Archive for November, 2009

สมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ร่วมปกป้องศาสนาพุทธ

Monday, November 30th, 2009

            
            
            
สมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติเตรียมแผนยุทธศาสตร์เคลื่อนตามรอยพระศาสดา หวังเป็นองค์กรประสานทุกภาคส่วนยึดถือความดี มีศิลธรรมทั่วโลก

นายสรรค์ชัย พรหมฤาษี นายกสมาคมสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ (สอพช.) National Buddhist Assembly Organization Association หรือ NBAA อ่านตัวย่อว่า เอ็นบ้า ตั้งอยู่ที่ 11/441 ถนนลาดพร้าว-วังหิน ซอย 33 เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230 เชิญคณะกรรมการบริหารสภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ ประกอบด้วย
๑.นายสรรค์ชัย พรหมฤาษี              นายกสมาคมสภาองค์กรพุทธบริทแห่งชาติ
๒.นางสาวจงเปนณี เรืองพร้อม        เลขาธิการ
๓.นายคณาวุฒิ  กันทพลหาญ          อุปนายก
๔.นายวิโรจน์ พูลสุข                      อุปนายก
๕.นายวิทยา ศรีจันทร์                    โฆษก
๖.ดร.สุภาภรณ์ พรหมฤาษี               ประชาสัมพันธ์
๗.พันเอก(พิเศษ)ไชยนาจ ญาติฉิมพลี ที่ปรึกษา
๘.พันโท เกรียงไกร เทพนิมิตร           ที่ปรึกษา
๙.นายคณาโชค ตามจิตเจริญ            กรรมการกลาง
๑๐.หม่อมหลวงวันชัย นวรัตน์            กรรมการกลาง
๑๑.นางสาวมุกนัดดา พิทักษ์มหาเกตุ   เลขานุการ
๑๒.นายวทัญญู ชัยจำนงค์                กรรมการทะเบียน
๑๓.นายคล่อง กล่อมเกลี้ยง               ที่ปรึกษา
๑๔.นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ                กรรมการปฏิคม 
        คณะกรรมการได้พิจารณาเครืองหมายของสมาคมเป็นที่เรียบร้อย เป็นเครืองหมายพระธรรจักรล้อมรอบด้วยดอกบัว อริยมรรค ๘ สวยงาม พร้อมกับปรับปรุงวัตถุประสงค์ให้เกิดความหมายและเป็นคำที่สามารถเปิดให้เคลื่อนนโยบาย แผนงาน และปรับปรุงได้ เป็นการอำนวยความสะดวกตามแนวทางพุทธ เช่นเพื่อส่งเสริม รณรงค์ปลุกจิตสำนึกเยาวชน การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การปกป้องพระพุทธศาสนา การพัฒนาคน ยกย่องคนดี จัดกิจกรรมสืบสานประเพณี การศึกษา การผลิตสื่อ การจัดหาทุน การไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด อบายมุข การปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และสวัสดิการ เพื่อให้วัตถุประสงค์สู่เป้าหมายความสุข ความดี และความสามารถ และการพิจารณาร่างธรรมนูญของสมาคมอย่างละเอียดอ่อน ที่ประชุมยังจะร่วมถวายพระราชกุศลไถ่ชีวิตโคกระบือที่บ้านบ่อมะกรูด ในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ การแถลงข่าวการร่วมจัดงานที่วัดพระแก้ว การจัดทำซีดีทองคำ ถวายเป็นพระราชกุศลด้วยการถวายเสียง การตัดชุดขาวสัญลักษณ์รูปแบบฟอร์มของสมาคม การจัดทำเว็บไซด์ การออกหนังสือ การผลิตข่าวสารทางทีวีอินเตอร์เน็ต จนทำให้สภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ เกิดการยอมรับ แล้วประสานงานสาขาภาค สาขาจังหวัด อย่างเต็มที่ เพื่อการเกิดความศรัทธา ความเข้าใจ ความมั่นใจ จนถึงความร่วมมือระดับชาติ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ กทม.

โคน้อยหลั่งน้ำตา รอดตายเพราะพระบารมีจัดไถ่ชีวิตโคกระบือโดย สำนักข่าวNEWS4และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง

Monday, November 30th, 2009



โคน้อยรอดตายเพราะพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โคน้อยเพศเมียตัวนี้ เจ้าของทนความหิวไม่ไหว ได้ถูกขายเข้าโรงเชือด กำลังจะถูกแร่เนื้อ ถูกนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ นายถาด และนางจำปา ฮวดมา ไถ่ชีวิตได้เสียก่อนในราคา ๘,๐๐๐บาทเป็นโคตัวแรกที่คณะกรรมการ ศูนย์พลเมืองคุณธรรม สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ สภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ สภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี สภาพัฒนาการเมืองภาคกลางตอนบนและตะวันตก สถาบันกศน.ภาคกลาง ศูนย์อปพร.เขต2สุพรรณบุรี อปพร.จังหวัดราชบุรี พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี และพสกนิกรหมู่บ้านบ่อมะกรูด ไถ่ไว้ในจำนวน ๓ ตัวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ สนามกีฬาต้านยาเสพติดชุมชนบ้านบ่อมะกรูด ตามกำหนดการ     พิธีมอบโล่ให้แก่ พ่อดีเด่น ผู้สื่อข่าว และผู้สนับสนุนดีเด่นสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และมอบโล่พ่อผู้เสียสละ มีความดี คุณธรรมและความสามารถ เป็นแบบอย่างได้ ของศูนย์พลเมืองคุณธรรม ในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ๒๕๕๒
          กำหนดวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ดังนี้
         เวลา ๑๙.๐๐ น. ผู้มีเกียรติพร้อมพ่อดีเด่นปี ๒๕๕๒ และผู้สนับสนุนงานองค์กร สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และศูนย์พลเมืองคุณธรรม พร้อมกันที่บริเวณ สนามกีฬาต้านยาเสพติดชุมชนบ้านบ่อมะกรูด
        เวลา ๑๙.๔๙ น. 
          -      ประธานพิธี นายมณเฑียร สอดเนื่อง  ประธานอำนวยการสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติเปิดกรวยถวายพานพุ่มหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
-          จุดเทียนชัยถวายพระพร

-          ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

-           ร้องเพลงสดุดีมหาราชา

-          ประธานมอบโล่พ่อดีเด่นสำนักข่าวสื่อชุมชนและพ่อดีเด่นพลเมืองคุณธรรม

เวลา ๒๐.๒๙ น. พิธีไถ่ชีวิต โค-กระบือ

-          พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย  ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เป็นประธานพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๓ ชีวิต

-          พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย  ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ทำพิธีสู่ขวัญบายศรีโค-กระบือ เพื่อมอบให้ชุมชนเลี้ยงดูต่อไปจนกว่าจะหมดอายุปราศจากการฆ่า หรือซื้อขาย

-          การแสดงรอบกองไฟเยาวชนสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และเยาวชนศูนย์พลเมืองคุณธรรม

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒

          เวลา ๑๘.๐๐ น.    พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์  พระธรรมจักร และนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ จะนำ พสกนิกรสวดพระคาถาชินบัญชร

           เวลา ๒๐.๐๐ น.    พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร และกิจกรรมมอบพวงมาลัยแด่พ่อดีเด่นพลเมืองคุณธรรม

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

          เวลา ๐๗.๐๐ น.    ทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์

ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะ และคณะ เยี่ยมสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง กองทุนแม่ของแผ่นดิน โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯเยาวชน และโครงการ ICT

Friday, November 27th, 2009

หมู่บ้านบ่อมะกรูด โดยการนำของ นายทองสุข ลาลาด ประธานชุมชน นายวินัย คงนะภา รองประธานชุมชน นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน ให้การต้อนรับ ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ประกอบด้วย  ผชช.กาญจนาภรณ์ จำปี  ผอ.ปรเมศว์ สุขมาก ว่าที่ร้อยตรี อัมพร มากเพชร ผอ.สถาบัน กศน.ภาคกลาง อ.ทองจุล ขันขาว อ.สุนันทา โนรีสุวรรณ และ อ.นฤมล อันตะริกานนท์ ที่เดินทางมาเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านบ่อมะกรูด ในฐานะองค์กรพี่เลี้ยงที่ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2542 สมัยบ้านบ่อมะกรูด ต้องต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติด ก็มีกศน.ประกาศอยู่ข้างชุมชนแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจน อนุรักษ์วัฒนธรรม-ประเพณี ปัญหาเยาวชน ปัญหาด้านการศึกษาที่สามารถให้การเมืองท้องถิ่น ท้องที่ มีโอกาสเรียนต่อ เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ เป็นการเติมเต็มโอกาสอย่างดีที่สุด เพื่อความเท่าเทียมทางสังคมการศึกษา และที่ต้องขอบคุณสถาบันกศน.ภาคกลาง ศบอ.โพธาราม และ กศน.จ.ราชบุรี ที่ให้บ้านบ่อมะกรูด มีที่ยืนบนเวทีประเทศ สร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันในด้านความเข้มแข็งสามารถเอาชนะยาเสพติดได้ เป็นหมู่บ้านไอซีที ที่สร้างสื่อประชาสัมพันธ์ในทุกสื่อ เช่น สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวัฒนธรรมดนตรีไทยกลองยาว สื่อลาวเวียง สื่อวิทยุชุมชน สื่อหอกระจายข่าว และสื่ออินเตอร์เน็ต ในเว็บไซด์ www.magrood.com โดยได้รับการยอมรับให้เป็น สำนักงานสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ และยังเป็นเครือข่ายองค์กรระดับชาติอีก 25 องค์กร ทำให้บ้านบ่อมะกรูดพร้อมแล้วในการเป็นชุมชนต้นแบบของประเทศ ในการเยี่ยมชมของคณะ ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะ  มีความประสงค์ให้กำลังใจคนทำงาน เป็นการนำบทเรียนช่วยกันเสนอแนะชุมชน ให้เกิดการเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ และยังให้การสนับสนุนด้านวิชาการ เทคโนโลยี การศึกษาตามอัธยาศัย พร้อมกับเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดกาลด้วย คณะกรรมการหมู่บ้านได้นำชมวิสาหกิจชุมชน ปลาร้าปลอดสาร การเลี้ยงปลาดุกระยะสั้น การเลี้ยงหมูป่า การเพาะพันธุ์ปลาบึก การปลูกผักปลอดสาร และการใช้เครื่องมืออินเตอร์เน็ตชุมชน ต้อนรับระบบดิจิตอล 3G ในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552  ณ ศรช.บ้านบ่อมะกรูด

ทางออกของประเทศไทยกรณีขัดแย้งกัมพูชา มติชน 23/11/52

Monday, November 23rd, 2009

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ร่วมกับสถาบันอิศราและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดราชดำเนินเสวนาเรื่อง “รู้เขารู้เรา พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง? ” ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมถกในประเด็นร้อน ความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา ที่ดูเหมือนว่าประเทศไทยกำลังถลำลึกไปมาก  ประกอบด้วย รศ.ดร.สุเนตร  ชุติธรานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นายสุณัย   ผาสุก ที่ปรึกษา Human Rights Watch  และ นายศิโรตม์  คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ @ รากแห่งปัญหา ไม่ใช่แค่ บิ๊กจิ๋ว -ทักษิณ รศ.ดร.สุเนตร   ชุติธรานนท์ เปิดเวที ด้วยการชี้ชวนให้ย้อนกลับไปดูเหตุแห่งปัญหาว่าเกิดจากอะไรกันแน่กับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกัมพูชา จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นการวางเกมของคุณทักษิณ ในการเข้าไปรับตำแหน่งนำมาซึ่งความระหองระแหงของทั้งสองประเทศหรือเปล่า หรือบางคนก็บอกว่าไม่ใช่น่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากการเรื่องเขาพระวิหารโดยส่วนตัวมองว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องของกรอบของความคิดของผู้นำ และดูเหมือนว่าเหตุของความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานหลังเขมรขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกเขาพระวิหาร คำถามต่อไปคือ ใครเป็นต้นตอของสาเหตุตรงนี้เป็นคำถามที่เราไม่ค่อยได้ตั้งกัน นั่นคือ ทำไมประเด็นเรื่องกัมพูชาถูกหยิบขึ้นมาเล่นในช่วงนี้ ทั้งทักษิณ และรัฐบาลชุดปัจจุบันต่างหยิบขึ้นมาเล่น ในขณะที่ฮุนเซ็นก็กระโดดเข้ามาร่วมวง “การดึงประเด็นความขัดแย้งไทยกัมพูชาไม่ใช่เรื่องใหม่ กรณีเผาสถานทูตในกัมพูชาก็เป็นประเด็นทางการเมือง นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชามีมิติอีกมิติหนึ่งซึ่งสำคัญมาก นั่นคือมิติของภาคประชาชน เป็นมิติที่มีการปลูกฝังกันมาช้านาน ซึ่งพอเกิดความขัดแย้ง บุคคลที่ถูกพูดถึงจะย้อนกลับไปในสมัยอยุธยา เช่น พระยาละแวก เป็นความรู้สึกของสังคมที่พร้อมผลักดันไปกับภาครัฐ เป็นมิติที่เรามองข้ามไป ดังนั้น กรณีกัมพูชาจึงเป็นมิติที่มีใครปลุกขึ้นมาก็มีกระแสตอบรับ” รศ.ดร.สุเนตร บอกต่อไปว่า ถ้าไม่มีกระแสรับจากภาคประชาชน ความขัดแย้งไทยกับกัมพูชาอาจไม่มีความหมายอะไรมากนัก ภาพตรงนี้เกิดจากการที่เรามักมองข้ามความสำคัญ โดยเฉพาะปีกของความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อกัมพูชาที่ค่อนข้างรุนแรง ทัศนคติของภาคประชาชนที่มีต่อกัมพูชามีประเด็นทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่ซ้อนทับกันอย่างต่อเนื่องไม่ได้ขาดตอนมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเราไม่เคยมองพม่าว่าต่ำต้อยกว่าเรา แต่เรามองเขมรในฐานะที่แตกต่างจากไทย @  ไทยมองเพื่อนบ้านต่ำต้อยเป็นแค่ลูกไล่ ในอดีตมีนักวิชาการท่านหนึ่งเคยใช้คำว่า เขมรเหมือนลูกไล่ของไทย ซึ่งในทางจิตวิทยาก็ดี ทางภูมิหลังก็ดี ล้วนมีความสลับซับซ้อนที่ฝั่งรากในมโนสำนึกของคนไทยอย่างมาก ดังนั้น พอมีจังหวะเวลาที่จะปลุกกระแสเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรืออะไรก็ตาม ก็สามารถทำได้ง่ายเพราะมีเชื้อรอประทุอยู่แล้ว ในขณะที่เขมรเองก็มีประเด็นสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขมขื่นที่เขามีอยู่แล้ว การจะหาแพะสักตัวในการรับผิดชอบไทยก็มีส่วน เหตุเหล่านี้จึงปลุกขึ้น เงื่อนไขเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ และนี่คือประเด็นแรกสุดที่เราต้องนึกถึง คือความรู้สึกของประชาคมของทั้งสองประเทศ @ ฮุนเซ็น เล่นเกมนี้ มีแต่ได้กับได้ ประเด็นที่สอง ฮุนเซ็นได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้ รศ.ดร.สุเนตร อธิบายต่อด้วยการตั้งคำถามว่า ใครเคยเห็นธงของประเทศไหนที่มีสถานที่โบราณอยู่ในธงชาติบ้าง แต่กัมพูชานำเขาพระวิหารไปไว้ในธง เรื่องเขาพระวิหารจึงเป็นวาระแห่งชาติของเขามาตั้งแต่เบื้องต้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายกับสถานะที่คนที่คุมทุกอย่างในประเทศหมดแล้วจะก้าวล่วงจากสถานะของผู้ปกครองประเทศในหน้าประวัติศาสตร์มาเป็นรัฐบุรุษในยุคปัจจุบัน การกลับไปเล่นประเด็นเขาพระวิหาร เป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับการก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบุรุษ การเดินเกมของฮุนเซ็นในวันนี้อาจจะไม่ได้เป็นมาตรฐานสากลที่เรารู้สึก แต่ในเขมรรู้สึกได้ว่า เขานับว่าสามารถขึ้นมาท้าทายแล้วทำสิ่งหนึ่งที่ไม่ปรากฏในประวัติศาสตร์กัมพูชาได้ ทุกครั้งที่เราพูดถึงกัมพูชา เราจะพูดถึงในฐานะลูกไล่ ถ้าหือขึ้นมาฉันจะไปจัดการ หากกัมพูชามีปัญหาอะไร เราก็จะทำตัวเป็นพี่เบิ้มเข้าไปดูแลเขา ตรงนี้ก็เป็นปมที่บอกว่าไทยมีฐานะสูงกว่า @ ครั้งแรกที่ ผู้นำไทยต้องวิ่งไปหาเขมร ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำไทยมีความขัดแย้งกัน แล้วก็วิ่งไปหากัมพูชา ด้วยมูลเหตุเหล่านี้ทำให้ผู้นำกัมพูชาเกิดคำถามเช่นเดียวกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย คนระดับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กับทักษิณ  ชินวัตรถึงเดินไปหาเขา เหตุการณ์ต่างๆมันกลับตาลปัตร ตรงนี้นี่แหละจึงเป็นจุดที่ฮุนเซ็นนำมาขับเน้นความเป็นรัฐบุรุษขึ้นมา ส่วนนานาชาติจะมองอย่างไร กติกาสากลแม้จะมีอยู่แต่ไม่เคยเห็นมีอะไรสำคัญกว่าผลประโยชน์ ท้ายที่สุดผลจะออกมาเป็นอย่างไร หลังจากทักษิณออกไปจากเขมรเกมทางการเมืองค่อนข้างจะพลิก รัฐบาลไทยกลับกลายเป็นฝ่ายตั้งรับและเป็นฝ่ายแก้เกม เหมือนกำลังเข้าไปติดกับดัก ฉะนั้น จากตรงนี้ไปต้องคิดว่าประเทศไทยจะจัดการกับตัวเองและความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างไร @ ถึงเวลามองเขมรในโลกแห่งความเป็นจริง ดร.สุเนตร แนะว่า เราจำเป็นต้องมองกัมพูชาในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะแรงกดทับที่ไทยเคยอัดลงไปโดยบอกว่ามีมาตรการมากมายในการจัดการกับกัมพูชา วันนี้แรงอัดเหล่านี้มันสะท้อนกลับมาที่ไทย เพราะ กัมพูชาในปัจจุบัน บนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่กัมพูชาจะมีร่วมกับกลุ่มอื่น ๆ เช่น เวียดนาม อินโดจีน หรือแม้แต่ฝรั่งเศส  ทำให้กัมพูชามีคนที่อยู่เบื้องหลังมากมายหลายชาติ ตรงจุดนี้สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องรีบปรับความสัมพันธ์กับกัมพูชา  ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุด กรณีของคุณทักษิณ ซึ่งจริงๆ แล้วความคิดนี้ไม่ใช่ความคิดใหม่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เคยเสนอไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเราต้องก้าวข้ามคุณทักษิณไปให้ได้ไม่เช่นนั้นเราลำบาก ถ้าวันนี้รัฐบาลไทยบอกว่า ต่อจากนี้คุณทักษิณไม่ได้มีความหมายในความรู้สึก นึกคิดกับรัฐบาลแล้วให้ความสำคัญเรื่องอื่นๆ ไม่เอาคุณทักษิณมาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นใครจะไปตั้งคุณทักษิณเป็นอะไร ไม่ได้มีความหมายโดยสิ้นเชิงกับการบริหารประเทศของไทย @  ปลดล็อกได้ ต้องเลิกบ้าศักดิ์ศรี จากจุดนี้การที่กัมพูชาจะตั้งทักษิณเป็นอะไรอีก 100 ตำแหน่งก็จะไม่ได้เป็นเหตุให้เราทำลายความสัมพันธ์กับกัมพูชา และเมื่อประเทศไทยไม่ยินดียินร้ายกับเหตุการณ์ตรงนี้ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ต้องไปกดดันกัมพูชาที่ถอนคุณทักษิณออกจากตำแหน่ง “ผมคิดว่าการดำเนินการตรงนี้ไม่ได้ทำให้รัฐบาลเสียหน้าเกินไป เพราะประเทศไทยไม่ได้เอาประเด็นนี้มาเป็นประเด็นสำคัญ ถ้าคิดได้อย่างนี้ก็จะช่วยปลดล็อกการทำงานในหลายๆ ส่วนได้”  รศ.ดร.สุเนตร ทิ้งท้าย @ เขมร ใต้จักรวรรดินิยมไทยจริงหรือ  ? นายศิโรตม์  คล้ามไพบูลย์  นำเสนอมุมมองไทย-กัมพูชาในมุมของนักรัฐศาสตร์  โดยพยายามฉายภาพความขัดแย้งของ 2 ประเทศภายใต้เงาอาณานิคมและจักรวรรดินิยมสยามซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนมองเห็นได้ นายศิโรตม์ บอกว่า ที่ผ่านมาเวลาสื่อมวลชนพูดถึงเรื่องไทย-เขมร มักจะพูดโดยเอาเขาพระวิหารเป็นศูนย์กลาง ในคำสัมภาษณ์ของฮุนเซ็นที่คนไทยเป็นเดือดเป็นแค้นมาก  คือ บทบาทของไทยในการเข้าไปแทรกแซงกิจการของกัมพูชา นั่นคือการเข้าไปสนับสนุนเขมรแดงอย่างลับๆ เป็นเวลาหลายปี เป็นการสนับสนุนระบอบการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขมรเรือนล้าน  สิ่งที่ฮุนเซ็นไม่ได้พูดคือ เรื่องที่ไทยให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพในไทยสมัยสงครามอินโดจีน ซึ่งนั่นหมายถึงการเป็นลูกสมุนของสหรัฐฯในการทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่เพียงแต่เอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดตามหมู่บ้านต่างๆ แต่ยังมีการปล่อยสารพิเศษที่เรียกว่า “ฝนเหลือง”ลงในลาว กัมพูชาทำให้พลเรือนบริสุทธิ์ตายนับไม่ถ้วน นอกจากนั้น เมื่อครั้งที่ฮุนเซ็นร่วมมือกับเวียดนามไล่เขมรแดงออกจากพนมเปญ ไทยก็เข้าไปโอบอุ้มเขมรแดงให้เข้าไปอยู่ในรัฐบาลผสม แล้วช่วยหาที่นั่งในสหประชาชาติ ประวัติศาสตร์ไทยในมุมมองของเขมรเป็นชาติที่แทรกแซงการบริหารประเทศเขาตลอดเวลา ทั้งหมดที่ชี้ให้เห็นรอยแผลในประวัติศาสตร์ที่ทำให้เราไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นปกติสุขกับเขมรได้ เช่นเดียวกับเขมรไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับไทยที่ปกติสุขได้ @   เลิกพูดถึงความขัดแย้งในอดีต นายศิโรตม์  บอกว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว ขั้นตอนเบื้องต้นในการยุติการสร้างสนามรบด้วยลัทธิคลั่งชาติของกลุ่มการเมืองภายในประเทศ คือจะต้องล้มเลิกการมองว่าเขมรอยู่ใต้จักรวรรดินิยม เพราะการที่เรามองว่าเขมรไม่ได้มีอธิปไตยเป็นของตัวเอง และจะต้องฟังไทยให้มาก เมื่อเขมรไม่ฟังเรา  เราก็เป็นเดือดเป็นแค้นเหลือเกิน ซึ่งจริงๆ แล้วเขมรจะตั้งใครเป็นที่ปรึกษาก็เรื่องของเขา เพราะคุณทักษิณก็เป็นที่ปรึกษาให้กับหลายประเทศ แต่พอเขมรตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา ไทยกลับมีปัญหาโวยวายขึ้นมา ในที่สุดแล้วเรื่องไทยกับเขมร เราอาจจะต้องตั้งคำถาม คือ ความสามารถของชาตินิยมในสภาพแวดล้อมแบบใหม่  เพราะทุกประเทศในโลกใบนี้มีปัญหาเยอะแยะไปหมด  การลดความขัดแย้งในอดีตทำได้ คือ เลิกพูดถึงความขัดแย้งในอดีต แล้วพูดถึงการอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน เช่น สมัยพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า คือการอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน วันนี้ เรื่องเขาพระวิหารทำให้สนามการค้าเป็นสนามรบ ทำให้การค้าเป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ เป็นการนำแนวคิดชาตินิยมมามองสถานการณ์ใหม่ วันนี้เราต้องยอมรับว่า ศาลโลกได้ตัดสินให้เขาพระวิหารเป็นของเขมรครึ่งศตวรรษแล้ว การสร้างวาทกรรมที่บอกว่า เขาพระวิหารเป็นของเขมร  ส่วนการเป็นมรดกโลกไทยต้องร่วมด้วย เพราะแผ่นดินใต้เขาพระวิหารเป็นของไทยนั้น เป็นที่น่าสังเกตถ้าไทยถูกในแง่กฎหมายระหว่างประเทศ ทำไมไทยถึงเลือกที่จะเจรจากับเขมรโดยตรงแทนที่จะใช้กลไกของศาลระหว่างประเทศ @  รัฐบาลต้องพูดเรื่องเขาพระวิหารให้น้อยลง นายศิโรตม์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อก่อนคนไทยจะวิจารณ์เขมร คือ ฮุนเซ็นสร้างกระแสชาตินิยมกลบปัญหาในเขมร แต่ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ก็ใช้กระแสชาตินิยมกลบปัญหาต่างๆ เหมือนกัน วันนี้รัฐบาลจะต้องพูดเรื่องเขาพระวิหารให้น้อยลงหรือเลิกพูด เพราะมีประเทศอื่นๆที่มีปัญหาแนวชายแดนแต่ก็ไม่ได้จบอย่างที่ประเด็นไทยทำกับเขมร เราควรหยุดนำเรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพราะในที่สุดเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่าทีของไทยต่อเขมร เป็นยุทธวิธีในการไล่ล่าคุณทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงการใช้ชาตินิยมว่าอันตรายแค่ไหน เพราะถึงจุดหนึ่งมันคุมไม่ได้ ลงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ต้องหยุดใช้ เพราะมิเช่นนั้นจะเกิดคำถามว่า มันจำเป็นหรือเปล่ากับการไล่ล่าคุณทักษิณโดยเอาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นเดิมพันวันนี้เป็นไปได้ไหมว่าจะชะลอความรุนแรงระหว่างไทยกับเขมร คำตอบคือเป็นไปได้ ข้อแรก คือ ต้องเข้าใจว่า ไทยไม่ใช่พี่ใหญ่ของเขมรอีกต่อไป เพราะไทยคือตัวละครเล็กๆ ในภูมิภาคนี้ เรื่องทางการเมือง เศรษฐกิจวันนี้มีปัจจัยต่างๆ เกิดขึ้นเยอะ ข้อที่สอง ต้องคิดว่าการเมืองไม่ใช่วาระหลักในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังมีมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ข้อสาม รัฐบาลจะต้องเลิกคิดเรื่องการเมืองของประเทศ ต้องคำนึงถึงชีวิตของคนและความเป็นอยู่ของคนในแนวชายแดนให้มากขึ้น ไม่มีใครมองว่าการปลุกชาตินิยมทำร้ายคนไทยในเขมรได้พอๆ กับการทำร้ายคนเขมรในแนวชายแดนของประเทศไทยเลย การเอาชีวิตของคนสองฝั่งมาเป็นตัวประกันไม่ควรจะเกิดขึ้น นี่คือ 3 เรื่องที่ประเทศไทยน่าจะทำ คือ ไทยไม่ใช่ตัวแสดงหลักในภูมิภาคนี้ สองอย่ากำหนดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเอาความไม่พอใจระหว่างคุณทักษิณเป็นธงนำ และสุดท้ายคือการกำหนดยุทธศาสตร์ไทยกับเขมร ควรคิดถึงชีวิตของคนธรรมดาทั้งคนไทยในเขมรและคนเขมรไทยไปพร้อมๆกัน @  เข้าทาง ฮุนเซ็น ว่าที่รัฐบุรุษคนใหม่ นายสุณัย  ผาสุก ในฐานะนักสังเกตการณ์การเลือกตั้งในการกัมพูชามาหลายต่อหลายครั้ง และได้เข้าไปศึกษาถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา โดยนำข้อเสนอข้อคิดในเรื่องนี้ล้อกับประเด็นรู้เขารู้เราว่า จริงๆ แล้วตัวเราเองเราไม่รู้เลยว่าเราทำอะไร ทำให้กระแสสังคมถูกปั่นโดยการชี้นำของชนชั้นนำทางการเมืองจนนำไปสู่การเผชิญหน้า เพราะเราไม่มองเพื่อนบ้านว่าเท่าเทียมกับเราเลย ถ้าถามต่อว่าวันนี้เรารู้จักกัมพูชาไหม ต้องยอมรับว่าคนไทยยังเชื่อเรื่องราวในอดีต ซึ่งประเด็นเรื่องนี้สะท้อนมาชัดเจนมากๆ  ทุกคนชาตินิยมเหมือนกันหมด พวกเขาเห็นพ้องว่าเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา เขาจึงมีการรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ ซึ่งหากมองในเค้าโครงวัฒนธรรมกัมพูชา ไทยเป็นผู้ร้ายในเรื่องนี้ เรื่องเขาพระวิหารกัมพูชาเป็นผู้ชนะ ไทยเป็นผู้แพ้แต่ไทยเป็นองุ่นเปรี้ยว จะเห็นว่า พอเราจุดประเด็นเรื่องเขาพระวิหารขึ้นมา กัมพูชาจึงรับลูก เพราะเขาคือพระเอก ประการต่อมา ฮุนเซ็นเป็นคนเช่นไร นายสุณัย บอกว่า  ฮุนเซ็น กำลังต้องการก้าวขึ้นเป็นรัฐบุรุษ ต่อจากเจ้านโรดม สีหนุ พยายามปิดเกมทางประวัติศาสตร์ที่ว่ากัมพูชาเป็นลูกไล่ และจบประวัติศาสตร์ของเขมรแดง ในช่วงที่ไทยสนับสนุนเขมรแดง ประเทศไทยไม่เคยคิดเลยว่าตรงนั้นเป็นการสนับสนุนฆาตกรทำให้คนเขมรเสียชีวิตเป็นล้านๆ คน มาวันนี้ฮุนเซ็นสั่งให้มีการจัดการกับผู้นำเขมรแดงที่ฆ่าคนเขมรในอดีตเพื่อปิดปมประวัติศาสตร์ตรงนี้ ในอดีตประเทศไทยเคยเข้าไปสนับสนุนว่าใครจะขึ้นจะลงในกัมพูชา แต่วันนี้ผู้นำของไทยกลับต้องไปพึ่งเขมร คะแนนชาตินิยมที่รัฐบาลได้มาจากเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องระยะสั้น เพราะตอนนี้ทักษิณเดินทางออกไปจากเขมรแล้วแต่ประเทศไทยยังมีนายศิวรักษ์  ชุติพงษ์ วิศวกรหนุ่มติดคุกอยู่ และยังมีประเด็นของบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิสเซส จำกัด หรือแคทส์ (CATS) บริษัทเดินอากาศซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทสามารถฯ ในเขมรที่ยังวิกฤตอยู่  จะเห็นว่าในช่วง 2 สัปดาห์แรกรัฐบาลฉุดคะแนนชาตินิยมได้ แต่ตอนนี้กลายเป็นภาระที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเร่งสะสาง เป็นภาวะขาลงของการสร้างกระแสชาตินิยม ถ้ายิ่งเล่นเกมต่อไปก็จะมีแต่เสียคะแนน @ จับตาการเลือกตั้งครั้งใหม่ นายสุณัย  วิเคราะห์ว่า ฮุนเซ็นจะต้องจบเกมนี้ในฐานะผู้ชนะ เพราะหากดูสถานะของฮุนเซน ณ วันนี้ ต้องยอมรับว่าฮุนเซ็นเป็นผู้นำที่อยู่ในอำนาจนานที่สุดในอาเซียน แต่อภิสิทธิเพิ่งเข้ามาเป็นผู้นำประเทศยังไม่ถึงปี ฉะนั้นฮุนเซ็นผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า ชั้นเชิงจึงต่างกันเยอะ มาตรการในการจัดการเรื่องต่างๆกับประเทศไทย กับคนไทย จึงเป็นเพียงการสั่งสอนให้รู้ว่าใครเก๋ากว่าใคร วันนี้ การจะไปบอกว่าให้รัฐบาลเขมรปล่อยตัววิศวกรไทยแบบดื้อๆ คงเป็นไปไม่ได้เพราะถือว่าเป็นการแทรกแซงอธิปไตยของกัมพูชา คนไทยคงทำได้เพียงการตั้งคำถามในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องความโปร่งใส เรื่องสิทธิมนุษยชน แล้วส่งทนายความไปดูแลเรื่องคดีความ เรื่องยึดบริษัท CATS  ก็มีความซับซ้อนเพราะตรงนี้เป็นกระเป๋าเงินกระเป๋าใหม่ของฮุนเซนในการเลือกตั้งครั้งใหม่ “เรามักจะมองว่า ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะมูลค่าการค้านิดเดียว แต่ไม่ได้นึกถึงชีวิตคนตามแนวชายแดนว่าเขาได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งวัดเป็นมูลค่าเหมือนสินค้าข้ามแดนไม่ได้” @ นักธุรกิจไทยจะถูกบี้ อย่างหนัก นายสุณัย สะท้อนเสียงคนชายขอบให้ฟัง  พร้อมบอกต่อไปว่า ขอเน้นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นเจตนาให้เกิดขึ้น ทำไมคุณทักษิณเลือกกัมพูชา เพราะมีโจทย์ในใจของทั้งสองฝ่ายในเรื่องเขาพระวิหาร จึงเอาตัวเองเข้ามาในสมการตัวนี้ วันนี้คุณทักษิณออกจากเรื่องนี้แล้ว คุณทักษิณก็เปิดเกมใหม่ ในขณะที่บริษัท CATS กำลังจะถูกยึด เสื้อแดงก็เคลื่อนกำลัง รัฐบาลจะจัดการอย่างไร  วันนี้ถ้าเราฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาให้เท่ากับก่อนเกิดเรื่องทักษิณก็เก่งแล้ว เพราะตอนนี้กัมพูชากำลังจะดำเนินการเลือกตั้ง ฮุนเซนจะต้องโหนกระแสว่าเตะก้นมหาอำนาจ การแสวงหาเงินเข้ากระเป๋าเพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง จะทำให้ฮุนเซนบี้นักลงทุนไทยมากขึ้น ยิ่งเราตกหลุมมากเท่าไหร่ก็จะมีแต่เสียกับเสีย ฉะนั้นเราจะต้องรู้จักกัมพูชาให้ดีกว่านี้จึงจะแก้เกมของกัมพูชาได้

News4 สัมมนาสื่อประชาสัมพันธ์สภาองค์กรชุมชนตำบลที่สระบุรี

Monday, November 23rd, 2009


 สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักข่าวนิวส์โฟร์สื่อภาคประชาชน สำนักข่าวศูนย์คุณธรรม สำนักข่าวสยามโลคัลนิวส์ สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ สำนักข่าวสภาพัฒนาการเมืองภาคกลางบนและตะวันตก และสำนักข่าวศตส.ภาคประชาชน สัมมนาสื่อประชาสัมพันธ์ภาคประชาชน เพื่อดำเนินกิจกรรมเชิงนโยบายสู่พื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อขยายผลการประชาสัมพันธ์ ช่องทางการสื่อสาร การเสนอตัวชี้วัด ความดี ความสุข และความสามารถเป็นพื้นที่รูปธรรม สู่การเปลี่ยนแปลงสังคมที่ดีขึ้น ชัดเจนขึ้น จะได้เป็นสื่อทางเลือกของประชาชน ในการเสนอข่าวสารในสิ่งที่ดีๆขึ้น ซึ่งก็ได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายอุกริช พึ่งโสภา เป็นประธานพิธีเปิด พร้อมกับ ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตการศึกษาที่ 1 สระบุรี ให้การต้อนรับ มีนายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการพื้นที่ปฏิบัติการภาคกลางบนและตะวันตก เป็นพิธีกร ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ เป็นพิธีกร อ.ทองจุล ขันขาว และ อ.นฤมล อันตะริกานนท์ครูชำนาญการพิเศษ สถาบันกศน.ภาคกลาง เป็นพิธีกร   นายเฉลิมชน คงสมใจ ฝ่ายนโยบายและแผนศตส.ปชช.เป็นพิธีกร นายปณิธิ เอี่ยมกิจ เทคนิคเชี่ยล สชช.นางสาวพิชยภรณ์ ประทุมแย้ม เป็นพิธีกร ด้วยการต้อนรับของ กำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ ผอ.สำนักข่าวสื่อชุมชนศูนย์สระบุรี นายวิเชียร ศรีเชียงสา ผอ.สำนักข่าวสื่อชุมชนศูนย์สิงห์บุรี นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ ในการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ประกอบด้วยคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบล 16จังหวัด คณะกรรมการสื่อชุมชน 16จังหวัด เจ้าหน้าที่ พอช. นำโดย นางสาวปรินดา รังษีสัจจะ ผช.ผจก.ภาคกลางบนและตะวันตก นายวิวัฒน์ เจนชัย ปชส.ภาค จำนวนรวมแล้ว 60 คน เข้าร่วมปรับทิศทางแผนงานตามยุทธศาสตร์การสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่สอดคลองกับวัตถุประสงค์ จนเกิดความเข้มแข็งที่มีประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติสูงสุด และนัดหมายอบรมการปกิบัติงานสื่อเว็บไซด์ การใช้โปรแกรม การใช้ คลิปวีดีโอ การส่งข่าว การตัดต่อ กับสถาบันกศน.ภาคกลาง โดยมี อ.ทองจุล ขันขาว และ อ.นฤมล อันตะริกานนท์ครูชำนาญการพิเศษ สถาบันกศน.ภาคกลาง เป็นผู้ฝึกสอน ในวันที่ 1-3 ธันวาคม 2552 ซึ่งในวันที่ 3 ธันวาคม 2552 สื่อชุมชนที่เข้ารับการอบรม ร่วมกับ สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี จำนวน 300 คนจะจัดพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรที่ สถาบันกศน.ภาคกลาง เวลา 16.39 นาที อบรมสื่อชุมชนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 ณ เขตพื้นที่การศึกษาที่ 1สระบุรี           (กองบรรณาธิการบริหาร นำโดย นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประสานงานการจัดงาน การจัดการดำเนินการ 089-2350663 )

ศูนย์พลเมืองคุณธรรม ส่งเสริมคุณธรรม ความดี ความสุข ความสามารถ เพื่อชาติไทย

Saturday, November 21st, 2009

สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนพลังของความดี ความสุข ความสามารถ เพื่อส่งเสริมความเป็นคนไทย สายเลือดไทย เปล่งประกายรัศมีของประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จากอดีตเรามีพระมหากษัตริย์ที่เก่งกล้าสามารถปกป้องผืนแผ่นดินไทย กู้ชาติ กู้แผ่นดิน จนถึงเป็นสมบัติชั่วลูกชั่วหลานจนเป็นที่เลื่องลือในทั่วพิภพ บัดนี้ลูกหลานสำนึกดี คิดดี ทำดี ได้ก่อเกิดสำนึกที่ยอมเสียสละชีพ เวลาอันมีค่า ทรัพย์สิน เพื่อชาติได้ รวมตัวกัน ๘๒ ตำบล “ก่อการดีสร้างคุณธรรม ๓ ประการ” คือ  ความดี ความสุข ความสามารถ ให้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งแผ่นดิน โดยการนำของ นายศิวโรฒ จิตนิยม นายบัณฑร อ่อนดำ และนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ โดยใช้สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรม www.westmoral.com เป็นศูนย์ถ่ายทอดข่าวความดีมีคุณธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งท่านแสดงความคิดเห็นได้ที่ สมุดเยี่ยม และเว็บบอร์ดอย่างอิสระ พร้อมกันนี้สำนักข่าวศูนย์พลเมืองคุณธรรมยังต่อเชื่อมไปยัง สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม และสำนักข่าว News4thai.com โดยท่านสามารถชมข่าวสดๆปรับข้อมูลทุกวัน เพื่อให้ทันเหตุการณ์ความดีทุกกรณี โดยมีโครงสร้างการทำงานดังนี้

                                            โครงสร้างศูนย์พลเมืองคุณธรรม
                                                   People Moral Center

                                                    www.westmoral.com
ผศ.บัณฑร  อ่อนดำ                                               ประธานที่ปรึกษา
นายสุเทพ ไชยขันธ์                                                ที่ปรึกษา
อ.ทองจุล ขันขาว                                                  ที่ปรึกษา
อ.ยุทธภัณฑ์  เตชะแก้ว                                           ที่ปรึกษา
อ.นฤมล อันตะริกานนท์                                          ที่ปรึกษา
นายวิโรจน์ พูลสุข                                                   ที่ปรึกษา

นายศิวโรฒ  จิตนิยม                                              ประธานกรรมการ
นายธัมมสัญญ์  อุ่มเอิบ                                           ผู้อำนวยการบริหาร/บรรณาธิการสำนักข่าว
พันโทองอาจ อินทรสุนทร                                        รองประธาน
นายมณเฑียร สอดเนื่อง                                           รองประธาน
นายพิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง                                        รองประธาน
นายสันติ อภิสิทธิ์แก้วเจริญ                                       รองประธาน

นายเฉลิมชน คงสมใจ                                             ฝ่ายนโยบายและแผน
นางสาวพิชยภรณ์ อภิโชคนิธิฉัตร                                 ฝ่ายวิชาการ
นายปณิธิ เอี่ยมกิจ                                                 ฝ่ายเทคนิค/ถ่ายทอดสด
นายวิฑูรย์  ศรีเกษม                                               ฝ่ายทะเบียน/กติกาประชุม
นางสาวบุญพอ มีเท                                                ฝ่ายข้อมูล/สารสนเทศ
นายประเวศน์ จันทร์ขจร                                           ฝ่ายปฏิคม
นายสมภร ทัพนาค                                                  ฝ่ายประสานงานสภาพัฒนาการเมือง
นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว                                              ฝ่ายประสานงานสภาองค์กรชุมชน
นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม                                        ฝ่ายประสานงานวัฒนธรรม
นายประยงค์ แก้วประดิษฐ์                                         ฝ่ายเยาวชน
นายสมบัติ พุฒเอก                                                  ฝ่ายทัพยากร
นายเรียน ร้อยนาค                                                   ฝ่ายการเกษตร
นางจำปา  ฮวดมา                                                  เหรัญญิก
นายแรม  เชียงกา                                                   เลขานุการ
นางสาวปาณิสรา ทองเพิ่ม                                         ผู้ช่วยเลขานุการ

                                                          คณะกรรมการดำเนินงานบริหาร

๑.นายธัมมสัญญ์  อุ่มเอิบ                                         ประธานกรรมการบริหาร
๒.นายศิวโรฒ จิตนิยม                                             กรรมการ
๓.นายมณเฑียร สอดเนื่อง                                        กรรมการ
๔.นายเฉลิมชน คงสมใจ                                          กรรมการ
๕.พ.ท. องอาจ อินทรสุนทร                                      กรรมการ
๖.นายปณิธิ เอี่ยมกิจ                                               กรรมการ
๗.นางสาวพิชยภรณ์ อภิโชคนิธิฉัตร                              กรรมการ
๘.นางจำปา ฮวดมา                                                กรรมการ
๙.นายแรม เชียงกา                                                กรรมการ/เลขานุการ 

ผู้สนับสนุน
๑.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.
๒.ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม)
๓.สถาบัน กศน.ภาคกลาง
๔.สภาองค์กรชุมชนตำบลภาคตะวันตก
๕.สภาพัฒนาการเมืองภาคตะวันตก
๖.สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ
๗.ขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันตก
๘.ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ
๙.สภาองค์กรพุทธบริษัทแห่งชาติ
๑๐.สภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ

Wednesday, November 18th, 2009

สิบสองตำบลคุณธรรม ขยายพื้นที่คุณธรรมเป็น แปดสิบสองตำบลขับเคลื่อนความดี ความสุข ความสามารถพร้อมกัน ถวายเป็นพระราชกุศลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ โดยที่มีการเสนอปรับเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์พลเมืองคุณธรรม ให้เกิดสัญญลักษณ์ใหม่ในทิศทางของความดีตามตัวชี้วัด ๙ ตัวชี้วัดร่วมกันเคลื่อน ความดี ความสุข ความสามารถ สู่หนทางความสำเร็จ โดยมีโครงสร้างสำคัญคือ นายศิวโรฒ จิตนิยม เป็นประธานกรรมการ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ เป็นผู้อำนวยการบริหารหรือ เลขาธิการ นายสุเทพ ไชยขันธ์ เจ้าหน้าที่พอช.เป็นที่ปรึกษา ผศ.บัณฑร อ่อนดำ เป็นประธานที่ปรึกษา นายเฉลิมชน คงสมใจ เป็นผอ.ฝ่ายนโยบายและแผน นางจำปา ฮวดมา ถูกโยกมาอยู่การเงิน นายแรม เชียงกา ขยับขึ้นเป็นเลขานุการ นายวิทูรย์ ศรีเกษม โยกจากปฏิคมสู่งานทะเบียน ให้นางบุญพอ มีเท ทุ่มกับงานข้อมูลและสารสนเทศ ขยับนายสมภร ทัพนาค ทำงานด้านวัฒนธรรม ให้ ๓ รองประธาน พ.ท.องอาจ อินทรสุนทร นายพิพัฒน์ แก้วจิตรคงทอง นายสันติ อภิสิทธิ์แก้วเจริญ และให้อาจารย์ เรียน อยู่สิ่งแวดล้อม ให้ประยงค์ แก้วประดิษฐ์ ดูแลเยาวชน ในส่วนของแผนดำเนินงานให้ ขึ้นป่าถอดบทเรียนในวันที่ ๑๐-๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ ป่าเมืองกาญจนบุรี เพื่อจัดขบวนศูนย์พลเมืองคุณธรรมอย่างห้าวหาญและหวังผลความสำเร็จ เมื่อ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านหนองรี ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี    

กองทุนพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และสำนักข่าวNEWs4 พร้อมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี ประชุมใหญ่ที่เจ็ดเสมียน

Wednesday, November 18th, 2009

กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี นำโดยนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานอนุกรรมการศตส.ภาคประชาชน และกรรมการบริหารกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัด ร่วมกับนางอุดมลักษณ์ กาญจน์อร่ามกุล ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านวังรักและเป็นนายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน นายชัยวัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ ส.อบจ.ราชบุรี นายสมพร เครือบุญ หัวหน้าอำนวยการศตส.จ.ราชบุรี นางกรรณิกา ณ บางช้าง ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินหมู่ที่ 2 ตำบลเจ็ดเสมียน กำนันมณเฑียร สุขอร่าม ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินหมู่ที่ 5 ตำบลเจ็ดเสมียน นายอำเภอโพธารามเป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยสักการะ เพลงสรรญเสริญพระบารมี เพลงสดุดีมหาราชา ซึ่งประธานได้กล่าวชื่นชมการเป็นปึกแผ่นของคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินในทุกๆอำเภอ ก่อนที่จะดำเนินการนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ได้กล่าวขอบคุณ นายชัยวัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ ส.อบจ.ราชบุรี ที่ประสานงานสนับสนุนให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนกรณีจัดทำแผนยึดพื้นที่คืนจากขบวนการค้ายาเสพติดในชุมชน ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง จากนั้น นายสยาม จิตรบวร ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนและ ปปส.ได้นำเสนอและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคประชาชน ที่ประชุมสท้อนปัญหาสังคมทั้ง 10 อำเภออย่างเต็มที่เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบัติต่อไป โดยมีนัดหมายที่จะจัดงานรับเงินพระราชทานในวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ณ อาคารราชบุรีเกมส์ ซึ่งมีทั้งหมด 122กองทุน ที่ประชุมได้ลงมติร่วมกันทุกวาระอย่างเป็นที่เรียบร้อย ประชุมเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ณ ศาลาริมน้ำวัดเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ พร้อมสำนักข่าวNEWS4 สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ปฏิบัติการยึดพื้นที่คืนจากขวนการค้ายาเสพติด

Thursday, November 12th, 2009

ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานคณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ นำคณะกรรมการศตส.ภาคประชาชนร่วมประชุมสำนักงานป.ป.ส.กับ นายพิทยา จินาวัฒน์ รองเลขาธิการ สำนักงานป.ป.ส.เพื่อทบทวนแผนยุทธศาสตร์ยึดพื้นที่คืนจากขบวนการค้ายาเสพติด เป็นการบูรณาการแผนร่วมกัน3ฝ่ายคือสำนักงานป.ป.ส. กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย และ ศตส.ภาคประชาชน โดยใช้พื้นที่แพร่ระบาดรุนแรง เป็นพื้นที่ปฏิบัติการ และใช้นโยบายรั้วชุมชนเป็นการสนับสนุน ใช้ยุทธศาสตร์
1. ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู ยาเสพติด
2. กองทุนแม่ของแผ่นดิน
3. สื่อประชาสัมพันธ์
ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำความสุข ความดี และความสามารถเข้าสู่ชุมชนเป้าหมายแล้วปรับขบวนการทำงานให้เข้มข้น เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดภายใน 4 เดือนจากนี้ไป จนถึงการขยายผลเป็นระดับตำบลต่อไป เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2552 ณ สำนักงานปปส. ดินแดง กทม.

ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ร่วมกับสำนักข่าวนิวส์โฟร์ร่วมรัฐบาลจัดแผนยุทธศาสตร์5รั้วระยะ2

Thursday, November 12th, 2009

รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธานเปิดปฏิบัติการยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นด้านการปราบปรามกลุ่มผู้ค้ารายย่อยและรายสำคัญ พร้อมเพิ่มการเฝ้าระวังการลับลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศใน 14 จังหวัดที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง จะเป็นประธานเปิดปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 เวลา 09.30 น.วันนี้ ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติให้ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนได้รับทราบถึงนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมรับมอบนโนบาย สำหรับยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกันยายน 2553 โดยเน้นการบูรณาการยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย ในระดับหมู่บ้านและอำเภอ เร่งลดปัญหายาเสพติดทั้งผู้ค้า-ผู้เสพ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เน้นดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ-กลุ่มผู้อิทธิพลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งโดยตรงและโดยอ้อม และเน้นขยายบทบาทของภาคประชาชนให้เพิ่มมากขึ้นในทุกรั้วและทุกโครงการ อาทิ รั้วชายแดน เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังการลับลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศใน 14 จังหวัด ที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน รั้วชุมชน จะเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันยาเสพติด รั้วสังคมจะบูรณาการจัดระเบียบสังคม ด้วยการควบคุมสถานบริการต่างๆ หอพัก ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รั้วโรงเรียนดำเนินตามนโยบาย 3D ให้ครอบคลุมครู-นักเรียน-ผู้ปกครองและชุมชน และรั้วครอบครัว ส่งเสริมให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
      ในการเปิดยุทธศาสตร์ครั้งนี้ รัฐบาลและสำนักงานงาน ป.ป.ส. ได้เชิญศตส.ภาคประชาชนเข้าร่วมเปิดยุทธศาสตร์5รั้ว ระยะที่ 2 โดยการนำของ ผศ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานกรรมการ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผู้อำนวยการสำนักงานศตส.ปชช. นายเฉลิมชน คงสมใจ ฝ่ายนโยบายและแผน นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล ประธานภาค7 นายสมาน มั่นคง ประธานภาค 2 นายคำพา นามณีชม ประธานภาค 4 นายฉันท์ ขยันงาน ประธานจังหวัดนครนายก นายสุบิน สุวรรณ ประธานภาค 3 นางอามีนะ บาดิลและ ประธานภาคกทม. นางสุมาลี วรรณรัตน์ ประธานภาคเหนือ นายทักสิน สมใจ ประธานภาคใต้ โดยมีแนวทางเสนอนโยบายต่อรัฐบาลดังนี้

นโยบาย 

เราจะน้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีตัวชี้วัด 

“    ความดี  ความสุข ความสามารถ    สู่ไทยเข้มแข็ง    ”

ยุทธศาสตร์

1)                  สื่อต่าง ๆของภาคประชาชน การพัฒนาเครือข่าย โดยการเรียนรู้ของเครือข่ายด้วยตนเอง

 ( สื่อราคาถูก เทคโนโลยีราคาถูก ทันสมัย โดยภาคประชาชนดำเนินการเอง)

ทุนทางสังคม  :สื่อท้องถิ่น สื่อชุมชน สื่อหนังสือพิมพ์  สื่อวัฒนธรรม วิทยุชุมชน สื่ออิเล็คโทนิค ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติด สชช. ที่เกิดขึ้น โดยอยู่ภายใต้ภาคประชาชน สังคมในปัจจุบันมีสื่อเพียง 2 สื่อคือ

1.     สื่อเนื้อหา                                       

2.     สื่อเทคโนโลยี

2)            บำบัด-ฟื้นฟู     ( ชุมชนบำบัด โดยเครือข่ายสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นแหล่งเรียนรู้ได้จริง) โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ค้า,ผู้เสพ,ป้องปราม,บำบัด-ฟื้นฟู ( กลุ่มเสี่ยง )

3)            กองทุนแม่ของแผ่นดิน            หาทุนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อการพัฒนา

ทำให้พื้นที่รู้จักพึ่งพาตนเองด้วย โดยการออม

ข้อเสนอ

1)            โครงสร้างของศตส.ปชช.ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นกลไกแก้ไขปัญหายาเสพติด ( เอกสารแนบ , ประวัติความเป็นมา) โดยมีหนังสือแต่งตั้ง / คำสั่ง จากคณะกรรมการ ป.ป.ส.

2)            ศสต.ปชช.เป็นกลไลร่วมในทุกระดับ

3)            ขอเสนอ อาจารย์บัณฑร อ่อนดำ ตำแหน่งประธานศตส.ปชช. เป็น

คณะกรรมการป.ป.ส.

4)            ให้คณะกรรมการป.ป.ส. สนับสนุนงบประมาณแก้ไขปัญหายาเสพติดของ ศตส. ภาคประชาชนทุกระดับ โดยตรงอย่างต่อเนื่อง

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ

-          ทุกหมู่บ้าน/ชุมชนไม่มีผู้ผลิต ไม่มีผู้ค้า และผู้เสพยาเสพติดลดลงไม่เป็นปัญหากับชุมชน

-          มีการขยายชุมชน/หมู่บ้าน

ปี                                          เป้าหมาย( ชุมชน/หมู่บ้าน /จังหวัด)

                        ปี 2552            ( 5 รั้ว ระยะที่ 2 )         83        ชุมชนหมู่บ้าน             76       

ปี 2553            ( 5 รั้ว ระยะที่ 3 )         84             ตำบล                      76

                        ปี 2554            ( 5 รั้ว ระยะที่ 4 )         85             อำเภอ                     76

                        ปี 2555            ( 5 รั้ว ระยะที่ 5 )         76             จังหวัด                   76

-          ทุกหมู่บ้าน/ชุมชนมีกลไกลที่เหมาะสม มีการเสริมสร้างเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม และมีความสามารถอย่างพอเพียงที่เฝ้าระวังรวมถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหา หากมีสภาพปัญหาหวนคืน

-          ทุกชุมชนเป้าหมายมีกิจกรรมที่สร้างความต่อเนื่องและยั่งยืน ได้แก่ มีแผนชุมชนพึ่งตนเอง มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม มีกิจกรรมตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ เช่น กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเคยเสพ เคยติดยาเสพติด มีการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ติดยาเสพติด มีระบบเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด มีการจัดตั้งกองทุนชุมชน มีระบบการสื่อสารระบบ I.T

-          มีศูนย์การเรียนรู้ชุมชนอย่างน้อย           ชุมชน/หมู่บ้าน

-          มีการสร้างพัฒนาแกนนำอย่างมีคุณภาพ

-          มีระบบบริหารจัดการอย่างโปร่งใส

-          ประสานกับกลไกของพหุภาคีต่างๆในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

แผนงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

            เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์จึงกำหนดแผนงานหลัก ดังนี้

1.      แผนงานสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ และสวัสดิการแก่ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเสี่ยง แกน      

นำชุมชน รวมถึงอาสาสมัครคนทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติด

    2.     แผนงานด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์โดยระบบ I.T

    3.     แผนงานด้านบำบัดฟื้นฟู

    4.     แผนงานด้านกองแม่ของแผ่นดิน  ( พัฒนาบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง )

    5.      แผนงานด้านบริหารจัดการ

สำนักข่าวNEWS4 กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง แสดงความยินดีปลัดจังหวัดราชบุรี

Monday, November 9th, 2009

นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานNEWS4 สื่อภาคประชาชนและประธานศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี นำคณะแกนนำเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ 10 อำเภอร่วมแสดงความยินดีกับ นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย ปลัดจังหวัดราชบุรีคนใหม่ ที่สนับสนุนงานภาคประชาชนมาโดยตลอด ตั้งแต่เป็นนายอำเภอโพธาราม นายอำเภอบางแพ และนายอำเภอเมืองราชบุรี ซึ่งในการแสดงความยินดี ก็ได้รับความกรุณาจากคุณแม่นายอำเภออยู่ด้วย ถือว่าเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงของเครือข่ายภาคประชาชน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี

กองทุนพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินจัดเตรียมประชุมใหญ่ที่เจ็ดเสมียน

Monday, November 9th, 2009


กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี นำโดยนายทองสุข ลาลาด ประธานกองทุนจังหวัด พร้อมกับนายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ นายชัยวัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ นายวิฑูรย์ ศรีเกษม นายประสิทธิ์ ช้างแก้ว นายอาคม เกษตรลักษมี นางสาวอุดมลักษณ์ กาญจน์อร่ามกุล นางสาวกรรณิกา ณ บางช้าง นายธวัช กุศลอภิบาล นายเนียง รุ่งนุช นายสาย ทองศรี และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการศตส.จ.ราชบุรี เพื่อจัดทำวาระการประชุมใหญ่ที่จะจัดประชุมในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ณ ศาลาริมน้ำเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยที่เนื้อหาหลักคือการแก้ไขปัญหาสังคมทุกด้านแบบบูรณาการ เพื่อใช้น้ำพระทัยแม่ของแผ่นดินเอื้ออาทร ปลุกจิตสำนึกในการช่วยสังคมอย่างเสียสละ และถวายเป็นพระราชกุศลใสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี 

อปพร.ราชบุรี กองเกียรติยศอาสาสมัครที่สืบสานความสามัคคีระดับชาติร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง เคารพศพ

Monday, November 9th, 2009

กองเกียรติยศอปพร.จังหวัดราชบุรี จำนวน ๕๐ นายโดยการนำของ นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธาน อปพร.เขต 2 สุพรรณบุรี นายอุทัย แสงนุ่ม ประธานสวัสดิการอปพร. นายชูศัภกดิ์ ศุกรศร ประธานอปพร.อำเภอปากท่อ นายชัยพร บำรุงพงศ์ ประธานอปพร.อำเภอดำเนินสะดวก นายดำรงค์ศักดิ์ ทารการ ประธานอปพร.อำเภอโพธาราม ร่วมเป็นเจ้าภาพงานศพคุณพ่อ เชื่อม จับจิต อายุ ๙๐ ปีเป็นคุณพ่ออปพร.นายจรัล จับจิต อปพร.ที่เสียสละอย่างมากของศูนย์อปพร.อำเภอปากท่อ ด้วยความพร้อมเพรียงของอปพร.จังหวัดราชบุรี เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2552 ณ วัดดาวลอย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

สำนักข่าวNEWS4 ร่วมกับ ศตส.ภาคประชาชน และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ปฏิบัติการยึดพื้นที่คืนจากขวนการค้ายาเสพติด

Sunday, November 8th, 2009


เมื่อวันอังคารที่ 4  พฤศจิกายน 2552  เวลา13.30 น.ตัวแทนศตส.ภาคประชาชน  ซึ่งได้รับมอบหมายจากอ.บัณฑร  อ่อนดำประธาน ศตส.ภาคประชาชนคือคุณเฉลิมชน  คงสมใจ และอ.พิชยภรณ์  อภิโชคนิธิฉัตร์(อ.ปิยพร)เข้าพบรองเลขาธิการสำนักงานปปส.ดินแดงคุณพิทยา จินาวัฒน์ หารือเกี่ยวกับองค์กรภาคประชาชน คือ ศตส.ภาคประชาชน  ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 83 หมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือและการหนุนเสริมจาก กรมการปกครอง  กระทรวงมหาดไทย  ใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง 
ซึ่งทาง ปปส.ยินดีและร่วมมือกับภาคประชาชนในการทำกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นอย่างดี  ทางภาคประชาชนจะประกาศยึดพื้นที่คืนจากขบวนยาเสพติดในวันที่5ธันวาคม2552เพื่อน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวณ สำนักงาน ปปส.ดินแดง กทม.(รายงานข่าวโดย สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวNEWS4 สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวศูนย์คุณธรรมภาคตะวนตก)

สำนักข่าวนิวส์โฟร์ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบ่อมะกรูด ศตส.ภาคประชาชน และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ถวายพระพรในหลวง 5 ธันวามหาราช ที่ ททบ.5

Friday, November 6th, 2009

นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประธานคณะกรรมการสื่อNEWS4 สื่อภาคประชาชน ผอ.บริหารศูนย์
คุณธรรมภาคตะวันตก ประธานศตส.ภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี และประธานศูนย์การเรียนรู้
บ้านบ่อมะกรูด นำคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง และสภาองค์กรชุมชนตำบล
ระดับจังหวัดราชบุรี เครือข่ายบ่อมะกรูดร่วมมิตร เยาวชนทูบีนัมเบอร์วัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ยุติธรรมชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดินแม่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัวบ้านบ่อมะกรูดสำนักข่าว
สื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์และสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ มีรายชื่อดังนี้

1. นายวิโรจน์ พูนสุข ประธานสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ
2. นายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการสื่อชุมชนแห่งชาติ
3. นายกิตติธัช อุ่มเอิบ ประธานชมรมทูบีนัมเบอร์วันหมู่บ้านบ่อมะกรูด
4. นายสิทธิชัย คุ้มอนุวงศ์
5. ม.ล. วันชัย นวรัตน์
6. นางสาวปัญญาทิพย์ สหัสสะโลกนารถ
7. นายทองหยาด หนองผือ
8. นางสาวมุกนัดดา พิทักษ์มหาเกตุ
9. นายจงเป็นณี เรืองพร้อม
10.นางสาววรรณาภรณ์ ปริสุทธกุล
11.นายกฤศ วรรณทวี
12.นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
ออกรายการถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ 82 พระพรรษา 5 ธันวา
มหาราช ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 หมู่บ้านบ่อมะกรูด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพ
บกช่อง 5 น้อมนำพสกนิกรกล่าวคำถวายพระพรดังนี้
ห้าธันวามาบรรจบครบปีแล้ว
ขอพ่อแก้ว พ่อแผ่นดิน ปิ่นเกศี
พระชนมายุยิ่งยืนนานร้อยพันปี
พระพลานามัยแข็งแรงดีมิโรยรา

เหล่าลูกไทย จงรักภักดีมีจิตมั่น
ทุกชีวันถวายพ่อขออาสา
พ่อทรงเป็นแบบอย่างสร้างพารา
ด้วยศรัทธาเจริญตามพ่อดำเนิน

แปดสิบสองพรรษาดิถีพ่อมีสุข
เหล่าลูกๆประชาไทยใจสรรเสริญ
ขอถวายพระองค์ทรงพระเจริญ
ขออัญเชิญเทวัญประทานพร

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในโลกนี้
สามัคคีรวมใจไทยมิถ่ายถอน
หกสิบห้าล้านดวงใจถวายพระพร
เป็นอนุสรณ์ไทยจงรักเทิดภักดี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ
ข้าพระพุทธเจ้า
- NEWS4 สื่อภาคประชาชน
- สภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ
- กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดราชบุรี
- พสกนิกรหมู่บ้านบ่อมะกรูด
- ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ
- อปพร.เขต 2 สุพรรณบุรี
- อปพร.จ.ราชบุรี
- สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ
- สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ
- สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้อง
- ศูนย์ยุติธรรมชุมชนภาคตะวันตก
- เยาวชนทีบีนัมเบอร์วันหมู่บ้านบ่อมะกรูด
สำนักข่าว NEWS4 และคณะถวายพระพร 12ท่าน ขอขอบคุณ ผอ.ททบ.5
ที่สนับสนุนให้สำนักข่าวNEWS4 ศูนย์คุณธรรมภาคตะวันตกและเครือข่ายได้มี
โอกาสกาสสิริมหามงคล ถ่ายทำถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สนามเป้า กทม.
(ออกรายการถ่ายทอดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 05.00-05.24 น.
ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5)

ในหลวงทรงลอยกระทงท่าน้ำศิริราช พสกปลื้มภาพสิริมงคล

Thursday, November 5th, 2009


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินยังท่าน้ำศิริราชเพื่อทรงลอยพระประทีปเนื่องในเทศกาลลอยกระทง เมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน แม้เป็นการเสด็จฯส่วนพระองค์ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระบรมราชานุญาตให้สื่อมวลชนรายงานข่าวและเผยแพร่ภาพแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วย

การเสด็จฯลอยพระประทีปในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จฯยังท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์เชิ้ตด้านในสีชมพูลายสก๊อตสีขาว ทับด้วยฉลองพระองค์เสื้อแจ๊คเก็ตสีครีม สวมพระสนับเพลาสีกรมท่า ประทับบนรถเข็นไฟฟ้า ซึ่งสมเด็จพระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯเคียงข้างพระวรกาย โดยมีรองศาสตราจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวินิน หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถวายการเข็น ซึ่งเส้นทางเสด็จฯ ออกจากอาคารเฉลิมพระเกียรติผ่านอาคารอำนวยการแล้วเลี้ยวซ้ายยังเส้นทางข้างตึกคณะพยาบาลศาสตร์ จนถึงท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช

ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พสกนิกรเฝ้าฯรับเสด็จอย่างใกล้ชิด ทรงโบกพระหัตถ์พร้อมกับทรงยกกล้องขึ้นฉายพระรูปประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทาง ประชาชนต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญ พร้อมก้มกราบลงแทบฝ่าพระบาท บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธรูปเมตตาคุณากร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำท่าน้ำ โรงพยาบาลศิริราช ที่ตั้งอยู่บริเวณก่อนจะถึงท่าน้ำ เสร็จแล้วพระองค์เสด็จฯยังมุกของท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำพระประทีปซึ่งทำจากขนมปังทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียน แล้วทรงพนมพระหัตถ์และอธิษฐาน ขณะเดียวกันสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังทูลเกล้าฯถวายเช่นกัน

ขณะที่ทั้งสองพระองค์ทรงจุดธูปเทียนพระประทีป พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ประทับอยู่ใกล้ๆ เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้นำพระประทีปของทั้งสองพระองค์ไปลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว พระบรมวงศานุวงศ์จึงเสด็จฯยังท่าน้ำเพื่อลอยพระประทีปที่ได้จัดเตรียมไว้ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรพระโอรส พระธิดาทรงลอยพระประทีปด้วยพระพักตร์แจ่มใส จากนั้นพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯยังมุกที่ทั้งสองพระองค์ประทับอีกครั้ง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติทรงกราบทูลกระหม่อมปู่ที่ตัก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประทับนั่งข้างๆ ทั้งสองพระองค์ และทุกพระองค์ประทับต่อเพื่อทอดพระเนตรวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้เวลานานกว่า 20 นาที ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

 

สำหรับ พระประทีปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงใช้ลอยนั้น เป็นฝีมือการประดิษฐ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระราชฐานชั้นใน สำนักพระราชวัง โดยพระประทีปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.พระประทีปขนมปัง กับ กระทงสด โดยพระประทีปสดทำมาจากกาบพลับพลึงสีขาว ประดิษฐ์เป็นรูปดอกบัว พื้นพระประทีปตกแต่งด้วยดอกไม้สด อาทิ ดอกบานไม่รู้โรยสีชมพู สีเขียว สีเหลือง สีขาว ส่วนเครื่องทองน้อยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตกแต่งด้วยดอกบานไม่รู้โรยสีเหลือง-ขาว ส่วนพระประทีปของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำมาจากกาบพลับพลึงสีขาว พื้นพระประทีปตกแต่งด้วยดอกไม้สด อาทิ ดอกบานไม่รู้โรยสีชมพู สีเขียว สีเหลือง สีขาว ส่วนเครื่องทองน้อยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตกแต่งด้วยดอกบานไม้รู้โรยสีฟ้า-ขาว สำหรับพระประทีปขนมปังนั้นมีการนำขนมปังมาทำเป็นรูปดอกบัว พื้นกระทงเป็นลายดอกกุหลาบ ส่วนเครื่องทองน้อยนั้นประดิษฐ์จากขนมปังเหมือนกัน พร้อมกันนี้ยังมีพระประทีปของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการบริพารอีกจำนวน 70 ชุดด้วย

สำนักข่าวนิวส์โฟร์เป็ดศูนย์ข่าวทั่วภาคกลาง ๔ ศูนย์ นครปฐม สิงห์บุรี สระบุรี และราชบุรี

Wednesday, November 4th, 2009

ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวนิวส์โฟร์ภาคประชาชน สภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดราชบุรี สำนักข่าวสยามโลคอลนิวส์ โดยการนำของ อ.บัณฑร อ่อนดำ อ.มณเฑียร สอดเนื่อง นายวิทูรย์ ศรีเกษม อ.ทองจุล ขันขาว อาจารย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันกศน.ภาคกลาง อ.ปณิธิ เอี่ยมกิจ อ.วิเชียร ศรีเวียงสา กำนันสุชาย ผดุงกรรจ์ อ.เฉลิมชน คงสมใจ อ.พิชยภรณ์ ประทุมแย้ม ผู้ใหญ่เติม อุ่นใจ นางสาวศลิษา จันทร์วรรณ์ และธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ประชุมกำหนดทิศทางสำนักข่าวนิวส์โฟร์ขยายเป็น ๔ศูนย์ โดยมีศูนย์นครปฐม ศูนย์สิงห์บุรี ศูนย์สระบุรี และศูนย์ราชบุรี โดยวางงานระชาติไว้ดังนี้ ทั้ง ๔ศุนย์มีการจัดการโดยบอร์ดศูนย์ เสนอข่าวชุมชน ยาเสพติด สภาองค์กรชุมชน งานประเด็น งานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งในการขยับรับทิศทางครั้งนี้ เพื่อให้สำนักข่าวนิวส์โฟร์ สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ สำนักข่าวมะกรูดดอทคอม สำนักข่าวคุณธรรมภาคตะวันตก เป็นพันธกิจสู่การเป็นสากล ยกระดับการข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ เป็นเสาหลักให้กับการเสนอข่าวทางเลือกใหม่ของชุมชน ที่มีพี่เลี้ยงคือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. สำนักงาน ป.ป.ส. สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ สภาพัฒนาการเมือง กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สถาบันกศน.ภาคกลาง และศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ (ศตส.ปชช.)ที่ประชุมยังเสนอแนวทางกันอย่างเข้มข้น เป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาสังคมแบบบูรณาการที่มีทิศทางมั่นคงที่สุดเป้าหมายคือ 1. เฝ้าระวัง ป้องกัน ป้องปราม ปัญหายาเสพติด 2. สื่อทางเลือกที่ชุมชนขาดโอกาสในการเสนอข่าวชุมชน 3. ผลิตข่าวสารความดี ความสุข และความสามารถชุมชน 4. กำหนดทิศทางตัวที่วัด สื่อชุมชน พัฒนาคน พัฒนาชาติ 5. สนับสนุน ส่งเสริมข่าวชุมชน ๔ ด้าน วิทยุชุมชน สื่อหนังสือพิมพ์ วัฒนธรรม และเว็บไซด์ 6. ชุมชนเป็นเจ้าของสื่อชุมชนสาธารณะ 7. เป็นสำนักข่าวเทิดทูนไว้ด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 8. ยึดหลักการธรรมาภิบาลบริหาร เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ สำนักงานข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติบ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ๗๐๑๒๐

ชาวสระบุรีผ่านมติเปิดสำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติศูนย์สระบุรี

Monday, November 2nd, 2009

สำนักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติThai Community Newsและสนข.News4เตรียมเปิด
สำนักข่าวศูนย์ภาคกลางตอนบน นำโดยนายมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานอำนวยการ
นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ บรรณาธิการ นายปณิธิ เอี่ยมกิจ เทคนิเชี่ยล นายวิเชียร ศรี
เวียงสา เหรัญญิก นายสุชาย ผดุงกรรจ์ เลขานุการ นายวิวัฒน์ เจนชัย นายกมล ปุยยะ
รุนเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. นายประชาญ มีศรี
เทคนิเชี่ยลภาคกลางตอนบน นางสาวพิชยาภรณ์ ประทุมแย้ม ฝ่ายติดตามประเมินผล/
เอกสารหลักสูตร/ถอดบทเรียนเพื่อพิจารณาพัฒนาศูนย์สำนักข่าวสื่อชุมชนที่มีการขับ
เคลื่อนอย่างมีพลัง พร้อมที่จะนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์หลายช่องทางเช่น สื่อสิ่งพิมพ์
อินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชน เรดิโอออนไลน์ ทีวีสาธารณะ วัฒนะธรรม สื่อพื้นบ้าน โดยใช้ท
ทำทำการกำนันตำบลเริงรางจ.สระบุรีเป็นสำนักข่าวสาขาภาคกลางตอนบนตะวันตกพร้อม
กับศูนย์สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 30ตุลาคม2552 ณ ที่ทำการกำนันตำบลเริงรางจังหวัดสระบุรี

แกนนำสภาองค์กรชุมชนคู้สลอดรักษาพิธีแต่งลูกสาวด้วยขันหมาก

Monday, November 2nd, 2009

แกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านฆ้องอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี นำโดยนายธัมมสัญญ์
อุ่มเอิบ นายวิฑูรย์ ศรีเกษม นางสาวศลิษา จันทร์วรรณ์ เดินทางร่วมเครือข่ายสภาองค์กร
ชุมชนตำบลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสดงความยินดีกับ นายแนบ ภู่ดำรงค์ แต่งลูกสาว
นางสาวนงนุช ภู่ดำรงค์ กับนายสุรชัย จิตประสงค์ โดยมีอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นประธานพิธีการและยังมีนายอำเภอลาดบัวหลวงพร้อมสภาพัฒนา
การเมือง โดยการนำของ นายสิทธิวัชร์ ภู่ดำรงค์ ชาวบ้านคู้สลอดและหมู่บ้านใกล้เคียงร่วม
งาน เป็นผลจากการที่นายแนบ ภู่ดำรงค์ เป็นคนทำงานจริงจังกับเรื่องส่วนรวม ทำให้ตำบล
คู้สลอดเจริญก้าวหน้า โดยมีตัวชี้วัดทำนาได้ผล คนมีความสุข ลูกหลานมีการศึกษา นำพา
ประเทศชาติเจริญเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 ณ หมู่ที่ 3 ตำบลคุ้งสลอด อำเภอลาดบัว
หลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา