มหาดไทยเอาจริงปัญหายาเสพติด ประชาชนไชโยทั้งประเทศ
มท.ล่าชื่อแก้กม.ยาเสพติด 3 ฉ. ลดปริมาณถือครอง-เพิ่มโทษหนักประหารชีวิต ตั้งเป้าล่า10ล้านชื่อกดดันรบ.
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดย สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งจัดทำร่างแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดรวม 3 ฉบับ จำนวน 3 ฉบับ คือพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 โดยมีสาระสำคัญในการกำหนดเพิ่มโทษผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติด ประเภท 1 ให้ได้รับโทษถึงประหารชีวิต รวมทั้งลดปริมาณการครอบครองแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย จากไม่เกิน 20 กรัม เป็นไม่เกิน 10 กรัม โดยจะผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอขอแก้ไขตามขั้นตอนต่อไป และจะขอให้ทุกจังหวัดจัดทำประชาคม เพื่อประชาสัมพันธ์และอธิบายรายละเอียด ให้ประชาชนทราบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 163
นอกจากนี้ รมว.มหาดไทย ยังได้กำชับให้จังหวัด ที่ยังไม่สามารถลดจำนวนหมู่บ้านที่มีปัญหายาเสพติดได้ตามเป้าหมายในแผนปฏิบัติการ “มหาดไทย CLEAN & SEAL ทำความดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด” และจังหวัดที่ยังไม่ได้รายงานผลการดำเนินการ เร่งดำเนินการและรายงานให้ทราบ ขณะนี้มีจังหวัดที่ปฏิบัติการแล้ว และได้รับผลสำเร็จตามเป้า เพียง 10 จังหวัดเท่านั้น โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดแพร่ ตรัง พะเยา ฉะเชิงเทราและหนองคาย
นายชวรัตน์ ยังกำชับผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อลูกหนี้นอกระบบ ที่ผ่านการคัดกรองจากกระทรวงการคลังแล้ว โดยขอให้จังหวัดและอำเภอ ตรวจสอบรายละเอียด (know who) และจัดระบบการเจรจาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ให้แล้วเสร็จ ตามจำนวนและกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ หากพบปัญหาอุปสรรค หรือติดขัดการดำเนินการในจุดใด ขอให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอแจ้งให้มา เพื่อที่จะได้นำไปหารือในระดับนโยบายต่อไปด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทย กล่าวว่า การเพิ่มโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้มากขึ้นนั้น เป็นการเอาแนวทางของประเทศที่แก้ไขปัญหายาเสพติดได้ผลอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์มาปรับใช้ เพื่อให้เกิดความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนลงชื่อเสนอกฎหมาย ก็เพื่อแสดงออกให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากเห็นด้วย โดยตนคาดการณ์ว่าจะมีคนร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขพ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับมากกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ เมื่อมีคนจำนวนมากเห็นเช่นนี้ รัฐบาลก็จำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาดำเนินการโดยเร็ว หากไม่ดำเนินการ ก็ต้องไปตอบคำถามคน 10 ล้านคนที่ร่วมลงชื่อว่าเป็นเพราะอะไรกันเอาเอง