Posts Tagged ‘นายเชลศ ธำรงฐิติกุล ศูนย์ข่าวภาคกลาง รายงาน’

ชาวบ้านหนองปลิงร้องทุกข์ส่อทุจริตการจ่ายเงินชดเชยภัยเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง

Monday, December 28th, 2009

 ชาวบ้านตำบลหนองปลิง อำเภอเลาขวํญ จังหวัดกาญจนบุรีได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อชุมชนและผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่ามีความไม่ชอบมาพากล ส่อทุจริตในการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กรณีเพลี้ยแป้งระบาดในมันสำปะหลัง  โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการประเมินผลการจ่ายเงินเงินชดภัยเพลี้ยมันสำปะหลังเป็นเงินชดเชย 254 บาท ออกใบประเมินผลให้กับผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป และอีกหนึ่งเดือนต่อมา ทางเกษตรจังหวัดได้เรียกเก็บใบประเมินผลคืน แล้วมีการประเมินผลใหม่คิดเป็นไร่ล่ะ 104 บาท และได้ออกใบประเมินให้กับผู้่ใหญ่บ้านอีกครั้ง   จนถึงวันที่ 22-23 ธันวาคม 2552 เกษตรจังหวัดได้เรียกผู้ใหญ่บ้านทุกตำบลให้ประชุมอีกว่าเงินชดเชยจะออกแล้วแต่ต้องมีเงินเก็บเงินชาวบ้านไร่ละ40บาทก่อนเพื่อจะไปซี้อยากำจัดเพลี้ย ถึงจะจ่ายเงินให้ชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ยอม เพราะชาวบ้านได้ใช้เงินตนเองซื้อยามาฉีดกำจัดเพลี้ยเองไปตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคมแล้ว และได้ขุดเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  และเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2552 ทีผ่านมา  รองผู้ว่าฯ และเกษตรจังหวัด ได้เรียกผู้ใหญ่ และชาวบ้านเข้าประชุมที่เทศบาลหนองฝ้าย โดยมีการสั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านเรียกเก็บเงินลูกบ้านมาไร่ละ 40 บาท เพื่อซี้อยา และมีบริษัทยามารอขายอยู่ด้วย และได้ติกต่อประสานงานให้บริษัทยาออกใบเสร็จให้ชาวบ้านก่อนเป็นยอดเงิน 60 บาทต่อไร่ แล้วจึงจะออกเงินชดเชยให้ชาวบ้านไร่ละ 104 บาทที่หลัง แต่พอชาวบ้านไม่ยอม รองผู้ว่าฯ ก็เลยบอกกับชาวบ้านว่า” ไม่ยอม เงินชดเชยก็จะไม่ออกให้” ชาวบ้านที่ไม่ยอมจึงพากันกลับบ้าน ตัวแทนชาวบ้านได้ตรวจสอบข้อมูลทางเว็บไซด์แล้วพบว่า นายวีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศให้ออกเงินชดเชยภัยเพลี้ยในจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนไร่ละ 500 บาท จึงมาขอความเป็นธรรมกับสื่อชุมชนและผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างๆเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับชาวบ้าน ที่ไม่่ได้เงินชดเชยตามที่รัฐบาลประกาศให้ความช่วยเหลือ

นักข่าวนิวส์โฟร์ สังเกตุการณ์เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรกองทุนฟื้นฟู/เงียบ/หงอย/เหงา

Sunday, September 13th, 2009

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้แทนกองทุนพื้นฟูเกษตรกรพื้นที่ตำบลหนองหญ้าไซอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นไปอย่างเงียบเหงาเนื่องจากมีเกษตรมาลงคะแนนน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งเป็นไปอย่างปีก่อนๆที่เคยเลือกตั้งมา

พื้นที่ตำบลหนองหญ้าไซมีจำนวนเกษตรกรที่มีสิทธิจำนวน๑,๖๐๐คนสามารถมีผู้แทนเกษตรกรได้เพียงท่านเดียว

ชาวบ้านหนองหญ้าไซร่วมใจบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

Sunday, September 13th, 2009

เมื่อวันที่๑๐กันยายน๒๕๕๒ที่ผ่านมานี้ชาวบ้านหนองหญ้าไซได้ร่วมใจกันไปบริจาคเลือดเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์กับเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรีโดยมีนางมนต์รัก ภูรีศรีศักดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรีพร้อมคณะฯกว่า๓๐คนมารับบริจาคโลหิตที่หอประชุมอำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งในแต่ละครังจะมีขาประจำที่เป็นผู้บริจาคโลหิตมาร่วมและมาจากหลากหลายอาชีพ

เหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรีจะมารับบริจาคโลหิตสามเดือนครั้งเท่ากับปีละ๔ครั้งอย่างต่อเนื่องซึ่งสามารถทำประโยชน์ต่อผู้ประสพอุบัติเหตุและผู้ป่วยภาวะขาดแคลนโลหิตได้เท่ากับเป็นการร่วมกันทำประโยชน์ต่อสังคม

นายวิพงษ์ แสงสุวรรณ(เฮียนิ้ง) อายุ ๕๕ปี ชาวบ้านหมู่ที่๓ตำบลหนองหญ้าไซสมาชิกลูกเสือชาวบ้านรุ่นแรกอำเภอหนองหญ้าไซ ได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณว่าเป็นผู้บริจาคโลหิตครบ๖๐ครั้งในครั้งนี้ซึ่งเริ่มบริจาคมานานกว่า๓๕ปีก่อนหน้านี้แล้วไปบริจาคครั้งแรกที่วัดดอนสำโรงในสมัยที่มีจังหวัดเคลื่อนที่และตนเป็นลูกเสือชาวบ้านและบิจาคต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

และกล่าวต่อไปอีกว่าตั้งแต่ตนบริจาคโลหิตมาสุขภาพของตนก็แข็งแรงดีมาตลอดมีความสุขกับการบริจาคโลหิตเพราะถือว่าเป็นการทำบุญใช้โลหิตไปต่อชีวิตให้เพื่อนมนุษย์

เสื้อแดงหนองหญ้าไซสุพรรณบุรีเคลื่อนเข้ากรุงหวังยื่นฏีกาช่วยฮีโร่เสื้อแดงทักษิณ ชินวัตร

Monday, August 17th, 2009

เช้าวันนี้(๑๗สิงงหาคม๒๕๕๒)ที่ตลาดสดหนองหญ้าไซมีการรวมตัวของกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า๖๐คนเพื่อขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปทำกิจกรรมทางการเมืองการชุมชุมเพื่อยื่นถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายทักษิณ ชินวัตรที่เป็นฮีโร่ของคนเสื้อแดง

โดยมีนายชัย (ไม่ทราบนามสกุล)และนางสาวบี(ไม่ทราบนามสกุล)เป็นแกนนำพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซโดยมีการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มีการชุมชนก็จะประสานงานให้คนเสื้อแดงในพื้นที่ไปร่วมกิจกรรมทางการเมือง

สิ่งที่คนเสื้อแดงหนองหญ้าไซแสดงความคิดเห็นคือการไม่ชอบใจที่เห็นคนที่ตนรักและเทิดทูนถูกกระทำ(กรณีนายทักษิณ) และไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐหลายอย่างเช่น นโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด นโยบายการยกเลิกรับจำนำข้าว และการกู้เงินของรัฐบาล

ซึ่งเป็นความคิดเห็นของกลุ่มคนในสังคมอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจเรียนรู้ว่าเพราะอะไรทำไมจำเป็นเช่นนั้นและจะทำอะไรต่อไปที่จะทำให้การแสดงออกทางการเมืองต่อสังคมมีทางออกที่ดีกว่านี้

จัดตลาดนัดในศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

Saturday, August 8th, 2009

หากพูดถึงตลาดนัดภาพที่คิดได้คงมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านเพื่อขายของสารพัดสินค้าของกินของใช้เสื้อผ้า แต่พอพูดถึงศาลากลางจังหวัดภาพที่คิดได้คือสถานที่ราชการที่ทำงานของผู่ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัด

แต่ที่ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีที่นี่ทุกสายวันศุกร์มีการเปิดพื้นที่อนุญาตให้จัดตลาดนัดขายของกินของใช้ผลิตภัณฑ์ของดีชุมชน ผัดสดปลอดสาร อาหาร ขนม เสื้อผ้า และอีกหลายรายการ ขายไปจนถึงบ่ายสองโมงโดยประมาณตลาดก็จะวาย

ที่มาที่ไปคือเมือหลายปีก่อนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี(สมัยของนายทรงพล ทิมาศาสตร์)ได้อนุญาตให้ชาวบ้านมาขายผักผลไม้ของกินของใช้เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้และเป็นแหล่งจำหน่ายของดีเมืองสุพรรณให้กับผู้ที่มาติดต่อราชการโดยใช้พื้นที่ลานจอดรถและบริเวณริมร้านค้าสวัสดิการด้านหลังศาลากลางจังหวัด โดยไม่เก็บค่าเช่าที่ดิน แต่ต้องเสียค่าเก็บขยะซึ่งเป็นเงินไม่กี่สิบบาท

ซึ่งในปัจจุบันนายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีคนปัจจุบันได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวบ้านนำสินค้าที่มีชื่อเสียงจากชุมชนต่างๆมาขายเพิ่มขึ้นอีก ในขนะนี้มีร้านค้ากว่า๕๐ร้านค้าสินค้าครบครันอาหารผักผลไม้ขนมเสื้อผ้าสมุนไพรของฝากจากสุพรรณ

บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ตอนสายที่มีเจ้าหน้าที่ข้าราชการและผู้มาติดต่อมาที่ศาลากลางก็จะเลือกซื้อสินค้าเพื่อเตรียมนำไปฝากคนที่บ้านฝากญาติพี่น้องซึ่งเป็นไปอย่างอบอุ่นและตลาดนัดแห่งนี้มีเสน่ห์ไปอีกแบบตรงที่ตลาดนัดที่นี่ไม่มีเสียงดังน่ารำคาญ(อาจเป็นเพราะตั้งในสถานที่ราชการ)การพูดคุยเชิญชวนซื้อหาสินค้าเป็นไปอย่างเรียบง่ายนุ่มนวลน่าประทับใจ คนซื้อได้สินค้าดีพอใจคนขายขายดีมีงานทำสร้างอาชีพสร้างรายได้ สินค้าที่นี่ของดีราคาไม่แพงการจัดตลาดนัดที่นี่จึงเสมือนกับน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า พึ่งพากัน

ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจมาสัมผัสได้ที่ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้ว่าสุพรรณฯชี้แจงนักกีฬาสิงคโปร์ไม่ได้ติดหวัด2009ที่สุพรรณบุรี

Wednesday, August 5th, 2009

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี มีความมั่นใจว่านักกีฬาสิงคโปร์ไม่ได้ติดเชื้อที่จังหวัดสุพรรณบุรี อย่างแน่นอนเนื่องจากทางจังหวัดได้จัดการเฝ้าระวังไข้หวัด 2009 อย่างเคร่งครัด หลังจากที่ จังหวัดสุพรรณบุรีเคยประสบปัญหาในเรื่องไข้หวัดนกและมีคนเสียชีวิตรายแรกที่จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากนั้นเป็นต้นมาทางจังหวัดสุพรรณบุรีปลอดจากไข้หวัดนก 100% กระทั่งมาถึงไข้หวัด 2009 เราจึงเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ก่อนแข่นจึงได้มีมาตรการให้สถานที่ต่าง ๆ ที่นักกีฬาจะเข้าพัก ให้ทำความสะอาด และมอบเจลล้างมือ หน้ากากอนามัยให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีม ใส่ป้องกันเอาไว้ และที่มั่นใจว่านักกีฬาจากสิงคโปร์ไม่ได้ติดเชื้อที่สุพรรณบุรีแน่นอน เนื่องจากไข้หวัด 2009 จะใช้เวลาฟักตัว 3 วันจึงแสดงอาการ แต่นักกีฬาจากสิงคโปร์เดิมทางมาถึงเมืองไทยวันที่ 31 ส.ค. 52 และวันที่ 1 ส.ค. ก็มีอาการปวดเมื่อยตามตัว จนไข้ขึ้นสูงในวันที่ 2 ส.ค. จึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ฉะนั้น นักกีฬาทั้ง 2 คนมาอยู่สุพรรณบุรีไม่ถึง 3 วันจึงไม่ได้ติดเชื้อจากที่สุพรรณบุรีอย่างแน่นอน และขณะนี้กำชับทุกโรงแรม สถานที่ที่ติดแอร์ทุกที่ต้องมีเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายให้แก่นักท่องเที่ยวหรือนักกีฬาที่มาพัก รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของสุพรรณบุรี ทางสาธารณสุขจังหวัดได้จัดเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยไปให้อย่างเพียงพอเพื่อใช้แจกจ่าย รวมทั้งตามสนามแข่งต่าง ๆ ก็ต้องทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อจบการแข่งขันเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ สุพรรณบุรียังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยิมนาสติกชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งนักกีฬามาถึง 9 ประเทศ จากนั้นตามด้วยเปตองชิงแชมป์โลกซึ่งจะมีนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 60 ประเทศ มาอยู่ที่สุพรรณบุรี ฉะนั้น จึงต้องดูแลและเคร่งครัดเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อให้นักกีฬาปลอดภัยและลงแข่งขันกันอย่างมีความสุข นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าว

ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรีจัดพิธีเปิดกีฬาปันจักสีลัตยิ่งใหญ่และคุมเข้มไข้หวัด 2009

Monday, August 3rd, 2009

ตามที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาอาเชี่ยลมาเชียลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 ประเภทกีฬาปันจักสีลัต นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มาทำพิธีเปิด เมื่อเช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2552 โดยมีผู้เข้าชมเต็มสนามอาคารเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินทร โรงเรียนการกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนกีฬาวูซู-กังฟู จะเริ่มการแข่งขันในวันที่ 5 สิงหาคม 2552

สำหรับการที่มีข่าวถึงกรณีนักกีฬาปันจักสีลัต ของประเทศสิงคโปร์ จำนวน 2 คน เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชด้วยอาการที่ คาดว่าจะเป็นไข้หวัด 2009 ซึ่งทำให้ผู้ปกครองของนักกีฬา ทั้ง 2 สอบถามถึงมาตรการป้องกันว่าจังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอย่างไร โดยในช่วงเวลา 13.00 น. ทางสาธารณสุขจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันจะได้แถลงข่าวที่ตึกอำนวยการ ชั้น 9 ห้องนางพิม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และที่ผ่านมามีการคุมเข้มผู้เข้าชมการแข่งขันในสนาม รวมถึงศูนย์สื่อมวลชนย่อย โรงแรมกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีสื่อมวลชน นักกีฬา ผู้ตัดสินพักอยู่จำนวนมาได้จัดมีหน่วยแพทย์พยาบาลมาตรวจอาการผู้ผ่านเข้าออกล้างมือด้วยเจลก่อนเข้าอาคาร เป็นการป้องกันในเบื้องต้น

ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

เเซยิดประภัตรโพธสุธนอดีตรมว.เกษตรฯเติ้งแซวเมื่อไรจะแต่งงาน

Saturday, August 1st, 2009

 

วันนี้ (1 ส.ค.)เวลา 16.00 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ไปร่วมงานเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 60 ปีของนายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตเลขาธิการพรรคชาติไทย ภายใต้ชื่อ “ไม่เคยลืมกัน”บริเวณโกดังเก็บข้าวของครอบครัวโพธสุธน อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี  โดยมีข้าราชการและประชาชนเข้ามอบกระเช้าดอกไม้ และกระเช้าผลไม้ รวมถึงของขวัญแสดงความยินดีจำนวนมาก โดยภายในงานได้จัดอาหารและเวทีการแสดงคอนเสิร์ตรองรับประชาชนตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ รวมถึงแจกรางวัลให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน เช่น ทีวี 21 นิ้ว นอกจากนี้ช่วงกลางคืนยังมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงคาราบาวด้วย 

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานในงาน โดยได้แสดงความยินดี พร้อมกับกล่าวอวยพรนายประภัตร และถามติดตลกว่า “เมื่อไร จะแต่งงาน ปีนี้คงจะแต่งได้แล้วเพราะอายุ 60 ปีแล้ว และยังมีการเดินทางมาร่วมงานและอวยพรจากบุคคลที่มีชื่อเสียงและนักการเมืองจากหลายพรรค พร้อมทั้งเจ้าของกิจการห้างร้านระดับชาติมากมาย

วันแม่พาแม่เที่ยวทุ่งดอกกระเจียวที่สุพรรณบุรี

Thursday, July 30th, 2009

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี ร่วมกับ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี และ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสุพรรณบุรี จัดโครงการ “12 สิงหา พาแม่เที่ยว ทุ่งดอกกระเจียวเมืองสุพรรณ” ในวันที่ 12 สิงหาคม 2552 ณ ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง อำเภออู่อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมไหว้พระถวายสังฆทาน คืนชีวิตให้แก่สายน้ำปล่อยปลา ปลูกต้นไม้ การนั่งรถรางชมสวนนไม้ดอก ไม้ประดับทุ่งกระเจียว กิจกรรมถ่ายภาพครอบครัวสุขสันต์ และชมการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน

นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรีให้เป็นที่รู้จัก และกระจายนักท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวหลักสู่แหล่งท่องเที่ยวรอง ดังนั้น การจัดโครงการดังกล่าวนับว่าเป็นโอกาสดีในการสร้างความสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว และเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจร่วมโครงการโดยสมัครได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี โทรศัพท์ 0-3553-6030 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ซึ่งการสมัคร จะเสียค่าใช่จ่ายท่านละ 159 บาท สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปก็สามารถชมทุ่งดอกกระเจียวบานได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม 2552 ณ ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

รมช.สาธารณสุขเปิดงานเตรียมการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่2ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ยันรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่

Thursday, July 23rd, 2009

รมช.สาธารณสุข เปิดงานเตรียมการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ยันรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่เป็นกลไกการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญในการเสนอนโยบายสาธารณะในการแก้ปัญหาประเทศ ด้านเลาขา สช.เผยประเด็นนำเข้าที่ประชุมมี 11 ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเตรียมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2552 โดยมีตัวแทนเครือข่าย 182 กลุ่มเครือข่ายกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน โดยมี นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมครั้งนี้ และ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและผู้บริหารให้การต้อนรับ
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการ “สมัชชาสุขภาพ” เป็นอย่างยิ่ง เพราะเห็นว่าจะเป็นกระบวนการในการแก้ไขปัญหาสำคัญ ๆ ของชาติ โดยใช้หลักการ “การมีส่วนร่วม” เป็นยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 ที่ได้บัญญัติไว้ว่า ให้ “ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน … และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุข…”
ซึ่งรัฐบาลได้นำมากำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลข้อ 3.3 ที่ระบุไว้ว่าจะ “สนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางของกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ” และ นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายต่อผู้บริหารหน่วยงานของรัฐที่ตึกสันติไมตรี เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2552 ไว้ว่า “ทุกวันนี้ภัยคุกคามเรื่องของสุขภาวะของคนไทยโดยทั่วไปเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตแล้ว อาจจะไม่ใช่เรื่องโรคระบาดแต่กลายเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรม ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาตรงนี้ที่ผมเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยการนำระบบสมัชชาเข้ามาใช้ในเรื่องของสุขภาพ”
เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นตามบทบัญญัติในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้ต้องจัดขึ้นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เป็นพื้นที่ที่ให้ภาคีทุกภาคส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ หรือความมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน
ทั้งมีหน้าที่ติดตาม ผลักดันให้ข้อเสนอหรือมติจากสมัชชาสุขภาพที่เสนอให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติหรือนำไปพิจารณาประกอบในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพให้บรรลุผลในทางปฏิบัติ  ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขยินดีที่จะเป็นผู้สนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพให้เกิดการขยายผลอย่างกว้างขวางในทุกพื้นที่และพร้อมจะผลักดันข้อเสนอ/มตินโยบายต่างๆที่เกิดขึ้นในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง

นพ.อำพล กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายจำแนกเป็น กลุ่มเครือข่ายจากพื้นที่ 76 จังหวัด กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มเครือข่ายภาควิชาการ/วิชาชีพ เครือข่ายภาคการเมือง ราชการและองค์กรภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติต่อกลุ่มเครื่อข่าย สนับสนุนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเครือข่ายในกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ในด้านการให้ความเห็นต่อร่างมติข้อเสนอ 11 ประเด็นเข้าวาระประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 และถือเป็นการสนับสนุนกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ของคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) อีกทั้งเป็นการสร้างสัมพันธ์และประสานเครือข่ายร่วมกัน
กลุ่มประเด็นสำคัญที่เข้าเป็นระเบียบวาระการประชุม ได้แก่ 1.ครอบครัวและเยาวชน ประเด็นสำคัญที่เลือก : ยุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาวะของครอบครัวและเยาวชน เน้นเรี่องความปลอดจากความรุนแรงในครอบครัว บทบาทพ่อแม่และวัยรุ่น 2.ผู้สูงอายุ ประเด็นสำคัญที่เลือก : ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว สวัสดิการชุมชนสำหรับแรงงานผู้สูงอายุ ระบบบำนาญแห่งชาติ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
3.การจัดการสุขภาวะเฉพาะโรค ประเด็นสำคัญที่เลือก : ระบบการจัดการแบบบูรณาการ โรคติดต่ออุบัติใหม่าจากสัตว์สู่คน การเฝ้าระวัง การป้องกันควบคุมการระบาดจามสัตว์สู่คน และระบาดต่อเนื่องในคน การบริหารจัดการข้อมูลและความรู้ การให้ข้อมูลแก่ประชาชนผ่านสื่อสาธารณะ 4.ขยะ (ขยะมูลฝอยติดเชื้อ ขยะอันตรายจากชุมชน ขยะจากภาคอุตสาหกรรม) ประเด็นสำคัญที่เลือก : การตระหนักรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ ความพร้อมของท้องถิ่นในการจัดการ ขยะ electronic มีปัญหาเพิ่มขึ้น ต้องดูแลทั้งวงจรและระบบ ถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ซึ่งมีการศึกษาพบตะกั่วปนเปื้อนในดินบางพื้นที่สูงมาก ส่วนขยะภาคอุตสาหกรรมมีปัญหาการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย
5.ยุทธศาสตร์ระบบริการสุขภาพแห่งชาติ ประเด็นสำคัญที่เลือก : การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย / การบูรณาการระบบหลักประกันสุขภาพ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มทางเลือก6.ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์แผนไทย ประเด็นสำคัญที่เลือก : การพัฒนาแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ให้เป็นระบบคู่ขนานกับระบบการแพทย์หลักของประเทศ เพื่อให้การดูแลสุขภาพเข้มแข็งเป็นแบบองค์รวม เพิ่มคุณภาพชีวิต 7.การคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพประเด็นสำคัญที่เลือก : การคุ้มครองสิทธิเด็กด้านยา การคุ้มครองผู้บริโภคด้านการผลิต การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ปัจจุบันมีการโฆษณาเกินจริงไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคเพื่อสุขภาพ
8.โภชนาการและการสร้างเสริมสุขภาพ ประเด็นสำคัญที่เลือก : ส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมโดยมุ่งเน้นการลดหวาน มัน เค็ม ส่งเสริมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวออกแรงที่เพียงพอเหมาะสม 9.อุบัติเหตุ ประเด็นสำคัญที่เลือก : การหนุนเสริมกลไกและโครงสร้างภาคประชาชนในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับภาคีเครือข่าย การส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ 10.แผนพัฒนาที่ยั่งยืนของภาคใต้ ประเด็นสำคัญที่เลือก : แผนพัฒนาที่ยั่งยืนภาคใต้บนฐานการพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ สังคม และ 11.แอลกอฮอล์ เป็นการติดตามประเด็นจากการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2551 
นพ.อำพล กล่าวด้วยว่า ภาคีเครือข่ายเสนอ 111 ประเด็น และคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกประเด็นนโยบายที่มีความสำคัญ มีความรุนแรงของปัญหา มีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งเป็นประเด็นที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ และมีความเป็นไปได้ในการนำไปสู่การปฏิบัติ ในท้ายสุดเหลือเพียง 11 ประเด็นที่จะเป็นระเบียบวาระหลัก
 

ที่มา:ทีมข่าว สช.นิวส์ รายงาน
 

แผนผังงานมหกรรม”พลังศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติประกาศเอาชนะยาเสพติดเทิดไท้พ่อหลวง๘๐พรรษา”

Wednesday, July 22nd, 2009

http://www.forpeople.org/pic/แผนผังงานมหกรรม.doc

นายกอนุสรณ์ นาคาศัย อบจ.ชัยนาทหนุนภาคประชาชนเอาชนะยาเสพติดเทิดไท้พ่อหลวง

Tuesday, July 21st, 2009

 

วันนี้(๒๑ก.ค.๕๒)ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท นายจาตุรนต์ ธำรงฐิติกุล นายธัมสัญ อุ่มเอิบ นายพันท้าย จรูญวิทยา นางสาวคอร์ดียะ ทรงงาม นายเฉลิมชน คงสมใจ และคณะอนุกรรมการศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนแห่งชาติ(ศตส.ปชช.)เข้าพบกับนายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท  เพื่อหารือถึงความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างอบจ.ชัยนาทและศตศ.ภาคประชาชนซึ่งเป็นเครือข่ายชาวบ้านที่รวมพลังชาวบ้านทั่วประเทศต่อสู่เพื่อเอาชนะยาเสพติด

ในการหารือครั้งนี้นายอนุชา นาคาสัย นายกอบจ.ชัยนาทได้ให้การสนับสนุนการจัดงานงานมหกรรม “พลัง ศตส.ภาคประชาชนเอาชนะยาเสพติด เทิดไท้พ่อหลวง ๘๐ พรรษา ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒” โดยสนับสนุนอำนวยความสะดวกการขอใช้สถานที่สนามกีฬาจังหวีดชัยนาทและการจัดหาอุปกรณ์การตกแต่งสถานที่สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มและอื่นๆ

โดยจะมีการจัดงานมหกรรม “พลัง ศตส.ภาคประชาชนเอาชนะยาเสพติด เทิดไท้พ่อหลวง ๘๐ พรรษา ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒” ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดชัยนาท วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นเวทีการแสดงพลังความร่วมมือของชาวบ้านเพื่อเอาชนะยาเสพติดภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง อาทิเช่น การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน,การบำบัดฟื้นฟู,งานสื่อสารการประชาสัมพันธ์,องค์ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง,งานป้องกัน,และกองทุนต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดเป็นต้น ภายในงานมีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดระหว่างศตส.ภาคประชาชนกับอธิปดีกรมการปกครองงานครั้งนี้จะมีตัวเเทนชาวบ้านจากเครือข่ายทั่วประเทศมาร่วมงานกว่า๖,๐๐๐คน

สุพรรณบุรีเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา 1st ASEAN Schools Games 2009

Monday, July 20th, 2009

จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา 1st ASEAN Schools Games 2009 โดยนักกีฬาจาก 5 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน รวมชนิดกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน 10 ชนิดกีฬา ระหว่างวันที่ 22 - 27 กรกฎาคม 2552 ที่สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬา 1st ASEAN Schools Games 2009 คือการแข่งขันกีฬาของเยาวชน นักเรียนจากทั้ง 5 ประเทศ ในเอเชีย ได้แก่ บรูไน ดารุสสลาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีการแข่งขันกีฬากัน 10 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เซปักตะกร้อ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ ยิมนาสติก กอล์ฟ เทนนิส เทเบิลเทนนิส และแบดมินตัน

จังหวัดสุพรรณบุรี ขอเชิญพี่น้องประชาชน ร่วมชมร่วมเชียร์เป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทย ตั้งแต่วันที่ 22 – 27 กรกฎาคม 2552 ณ สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้ จังหวัดสุพรรณบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกมากมาย ที่มีไว้ตอนรับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี เช่น พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดป่าเลไลยก์ หอคอยบรรหาร - แจ่มใส บึงฉวาก ตลาดเก่าเก้าห้อง ตลาดร้อยปีสามชุก ตลาด ศรีประจันต์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ อุทยานแห่งชาติพุเตย พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ หรือ ตามเส้นทางไหว้พระ 9 วัด ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี จะได้มีโอกาสต้อนรับผู้มาท่องเที่ยวเมืองสุพรรณบุรี
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดสุพรรณบุรีจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด

Saturday, July 18th, 2009

นางสาวโสมหิรัญ คงกำเนิด การค้าภายในจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดสุพรรณบุรี จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด จำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาถูกกว่าท้องตลาด ระหว่างวันที่ 24 - 26 กรกฎาคม 2552 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านช้าง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน และลดภาระค่าครองชีพ รวมทั้งภาคการผลิตและการจ้างงานมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ขอเชิญชวน พี่น้องชาวอำเภอด่านช้าง และอำเภอใกล้เคียง ร่วมชมร่วมซื้อสินค้าราคาถูก มีสินค้าให้เลือกมากมาย เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ ข้าวสาร ไข่ไก่ ผลไม้ ของใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ถุงเท้า และสินค้า OTOP และอื่น ๆ อีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดสุพรรณบุรี โทรศัพท์ 0-3554-5480
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

ตัวแทนวิทยุชุมชนภาคปชช.ทวงคลื่น20%-มอบหน้ากากให้กมธ.คลื่น‏

Thursday, July 16th, 2009

ปชช.ทวงคลื่น20%-มอบหน้ากากให้กมธ.คลื่น พร้อมยื่นแผนสื่อสภาพัฒน์ฯ ยันที่มาสัดส่วน ปชช. ชี้ตอกย้ำสื่อรัฐ-เอกชนไม่ทำหน้าที่หยุดไข้หวัด ๒๐๐๙๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ที่อาคารรัฐสภา ๓  คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ พร้อมเครือข่ายสื่อภาคประชาชนในท้องถิ่น เข้ามอบเอกสารที่มาของการจัดสรรคลื่นให้กับภาคประชาชน ๒๐% ตาม ก.ม.คลื่นความถี่ ปี ๒๕๔๓ ให้กับประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …. สืบเนื่องจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …. ของคณะกรรมาธิการวิสามัญในขณะนี้ อยู่ในวาระพิจารณาแนวทางว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บท ในหมวด ๓ ซึ่งภาคประชาชนได้เรียกร้องให้คงสาระในบทบัญญัติเดิมตามมาตรา ๒๖ ของกฎหมายฉบับปี ๒๕๔๓ ซึ่งกำหนดว่าการจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างผู้ประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคประชาชนได้ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ และต้องจัดให้มีสถานีวิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัดและสถานีวิทยุโทรทัศน์ในท้องถิ่น รวมถึงการอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต้องครอบคลุมเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะนายสุเทพ  วิไลเลิศ เลขาธิการ  คปส. กล่าวว่า “เอกสารที่ยื่นให้กับกรรมาธิการวิสามัญ คือ แผนพัฒนาสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคม เพื่อการพัฒนาคนและสังคม จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่มาของการกำหนดให้องค์กรอิสระต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบในกฎหมายปี ๒๕๔๓  และรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กำหนดไว้เพียงแต่การยุบรวมองค์กรอิสระ ดังนั้น กมธ. จึงต้องยืนยันหลักประกันในสิทธิการสื่อสารของประชาชน โดยต้องกำหนดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบเช่นเดิม”ทั้งนี้ระหว่างการยื่นหนังสือ ตัวแทนจากเครือข่ายสื่อภาคประชาชนได้มอบหน้ากากอนามัยระบุข้อความ “คลื่นความถี่ของประชาชน ๒๐% ต้องคงอยู่” ให้แก่ประธาน กมธ.วิสามัญฯ เพื่อแจกให้กับคณะกรรมาธิการและเจ้าหน้าที่สภาสวมระหว่างการประชุม เนื่องจากเห็นว่าสื่อของรัฐและเอกชนในขณะนี้ไม่สามารถทำหน้าที่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ให้กับประชาชนได้รับรู้และสามารถป้องกันตนเองได้ จึงเกรงว่ากรรมาธิการจะเจ็บป่วยเนื่องจากติดเชื้อโรคชนิดดังกล่าว

ด้านนายพรพิพัฒน์  วัดอักษร ตัวแทนเครือข่ายสื่อภาคประชาชน จากชุมชนบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “สื่อของรัฐและสื่อของเอกชนในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองประชาชนในเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องได้ เช่นกรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ สื่อของรัฐไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพียงพอ และเอกชนที่ได้สัมปทานวิทยุโทรทัศน์ก็เอาเวลาไปมุ่งหากำไรมากกว่า ประชาชนจึงไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องไว้ป้องกันตัวเองจากโรคระบาด”

ที่มา:คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ

สรุปเนื้อหาการประชุมเตรียมงานมหกรรมศตส.ภาคประชาชน/๒๕๕๒

Tuesday, July 14th, 2009

 สรุปเนื้อหาการประชุมเตรียมงานมหกรรม

 “พลัง ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติประกาศเอาชนะยาเสพติดเทิดไท้พ่อหลวง๘๐พรรษา ครั้งที่๒/๒๕๕๒”Ø    จัดงานวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ณ สนามกีฬาจังหวัดชัยนาทØ    ผู้เข้าร่วมจากเครือข่าย ศตส.ปชช. จำนวน ๑๐ ภาครวม ๑๐,๐๐๐ คนØ    สนับสนุนโดย ปปส.ภาค ๑ /กรมการปกครอง/องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท/ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ/มูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย/CAภาคตะวันตก/สื่อชุมชนแห่งชาติ/สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต๘ /สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(NBT)

วัตถุประสงค์๑.           เพื่อรวมพลังภาคประชาชนเอาชนะยาเสพติด๒.          เพื่อบันทึกความร่วมมือในการทำงานร่วมกับกรมการปกครอง(คำสั่งอธิบดีกรมการปกครอง)๓.          เพื่อการขับเคลื่อนการทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง๔.          เพื่อผลักดันร่าง พรบ.กองทุนแก้ไขปัญหายาเสพติด(ฉบับภาคประชาชน)๕.          เพื่อวางนโยบายขับเคลื่อนงาน๕.๑ งานบำบัด ฟื้นฟู (ข้อจำกัด ข้อแตกต่างของ รัฐ-ภาคประชาชน)         ๕.๒กองทุนแม่ของแผ่นดิน(พึ่งตนเองพัฒนาการควบคุมแก้ไขปัญหายาเสพติด)๕.๓ทบทวนการทำงาน ๑ ปีที่ผ่านมาและนำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนต่อและทบทวนการทำงานของพหุภาคี๕.๔พัฒนาสื่อชุมชนแห่งชาติ   

  

   รูปแบบการจัดงาน

๑.           ซุ้มนิทรรศการ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน”·       “ชุดความรู้”ความเป็นมากระบวนการดำเนินงานวิวัฒนาการกองทุนและสวัสดิการ·       “วงเสวนา”กองทุนแม่ของแผ่นดิน(ผู้ใหญ่อั๋นเป็นแกนหลักประจำซุ้มภาค๑จังหวัดละ๑กองทุนภาคอื่นๆมาเสริม)๒.           ซุ้มนิทรรศการ “บำบัดฟื้นฟู”·       “ชุดความรู้”ความเป็นมากระบวนการดำเนินงาน(พื้นที่บ้านหม้อ/ลพบุรีและบางพลี/สมุทรปราการ ภาค ๑ ดต.สุรศักดิ์ภาค๓มาเสริม)·       “วงเสวนา”(จังหวัดสมุทรปราการและลพบุรีเป็นหลัก)   ๓.    ซุ้มนิทรรศการ “สื่อประชาสัมพันธ์”·       เสนอภาพใหญ่ ๔ ภาค·       ถ่ายทอดสดภาพงาน·       นำเสนอวีดีทัศน์·       ทำฐานข้อมูล·       “วงเสวนาสื่อประชาสัมพันธ์)-ให้ทูตต่างชาติแสดงความคิดเห็นในประเด็นของเรา-ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและการใช้สื่อ(ธัมสัญ/บอล/เช เป็นแกนหลัก)๔.            ซุ้มนิทรรศการ “เศรษฐกิจพอเพียง”·       นิทรรศการมีชีวิต·       “วงเสวนาองค์ความรู้ประสบการณ์การทำงานเศรษฐกิจพอเพียงภาค๑เป็นหลัก(สระบุรี/สิงห์บุรี/สุพรรณบุรี)ภาคอื่นมาเสริม(ผู้ใหญ่เจ้งเป็นแกนหลัก)๕.    ซุ้มนิทรรศการ “งานป้องกัน”·       นิทรรศการองค์ความรู้งานป้องกัน·       วงเสวนา องค์ความรู้ประสบการณ์การทำงานปัญหาและอุปสรรค(ชัยนาท/อ่างทองเป็นหลักจังหวัดอื่นมาเสริม)๖.     ซุ้มนิทรรศการ “สภากาแฟ ร่าง พรบ.กองทุนยาเสพติดภาคประชาชน”·       วงเสวนา วิเคราะห์ร่าง พรบ.กองทุนยาเสพติดภาคประชาชน ทิศทางการขับเคลื่อน  (เฉลิมชนเป็นแกนหลัก)

กำหนดการ๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ น.              ลงทะเบียน(แต่ละจังหวัดรับผิดชอบ)๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น.               ชมการแสดง (จังหวัดในภาค ๑ รับผิดชอบ)๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น.         เปิดเวทีเสวนา ๖ ซุ้ม (แกนหลักแต่ละซุ้มดำเนินการนักวิชาการเก็บประเด็น)๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น.             ชมการแสดง 7สีคอนเสิร์ต และรับทานอาหาร๑๓.๐๐ น.                  ประธานในพิธีเปิดงานเดินทางมาถึงบริเวณจัดงาน๑๓.๐๐-๑๓.๓๐ น.        ขบวนธงเข้าสู่สนามกีฬาเคารพประธาน๑๓.๓๐-๑๓.๔๕ น.      นำเสนอวีดีทัศน์๑๓.๔๕-๑๔.๐๐ น.           กล่าวรายงาน ประธานกล่าวเปิดงาน๑๔.๐๐-๑๔.๐๕ น.            พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ

๑๔.๐๕-๑๔.๓๐ น.            ชมการแสดงและพิธีปิด

v   เนื้อหาวีดีทัศน์ที่นำเสนอ-ประวัติศาสตร์ภาคประชาชน บทเรียนการทำงาน

 v   ติดตามข้อมูลได้ที่ www.cwpnews.com

ผู้ว่าสุพรรณเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากสถาวะฝนตกหนัก

Tuesday, July 14th, 2009

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลอันดามันกำลังแรงเป็นพายุไซโคลนและเคลื่อนตัวเข้าใกล้ด้านตะวันตกของประเทศไทยซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักมากบริเวณดังกล่าว แลอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความ เดือนร้อน และเกิดความเสียหายต่อพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก จังหวัดสุพรรณบุรี จึงมาความห่วงใยต่อพี่ น้องเกษตรกรประมงอย่างยิ่ง

ขอเตือนเกษตรกรให้เตรียมการป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้น โดยให้พี่น้องเกษตรกรปรับปรุงคันบ่อให้มั่นคง แข็งแรง และสูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมขัง จัดหาอุปกรณ์สำหรับป้องกันสัตว์น้ำที่เลี้ยงหนีออกจากบ่อ เช่น อวน ข่าย กระชัง ติดตามการรายงานพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ทยอยจับปลาใหญ่ออกจำหน่าย เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำท่าจีน ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของกระชัง กระแสน้ำอาจพัดพากระชังทำให้เกิดความชำรุดเสียหาย ให้เกษตรกรตรวจสอบบ่อเลี้ยงจระเข้ ให้มีสภาพแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัย หากคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดน้ำท่วมบ่อเลี้ยงจระเข้ ให้รีบแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดสุพรรณบุรีโดยเร่งด่วน ตามหมายเลขโทรศัพท์ 0-3555-5458 เพื่อจะได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายจระเข้ได้ทันเหตุการณ์

เกษตรประมงที่ได้รับความเสียหาย มีความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการ ให้แจ้งความเสียหายกับทางอำเภอท้องที่ หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือประมงอำเภอ เพื่อจะได้รวบรวมดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ที่มา:ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

งานประเพณีแห่เทียนพรรษาหนองหญ้าไซสุพรรณบุรีประจำปี2552

Sunday, July 5th, 2009

งานประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรีจัดขึ้นเมื่อวันที่3ก..ค.52โดยมีส่วนราชการท้องถิ่นและสถานศึกษาในเขตอำเภอมาร่วมขบวนกว่า300คนโดยเริ่มขบวนที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองหญ้าไซไปตามถนนสายเทศบาล1ผ่านตลาดสดหนองหญ้าไซและไปที่วัดหนองหลวง

ประเพณีการแห่เทียนพรรษาอำเภอหนองหญ้าไซจะจัดขึ้นทุกปีก่อนวันพระใหญ่(วันเข้าพรรษา)โดยมีชาวบ้านให้ความสนใจและร่วมทำบุญหล่อต้นเทียนแต่ปัจจุบันทำบุญเป็นเงินและหลอดไฟ

ปีนี้จัดพิเศษมีการนำรถที่ประดับเทียนเเกะสลักที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นตัวเเทนอำเภอหนองหญ้าไซไปร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดสุพรรณบุรีวันที่7-9ก.ค.52นี้ รถเทียนคันนี้จ้างช่างแกะสลักเทียนมาจากจังหวัดอุบลราชธานีใช้เวลาการจัดทำนานกว่า3เดือนและใช้งบประมาณกว่า7แสนบาทมีลวดลายตามพุทธประวัติและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอหนองหญ้าไซติดตั้งเครื่องเสียงบรรยายเรื่องราวพร้อมจัดริ้วขบวนที่ประกอบด้วยศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามและภูมิปัญญาอำเภอหนองหญ้าไซ

การจัดงานในปีนี้เพื่อสนองแนวคิดของ”เติ้ง มังกรสวรรค์”ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเมืองสุพรรณ

สุพรรณบุรีจัดใหญ่สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

Thursday, July 2nd, 2009

จังหวัดสุพรรณบุรี จัดนิทรรศการเนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2552 และจัดพิธีเวียนเทียนในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2552 เวลา 18.30 น. ณ บริเวณพระวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ด้วยวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งวันอาสาฬหบูชา เป็นวันแสดงปฐมเทศนาและมีพระอริยสงฆ์เกิดขึ้นครบรัตนตรัยเป็นครั้งแรก และวันเข้าพรรษาเป็นวันที่พระสงฆ์อธิษฐานอยู่จำพรรษาตลอดไตรมาสโดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติธรรมและอบรมสั่งสอนประชาชน

จังหวัดสุพรรณบุรี ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมบุญตักบาตร เวียนเทียน สมานทานศีล ฟังธรรมและเจริญภาวนา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐสุดขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และในการนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีได้กำหนดจัดงานแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่อลังการ โดยในวันที่ 7 กรกฎาคม 2552 มีพิธีสมโภชเทียนพรรษา พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม และพิธีเวียนเทียนรอบวิหารหลวงพ่อโต สำหรับวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 จะมีพิธีประกวดขบวนเทียนของทั้ง 10 อำเภอในจังหวัดสุพรรณบุรี และรถต้นเทียนจะจอดแสดงอยู่บริเวณถนนเณรแก้วไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2552 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2552 หนึ่งปีมีครั้งเดียว พลาดไม่ได้ ที่สุพรรณบุรี
ที่มา : ข่าวท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี

โครงการต้นกล้าอาชีพสร้างชีวิตแบบพอเพียง

Monday, June 29th, 2009

วันนี้(๒๙มิถุนายน๕๒)ที่บ้านหนองกระโดนมนหมู่ที่๑๑ตำบลหนองหญ้าไซอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรี นายเกษมชัย แสงสว่าง ประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนบ้านหนองกระโดนมนกล่าวถึงการอบรมโครงการต้นกล้าอาชีพตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้โอกาสผู้ที่ว่างงานมีงานทำ ให้สามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้การดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืนในสังคมที่ร่วมกันรับผิดชอบและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรักษาสิ่งแวดล้อม

โดยมีความองค์ความรู้เช่นการเลี้ยงกบ,การเลี้ยงหมูหลุม,การเลี้ยงโคขุนชีวภาพ,การทำนาปลอดสารพิษ,พืชผักสมุนไพรปลอดสารพิษ,การเลี้ยงปลา,เลี้ยงไก่,การใช้ปุ๋ยอินทรีย์,น้ำหมักชีวภาพ,การทำน้ำยาล้างจาน,การถนอมอาหารและอื่นๆ

หมู่บ้านแห่งนี้ชาวบ้านร่วมใจกันปลูกข้าวปลูกพืชผักปลอดสารพิษการปลูกต้นไม้และการรักษาทรัพยากรการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หมู่บ้านแห่งนี้มีศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนบ้านหนองกระโดนมน ที่รวบรวมองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่สู่ผู้สนใจและมีชาวบ้านจากทั่วประเทศผ่านการอบรมจากที่นี่กว่า๓๐รุ่นใน๕ปี มีอาคารที่พักและที่เรียนรู้ที่สามารถรับรองได้กว่า๑๐๐คน

โครงการต้นกล้าอาชีพเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนบ้านหนองกระโดนมนร่วมกับศูนย์บริการการศึกษานอกระบบตามอัธยาสัยอำเภอหนองหญ้าไซมีจุดประสงค์เพื่อสร้างโอกาสในการดำเนินชีวิตสร้างอาชีพสร้างรายได้สร้างสังคมเป็นสุข และหลังจากผ่านการอบรมมีทุนให้ไปดำรงชีวิตเดือนละ๔,๘๐๐บาทนาน๓เดือนพร้อมมอบค่าเดินทางระหว่างอบรมอีก๑,๐๐๐บาทพร้อมส่งเสริมสินเชื่อทุนประกอบอาชีพจากสถาบันทางการเงินอีก

 การอบรมมีขึ้นตั้งแต่วันที่๒๒มิถุนายนถึง๒๙มิถุนายน๒๕๕๒ ณ เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนบ้านหนองกระโดนมนหมู่ที่๑๑ตำบลหนองหญ้าไซอำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรี รุ่นละ๖๐คนและยังมีอีกหลายรุ่น