา ตัดผมไต้ร่มไม้ ไม่ต้องมีแอร์หรือพัดลม มีแต่ผ้ากันฝนเอาไว้คลุมเวลาฝนตก เปิดให้บริการที่นี้มากว่า 3 ปีแล้วจากความคิดตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงคือตั้งร้านแบบเรียบง่าย”ไม่อยากลงทุนมากเพราะกลัวเป็นหนี้”อาศัยมีลูกค้าเก่าๆและเพื่อนสนิทมิตรสหาย พร้อมทั้งมีรายได้หลักจากการทำนาและยังปลูกผักเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่เอาไว้กิน ครอบครัวก็มีความสุขดีตามวิถีชีวิตชนบท
ปัจจุบันนนี้ร้านลุงเหยาก็ยังเป็นแหล่งชุมนุมของโจ๋รุ่นใหญ่คุณปู่คุณตาเพราะที่นี่เป็นที่นัดพูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างทั้งในและนอกชุมชนเป็นเวทีเสวนากลุ่มย่อยก็ว่าได้คุยกันทุกเรื่องทุกวันและทุกเวลาที่สะดวก
ตามหาญาติสาวใหญ่พลัดหลงที่ขนส่งสุพรรณบุรี
Thursday, May 21st, 2009นางสุมาลี บรรเลง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับตัวนางสาวพเยาว์ รื่นรวย อายุ 40 ปี รูปร่างผอมผิวเหลือง ไม่ปรากฏหลักฐานใด โดยนางสมจิตต์ ทิพย์ชัย พลเมืองดี นำส่ง เนื่องจากเดินเร่ร่อนอยู่บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี เกรงว่าจะได้รับอันตราย นางสาวพเยาว์ แต่งกายด้วยเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวสีเทา สอบถามข้อมูลเบื้องต้นนางสาวพเยาว์ ไม่สามารถให้ข้อมูลได้
หากผู้ใดเป็นญาตินางสาวพเยาว์ โปรดนำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ไปติดต่อที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เลขที่ 21-23 ถนนนางสร้อยระย้า ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 72000 โทรศัพท์ 0-3552-3713-4 ในวันและเวลาราชการ ด่วน!
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี
ประมงสุพรรณบุรีประกาศกำหนดฤดูน้ำแดง
Thursday, May 21st, 2009นายอนุสสรณ์ มีวรรณ ประมงจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า กระทรวงการเกษตรได้มีประกาศเรื่อง กำหนดฤดูปลามีไข่และกำหนดชนิด ขนาด และวิธีใช้เครื่องมือทำการประมง ในช่วงฤดูปลาวางไข่ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม - 15 กันยายน ของทุกปี ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงด้วยวิธีใด ๆ ในที่จับสัตว์น้ำในท้องที่ทุกจังหวัดโดยเด็ดขาด เว้นแต่ ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือทำการประมงตามชนิด ขนาด และวิธีการต่อไปนี้
1. เบ็ดทุกชนิด เว้นเบ็ดราว
2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และขนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร
3. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง
เครื่องมือดังกล่าวห้ามมิให้ทำการประมงด้วยวิธีการประดาตั้งแต่สามเครื่องขึ้นไป การประมงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ และการทำการประมงเพื่อประโยชน์ในทางวิชาการ หรือรวบรวมลูกสัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำในวัยอ่อน เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยงโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงเป็นหนังสือ ขอให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตร เพื่อให้สัตว์น้ำได้วางไข่และถือเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำด้วย
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี
สังคมเป็นสุขผู้สูงอายุสร้างคุณธรรมนำหลานเข้าวัดที่ลำพันบองหนองหญ้าไซสุพรรณบุรี
Sunday, May 17th, 2009วันนี้(16พ.ค.52)ณ ศาลาการเปรียญวัดลำพันบอง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี มีการจัดกิจกรรมโครงการ “นำสังคมเป็นสุขผู้สูงอายุสร้างคุณธรรมนำหลานเข้าวัด” จัดโดย เครือข่ายคุณธรรมและเครือข่ายพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำบลหนองโพธิ์ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์ สนับสนุนโดยสำนักงานสนับสนุนสวัสดิการ จังหวัดปทุมธานี
นางรัตนา สมบูรณ์วิทย์ สถาบันพัฒนาประชาสังคมจังหวัดสุพรรณบุรีกล่าวว่าปัจจุบันนี้การร่วมกิจกรรมในวัดการใช้ศาสนาสร้างคุณธรรมในสังคมมีน้อยมาก จึงมองเห็นความสำคัญในการที่จะหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาของสังคมด้วยคุณธรรม โดยใช้หลักคำสอนของศาสนา จึงขับเคลื่อนกิจกรรมนี้มีการจัดสนทนาธรรมในหัวข้อเรื่อง “สภาพปัญหาสังคมที่คุกคามวัฒนธรรมประเพณีชุมชน” และศาสนามีแนวทางป้องกันตามหลักธรรมของศาสนากับวิถีชุมชนอย่างไร มีกิจกรรมการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ผู้สูงอายุ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ การสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ตามหลักคุณธรรมจริยธรรม
โครงการนี้ไม่ใช่แค่ได้มาทำบุญด้วยกันแต่สามารถใช้วัดเป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้ในชุมชนนำทุกกิจกรรมเข้ามาในวัดและมาถ่ายทอดเรียนรู้กัน
พระครูเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ กล่าวว่าเราจะต้องช่วยกันทำความดีทุกอย่างที่จะทำได้ให้เกิดการร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชน ชุมชนต้องร่วมกันรับผิดชอบโดยใช้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมประเพณีชุมชน
นางรัชนี จันทรอำพร ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกระบบตามอัธยาสัยอำเภอหนองหญ้าไซ ได้พาคณะครูกศน.มาสอนทำยาหม่องสมุนไพรใช้ผู้สนใจในครั้งนี้และแจกฟรีด้วย มีการถ่ายทอดเสียงทาง www.forpeople.org และสามารถฟังบันทึกเสียงย้อนหลังได้ที่http://www.uploadd.com/download.aspx?pku=256304455EKR93F5AQQVMN2ZMJJN9N
เครือข่ายแผนชุมชนพึ่งตนเอง4ภาคเปิดวงคุยผู้ประสานคณะอนุฯแผนชุมชนจังหวัดภาคกลางบนตะวันตกตะวันออก
Friday, May 15th, 2009วันนี้(15พ.ค.52) ที่ห้องประชุม301ชั้น3สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร มีการประชุมผู้ประสานคณะอนุกรรมการแผนชุมชนจังหวัดทั้ง4ภาคโดยคณะทำงานเครือข่ายแผนชุมชนพึ่งตนเอง4ภาค
นายเจษฎา มิ่งสมร คณะทำงานฯกล่าวว่าการประชุมวันนี้มีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ความคืบหน้าการขับเคลื่อนงานเครือข่ายแผน 4 ภาคการทบทวนการดำเนินงานในแต่ละโซนจังหวัดการหนุนเสริมขบวนและการบรหารจัดการ การประสานงานเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีพัฒนาและการถอดบทเรียนและชุดองค์ความรู้ โดยมีการพูดคุยไปถึงการกำหนดหมู่บ้านแห่งการเรียนรู้และแผนการขั้นตอนปฏิบัติของผู้ประสานคณะอนุฯจังหวัด
มีการร่วมกันกำหนดรายละเอียดของตัวชี้วัดหมู่บ้านเข้มข้นเพื่อนำไปสู่หมู่บ้าน/ชุมชนแห่งการเรียนรู้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. มีกิจกรรม 2. มีกลไก 3. มี10ขั้นตอน 4. มีวิทยากร/นักจัดการความรู้ 5. มีหลักสูตร 6. มีข้อมูลครัวเรือนที่เป็นปัจจุบัน 7. มีเอกสารรูปเล่ม 8. สื่อเผยแพร่ 9. มีแผนยุทธศาสตร์/แผน3ระดับ 10. เชื่อมโยงภาคีและยังมีแผนการขับเคลื่อนกิจกรรมเครือข่ายแผนชุมชนพึ่งตนเอง4ภาคและแผนชุมชนจังหวัดต่างๆในเดือนมิถุนายนนี้
กศน.สาธรเพิ่มโอกาสกลุ่มทำงานแม่บ้านเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยสบายๆ
Thursday, May 14th, 2009กทช.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะหลักเกณฑ์วิธีการออกใบอนุญาตวิทยุกระจายเสียงชุมชน
Thursday, May 14th, 2009เมื่อวันที่11 พ.ค. 2552 ที่ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพ ประชาชนและตัวแทนวิทยุชุมชนทั่วประเทศ เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) เรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนและร่างมาตรฐานเทคนิคกิจการบริหารชุมชน(วิทยุกระจายเสียงชุมชน)ฉบับชั่วคราว”
ซึ่งจะส่งผลให้วิทยุขนาดเล็กที่มีกว่า 5,000 แห่ง ที่มีหลักเกณฑ์พร้อมคุณสมบัติในกรอบวิทยุชุมชน มีสิทธิยื่นดำเนินการขอใบอนุญาตโดยมีกฎหมายรองรับ แม้จะเป็นการออกใบอนุญาตชั่วคราวเพียง 1 ปี
ก่อนประธานกล่าวเปิดงาน ตัวแทนสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ(สวชช.) นำโดยบุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี และสมาชิกทั่วประเทศกว่าร้อยคนได้ยื่นหนังสือต่อ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงวิทยุชุมชน เพื่อเสนอให้ปรับปรุงร่างประกาศหลักเกณฑ์วิทยุชุมชน ที่ระบุถึงการแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการนั้นเป็นการกำหนดเงื่อนไขที่กว้างขวางและเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เกิดการแทรกแซงสิทธิและความเป็นอิสระของผู้รับใบอนุญาตวิทยุกระจายเสียงชุมชนได้ จึงควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นข้อมูลข่าวสารในลักษณะใดที่เป็นประโยชน์ต่อประประชาชนและสาธารณะอย่างแท้จริง
พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานฯ ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า วิทยุชุมชนที่ผ่านมายังขาดการควบคุมในเรื่องของการส่งสัญญาณรวมถึงด้านเนื้อหาที่นำเสนอ ทั้งนี้เพื่อให้วิทยุชุมชนในปัจจุบันที่ถือว่าผิดกฎหมาย สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างถูกต้อง ทาง กทช. จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ตามกฎหมายประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ขึ้นมาทำหน้าที่ชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้วิทยุกระจายเสียงชุมชน ก่อนที่จะมี องค์กรอิสระมากำกับดูแลต่อไป
“การออกใบอนุญาตถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปฏิรูปสื่อ เพื่อที่จะให้วิทยุชุมชนเป็นของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน โดยแท้จริง เราเชื่อว่าที่ทำไปอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เราจึงต้องร่วมกันแก้ไขเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะเพื่อท้องถิ่นของเราจริงๆ ส่วนวิทยุท้องถิ่นวิทยุธุรกิจอื่นๆ เราขอให้อดทนรอไปก่อน เราจะเร่งดำเนินการให้ ทั้งนี้วิทยุชุมชนเขาทำมาก่อนเราจึงจัดให้ตามคิว”ดร.นที กล่าว
ธีระพล อันมัย อาจารย์จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวว่า เห็นด้วยกับ กทช. แต่ในประเด็นนิยามที่พูดถึงชุมชนในการจำกัดให้มีจำนวน 5 คน ถือว่าน้อยเกินไป มองว่าจะเป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ตนเองอยากเสนอให้มีประมาณ 50 คนซึ่งตนเห็นด้วยกับคุณเชลศ ธำรงฐิติกุลที่เป็นผู้เสนอเอาไว้ก่อนตน เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่การมีส่วนร่วมของชุมชนให้มากขึ้น และในจำนวนนั้นต้องเป็นที่ยอมรับว่ามาร่วมกันทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน ไม่ใช่มารวมกันเพื่อการขอรับใบอนุญาตเพียงอย่างเดียว
ทั้งยังกล่าวต่อว่า ด้านกำลังส่งต้องทำความเข้าใจกับชุมชนให้ชัดเจนว่าเป็นการคำนวณกำลังส่งที่สายสัญญาณ (ERP) และการกำหนดให้วิทยุชุมชนในเมืองมีกำลังส่งในรัศมี 3 กิโลเมตร ซึ่งตนเองเห็นว่าควรจะไกลกว่านั้น เพราะแต่ละพื้นที่มีภูมิประเทศแตกต่างกัน
“ทั้งนี้ กทช. ต้องให้ความชัดเจนกับวิทยุธุรกิจและอื่นๆ ว่าควรทำอย่างไรไม่ให้วิทยุเหล่านั้นเข้ามาเบียดแทรกวิทยุชุมชน ควรหามาตรฐานให้เขาภาคภูมิใจในความเป็นวิทยุธุรกิจของเขาเองด้วย ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่วิทยุชุมชนต่อสู้มานับสิบปีในการให้เป็นวิทยุของชุมชนจริงๆ สิ่งนี้จะทำให้เขารู้สึกไม่สูญเปล่าและมีความมั่นใจมากขึ้น ที่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยมีกฎหมายรองรับ” นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กล่าว
ด้านสมพงษ์ พรหมเมือง นักจัดรายการวิทยุชุมชนวัดกองลม อ.เวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเห็นว่า ถือเป็นผลดีที่ได้แยกระหว่างวิทยุธุรกิจกับวิทยุชุมชนออกจากกัน ส่วนหลักเกณฑ์ในระยะทดลองกระจายเสียงไม่ได้กำหนดการออกใบอนุญาตที่ชัดเจนโดย กทช.ระบุว่าอาจให้มีการเปลี่ยนแปลงความถี่ได้
สมพงษ์ กล่าวต่อว่า การออกอากาศที่กำหนดให้ใช้ภาษากลางนั้นตนเองไม่เห็นด้วย เพราะชาวเวียงแหงเป็นคนชายขอบ ประกอบด้วยหลายกลุ่มชาติพันธุ์ มีวัฒนธรรมหลากหลายและมีภาษาเป็นของตนเอง การกำหนดให้ใช้ภาษากลางจึงไม่ถนัดนัก และวิทยุเป็นวิทยุของชุมชน เสนอข่าวสารที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตในชุมชนไม่แบ่งสีหรือกล่าวหมิ่นใครแต่อย่างใด
ทั้งนี้ภายหลังการจัดเวทีสาธารณะ คณะอนุกรรมการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ได้นัดหมายประชุมในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อเตรียมนำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะให้ กทช. รับทราบ เพื่อออกหลักเกณฑ์ให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม.
ที่มา:คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ(คปส.)
ทอดผ้าป่าสามัคคี อปพร.ราชบุรีหารายได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาและจัดซื้องอุปกรณ์ช่วยชีวิต
Tuesday, May 12th, 2009อปพร.จังหวัดราชบุรี โดยกำนันเรืองศักดิ์ เลขวัฒนะโรจน์ ประธาน
กรรมการประสานงานอปพร.จ.ราชบุรี นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ กรรม
การเลขานุการ อปพร.จ.ราชบุรี ประสานงานอาราธนาพระเทพวิสุท
ธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรีและเจ้าคณะอำเภอทั้ง 10 อำเภอจัด
ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อเผยแผ่ธรรมจริยธรรมให้ถึงชุมชน โดยใช้คณะ
อปพร.ทั้ง 14,500 คนเป็นผู้ปฏิบัติงาน ช่วยเหลือพระสงฆ์จรรโลงพระ
ศาสนา อีกทั้งยังช่วยจัดหาเครื่องมือช่วยชีวิต และป้องกันภัยในด้าน
ต่างให้สำเร็จ โดยมี นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ราชบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมี นายมณเฑียร สอดเนื่อง
ประธานสื่อชุมชนแห่งชาติ พร้อม ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานศตส.
ภาคประชาชนแห่งชาติ นายมณเฑียร แก้วพลอย ประธานอปพร.จ.
นครปฐม นายวิรัช ศรีบานเย็น ประธานอปพร.จ.สุพรรณบุรีและนาย
ปฏิกภัญ์ หมั่นดี ประธานอปพร.จ.กาญจนบุรี นางสาวกฤตยา เปรม
ปราโมชย์ หน.ปภ.จ.ราชบุรี ร่วมงาน เป็นไปอย่างอิ่มบุญ สนุกสนาน
อย่างเต็มที่เมื่อ 9 พฤษภาคม 2552 ณ ตลาดกอบกุล ต.ท่าราบ/ICT
อปพร.ศูนย์อปพร.เขต2 สุพรรณบุรียกระดับอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
Tuesday, May 12th, 2009วันที่ 9 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00-22.30 น. ณ ตลาดกอบกุลราชบุรี
นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เขต 2 สุพรรณบุรี และ ผู้อำนวยการศูนย์ อปพร.เขต 2 สุพรรณบุรี เป็น
ประธานการจัดงาน อปพร.ราชบุรีต้านภัยรวมใจเป็นหนึ่ง ร่วมกับ กำนัน
เรืองศักดิ์ เลขวัฒนะโรจน์ ประธาน อปพร.จ.ราชบุรี วัตถุประสงค์เพื่อ
จัดหารายได้เผยแผ่พระพุทธศาสนา ตามรอยพระพุทธเจ้าในการสร้างผล
กรรมดี และจัดหารายได้ซื้อเครื่องอุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยได้รับการสนับ
สนุนจาก อปพร.จ.นครปฐม อปพร.จ.สุพรรณบุรี อปพร.จ.กาญจนบุรี
จากศูนย์ป้องกันฯเขต2 สุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวทุกสำนัก สื่อชุมชนแห่งชาติ
ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปภ.จ.ราชบุรี สำนักงาน
ปภ.จ.สุพรรณบุรี สำนักงานปภ.จ.กาญจน์ และสำนักงาน ปภ.จ.นครปฐม
จำนวน 300 โต๊ะ ในนามของอปพร.จ.ราชบุรี ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่
ให้การสนับสนุนงานของ อปพร.ในครั้งนี้ ขอให้ท่านมีแต่ความสุข ความ
เจริญยิ่งๆขึ้นไป เมื่อ 9 พฤษภาคม 2552 ณ ตลาดกอบกุล อ.เมืองราชบุรี
วันวิสาขบูชาชาวหนองหญ้าไซหวังทำบุญสร้างสติแก้ปัญหาสังคม
Saturday, May 9th, 2009บรรยากาศการเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชาที่วัดหนองหลวงอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรีมีชาวบ้านมาร่วมกันเวียนเทียนกว่า300คนเหมือนกับทุกๆครั้งและได้ร่วมกันทำบุญเมื่อตอนเช้ามีการถือศิลภาวนาปฏิบัติธรรมกันที่วัดหนองหลวง
ชาวบ้านหลายคนพูดคุยกันว่าตั้งใจจะมาทำบุญในปีนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจมีสติปัญญาแก้ไขปัญหาต่างที่กำลังรุมเร้าและสร้างสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว
มีข้อสังเกตุว่าวันพระใหญ่ครั้งนี้มีคนมาทำบุญมากแต่ยอดเงินทำบุญลดลงเพราะพิษเศรษฐกิจและในวันพระใหญ่ครั้งนี้พ่อค้าแม่ค้าต่างให้ความร่วมมือไม่ฆ่าสัตว์(หมู+วัวควาย)ในวันพระใหญ่พร้อมทั้งร้านค้าที่งดจำหน่ายเหล้าเบียร์ในวันพระใหญ่อีกด้วย



































