ตามที่ รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย
และสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยแก่คนจนในเมืองที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเคหะแห่งชาติ และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้จัดทำและนำเสนอแนวทางและโครงการนำร่อง
เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามนโยบายดังกล่าว
1.2 โครงการบ้านเอื้ออาทร มีเป้าหมายดำเนินการทั้งโครงการจำนวน 11,727 หน่วย
โดยจัดสร้างทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและในเมืองหลักเมืองรองในภูมิภาค 1.2.1 โครงการระยะที่ 1 โครงการนำร่องจัดสร้างที่อยู่อาศัย จำนวน 4,175
หน่วย ในพื้นที่ คือ
อาคารชุดพักอาศัย ขนาด 33 ตารางเมตรจำนวน 232 หน่วย
อาคารชุดพักอาศัย ขนาด 33 ตารางเมตรจำนวน 196 หน่วย
อาคารชุดพักอาศัย ขนาด 33 ตารางเมตรจำนวน 336 หน่วย
อาคารชุดพักอาศัย ขนาด 33 ตารางเมตรจำนวน 116 หน่วย
โครงการระยะที่ 1 (โครงการนำร่อง) มีวงเงินลงทุนรวม 1,549.248 ล้านบาท เป็นเงินอุดหนุนจำนวน 345.840 ล้านบาท เงินกู้ 1,203.408 ล้านบาท 1.2.2 โครงการระยะที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างที่พักอาศัย จำนวน 7,552 หน่วย
ในพื้นที่ เป้าหมาย ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เมืองหลักและเมืองรองในภูมิภาค
การดำเนินงานโครงการ "บ้านเอื้ออาทร" เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2546 แล้วเสร็จประมาณกลางปี 2548 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น ประมาณ 3 ปี 1.3 ในการขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐนั้น เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีความสามารถในการจ่ายเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
จำเป็นต้องได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล
2.2 พอช. ได้ดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัด
"บ้านมั่นคง" เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาการอยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัดทั่วประเทศ
โดยเน้นหลักการที่ให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการร่วมคิด ร่วมทำในการพัฒนาโครงการในเบื้องต้นมีโครงการนำร่องรวมทั้งสิ้น
10 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการ ตัวอย่างในการ 2.3 โครงการนำร่อง 10 โครงการ เป็นชุมชนที่มีปัญหาความมั่นคงในการอยู่อาศัยซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุง/พัฒนาการอยู่อาศัยมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ม 2) ชุมชนเก้าเส้งจังหวัดสงขลา 3) เจริญชัยนิมิตรใหม่กรุงเทพมหานคร 4) บ่อนไก่ (คลองเตย)กรุงเทพมหานคร 5) บุ่งคุกจังหวัดอุตรดิตถ์ 6) คลองเตย 7-12 กรุงเทพมหานคร 7) เก้าพัฒนากรุงเทพมหานคร 8) ร่วมสามัคคีกรุงเทพมหานคร 9) คลองลำนุ่นกรุงเทพมหานคร 10) แหลมรุ่งเรืองจังหวัดระยอง
2.4 วงเงินลงทุนรวมของโครงการนำร่อง "บ้านมั่นคง" 10 โครงการ
คาดว่าจะใช้วงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 319.22 ล้านบาท โดยจะขอรับการอุดหนุนจากรัฐสำหรับการ 2.5 แผนการดำเนินโครงการในส่วนของโครงการนำร่อง จะเริ่มดำเนินการในปี 2546 และจะแล้วเสร็จในปี 2547 2.6 เนื่องจากการดำเนินโครงการนำร่อง จะเป็นการดำเนินโครงการในแนวใหม่ที่เป็นโครงการตัวอย่าง
เพื่อวางแนวทางไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาที่กว้างขวางทั่วประเทศที่จะแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนอย่างเป็นระบบทั้งเมืองที่ชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลัก
โดยมีรูปแบบที่หลากหลายสอดคล้องกับวิถีชีวืตของชุมชนเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเมืองในมิติต่างๆ
โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ จะมุ่งให้เกิดการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดและการอยู่อาศัยของคนจนในเมืองให้มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย
มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประมาณ 200 เมือง ภายใน 5 ปี 2.7 ประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ "บ้านมั่นคง" โดยรวมคือ 2) เกิดแนวทางใหม่ในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยอย่างเป็นระบบของเมืองต่างๆ
ทั้งประเทศ โดยจะมีการเริ่มกระบวนการใน 20 เมือง ซึ่งจะทำให้เกิดการแก้ไข 3) เกิดรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาคนจนในเมือง โดยให้คนจนสามารถมีความมั่นคงมีสิทธิการอยู่อาศัย
สามารถมีชีวิตอย่างมีสภานภาพ และมีศักดิ์ศรี และเนื่องจากการแก้ไขปัญหาความมั่นคงการอยู่อาศัยนี้จะดำเนินการพร้อมกับการพัฒนาด้านเครษฐกิจ
สังคม สวัสดิการ สิ่งแวดล้อมของชุมชน จะทำให้เกิดรูปธรรม 4) เกิดความรู้และประสบการณ์ที่จะขยายผลไปสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคง การอยู่อาศัยของคนจน
โดยกระบวนการท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลต่อความเป็นชุมชนน่าอยู่ 3.ให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานท้องถิ่นให้ความร่วมมือ และสนับสนุนที่ดินเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย
ผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาความ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี
ซึ่งในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2546 คณะรัฐมนตร
วัตถุประสงค์ 1.เพื่อส่งเสริมกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ Commission
on Human Security จากประสบการณ์ของประชาสังคมผู้วางนโยบาย 2.เพื่อสร้างความเข้าใจ สนับสนุนและเผยแพร่ประเด็นเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ในระดับสาธารณะและเน้นสาระสำคัญเร่งด่วนที่ต้องพิจารณา 3.เพื่อพัฒนาแนวคิดและองค์ความรู้เรื่องความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการเกิดแนวนโยบายใหม่
รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการ 4.เพื่อสนับสนุนทิศทางความร่วมมือและเครือข่ายทางนโยบายและการวิจัย องค์กรและหน่วยงานร่วมจัด 1.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) 3.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) 4.Asian Institute of Technology (AIT) 5.Forun Asia Foundation 6.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) องค์กรสนับสนุน 1.Friedrich Naumann Stiftung 2.ActionAid Asia 3.Thai Health Promotion Foundation สืบเนื่องจากได้มีการจัดตั้งกรรมาธิการ ชุด Commission on Human Security
จำนวน 12 คน จากทั่วโลก เมื่อเดือนมิถุนายน 2544 โดยมี ครั้งที่ 1 จัดที่นิวยอร์ค เดือนมิถุนายน 2544 ครั้งที่ 2 จัดที่โตเกียว เดือนธันวาคม 2544 ครั้งที่ 3 จัดที่สตอคโฮล์ม เดือนมิถุนายน 2545 รวมทั้งได้มีการจัดประชุมย่อยในช่วงการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน
ที่โจฮันเนสเบิร์ก เมื่อเดือนกันยายน 2545 การจัดประชุมครั้งที่ 4 แนวคิดเรื่องความมั่นคงของมนุษย์เป็นการริเริ่มให้เกิดนโยบายที่มีวัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการดำรงชีวิตทุกด้านของมนุษย์ ความมั่นคงของมนุษย์คืออะไร !! คือ ความอยู่รอด การดำเนินชีวิตประจำวันและศักดิ์ศรีของมนุษย์ (นายโอบุชิ เคอิโสะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น)
ความมั่นคงของมนุษย์ในสายตาชาวไทย : แนวคิด สถานการณ์และการเคลื่อนไหว ในฐานะประเทศกำลังพัฒนาประเทศหนึ่งที่มีระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เปิดกว้างมากที่สุด
ไทยได้รับประโยชน์และผลกระทบจากแรงโลกาภิวัตน์อย่างเต็มที่และเป็นประเทศหนึ่งของประชาคมโลกที่ให้ความสนใจใช้กรอบแนวคิดเรื่องความ ความมั่นคงของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับชาวไทยซึ่งได้เรียนรู้และรับความคิดต่างๆที่ใกล้เคียงและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาแล้ว
อาทิ ความจำเป็น บริบทใหม่ที่เอื้อต่อพัฒนาการความมั่นคงของมนุษย์เกิดขึ้นในตอนปลายทศวรรษ
1990 โดยมีปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ วิกฤตเศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญใหม่ ปัจจุบัน ความมั่นคงของมนุษย์ ในนัยของ ความมั่นคงของประชาชน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเปลี่ยนแปลงสังคมทั้งในระดับรากหญ้าและระดับนโยบาย และหนึ่งในสัญลักษณ์การเปลี่ยนแปลงก็คือการจัดตั้งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อสำรวจสถานการณ์ความมั่นคงของมนุษย์ในด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ
สังคม สุขภาพ วัฒนธรรม และการเมืองก็จะพบว่าแนวทางการพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ของประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการใช้หลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน ความมั่นคงของมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะต้องเป็นระบบที่สมาชิกใช้ประโยชน์ร่วมกันและเอื้อให้เกิดการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จนเกิดความสามัคคีและสมานฉันท์ และควรส่งเสริมให้เกิดแนวทางที่หลากหลายและยืดหยุ่นเพื่อให้มีสมรรถนะรอบด้านเพียงพอที่จะรับมือกับภัย ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนนานัปการในโลกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวันนี้ได้ แนวทางในอนาคตคือ ต้องให้การสนับสนุนขบวนการประชาสังคมที่มีพลังและขยายขอบเขตการเคลื่อนไหวกว้างขวางขึ้นภายใต้บริบทใหม่ ขบวนการเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรยั่งยืน เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิรูประบบสุขภาพ ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปการเมือง ฯลฯ ได้นำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งในระดับพื้นที่และนโยบาย ภายใต้การทำงานและขยายเครือข่ายเหล่านี้ กลุ่มองค์กรประชาชนและองค์กรชาวบ้านสามารถประสานงานข้ามประเด็นปัญหา ทำให้เกิดสัมฤทธิผลในด้านต่างๆที่ล้วนแต่นำไปสู่การยกระดับความมั่นคงของมนุษย์โดยรวม ความท้าทายของภาครัฐ คือการสนับสนุนขบวนการประชาสังคมเหล่านี้ ขจัดปัญหาอุปสรรคนโยบายและสถาบัน และมุ่งมั่นให้ความมั่นคงของมนุษย์เป็นประเด็นที่อยู่ในอาณัติของภาคสังคมและประชาชน มิใช่จำกัดอยู่ในภาครัฐและราชการ ก้าวแรกที่สำคัญคือการสร้างช่องทางการปรึกษาหารือหลายฝ่ายที่ต่อเนื่องและมีผลในทางปฎิบัติอย่างจริงจังทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ภารกิจที่สำคัญอีกด้านหนึ่งคือการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สังคม โดยให้คุณค่าและทำนุบำรุงฐานความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรม โดยให้ความสำคัญต่อผู้ยากไร้และด้อยโอกาสเป็นลำดับแรก รัฐบาลและประชาชนชาวไทยจะต้องตระหนักและเข้าใจถึงผลกระทบทั้งทางบวกและลบของระบบโลกาภิวัตน์ต่อความมั่นคงของมนุษบ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องให้ความสำคัญสูงสุดต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดแก่กลุ่มคนที่ขาดสมรรถนะในการรับมือกับความเสี่ยง ในขณะที่ประชาคมโลกยังไม่สามารถลดและจัดการกับพิษภัยและแรงกดดันด้านลบของระบบโลกาภิวัตน์ได้ แนวคิดเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ก็เป็นความหวังและโอกาสความร่วมมือในระดับต่างๆ ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการแลกเปลี่ยนปรึกษาหารือให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้การยอมรับอย่างแท้จริง แนวคิดนี้จึงจะเป็นพลังต้านความกลัวและความขัดสนยากไร้ในโลกซึ่งกำลังถูกคุกคามด้วยความแตกแยกและความรุนแรงนี้ได้
มิติใหม่ของความมั่นคงของมนุษย์ แนวคิดเรื่องความมั่นคงเป็นสิ่งที่มีการตีความอย่างแคบๆมาเป็นเวลานานมาก จากการมองว่าเป็นความมั่นคงปลอดภัยของเขตแดนจากการรุกรานจากภายนอก หรือเป็นการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในนโยบายระหว่างประเทศ หรือเป็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของโลกจากการคุกคามของอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอำนาจทำลายล้าง จะเห็นได้ว่าความมั่นคงปลอดภัยในที่นี้ เป็นเรื่องของรัฐชาติมากกว่าที่จะเกี่ยวข้องกับประชาชน ประเทศมหาอำนาจติดพันกับการต่อสู้กันทางอุดมการณ์ทางการเมืองและทำสงครามเย็นไปทั่วโลก ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนาที่เพิ่งจะได้รับเอกราชมาไม่นาน ก็อ่อนไหวต่อการคุกคามทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่คาดการณ์ได้ต่อเอกลักษณ์ของชาติอันเปราะบาง สิ่งที่ถูกลืมคือความห่วงใยที่ชอบธรรมต่อประชาชนธรรมดาๆ ที่พยายามหาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตประจำวันของตน สำหรับพวกเขาความมั่นคงปลอดภัย คือการได้รับการคุ้มครองจากโรคภัย ความหิวโหย ภาวะการว่างงาน อาชญากรรม ความขัดแย้งทางสังคม การกดขี่ทางการเมือง รวมทั้งภัยธรรมชาติ ยิ่งกว่าเงามืดแห่งสงครามความขัดแย้งระหว่างประเทศเสียอีก สำหรับคนส่วนมากแล้ว ความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัยของประชาชนนั้นมักจะเกิดจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวันมากกว่าความน่าสะพรึงกลัวของเหตุการณ์หายนะครั้งใหญ่ในโลก วันนี้ครอบครัวของเราจะมีอาหารรับประทานพอไหม !! จะตกงานหรือเปล่า !!จะปลอดภัยจากอาชญากรรมหรือไม่ !! จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงหรือไม่ !! ความมั่นคงของมนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการสู้รบ แต่เป็นเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่และศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์
ลักษณะสำคัญ 4 ประการ ของแนวคิดพื้นฐานเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ คือ 1.ความมั่นคงของมนุษย์เป็นปัญหาสากล เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ในทุกหนทุกแห่ง ทั้งในประเทศร่ำรวยและยากจน 2.องค์ประกอบของความมั่นคงของมนุษย์นั้นเอื้ออิงกัน เมื่อประชากรในบางประเทศต้องประสบภัยต่อความมั่นคง ประเทศอื่นๆก็ดูเหมือนว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบร่วมกันไปด้วย เช่น การขาดแคลนอาหาร โรคระบาด มลภาวะ ฯลฯ 3.ความมั่นคงของมนุษย์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นได้ง่ายหากมีการป้องกันแต่เนิ่นๆ ดีกว่าที่จะมาตามแทรกแซงเพื่อแก้ไขในภายหลัง 4.ความมั่นคงของมนุษย์เป็นเรื่องที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่ามนุษย์ดำรงชีวิตและหายใจอยู่ในสังคมได้อย่างไร พวกเขามีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกกระทำในสิ่งใดบ้าง
ประเด็นหลัก 7 ประการที่สำคัญของความมั่นคงของมนุษย์ คือ 1.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ได้แก่ความมั่นใจในเรื่องรายได้พื้นฐาน ซึ่งได้มาจากภาคการผลิตและค่าจ้างแรงงาน หรือจากการให้ความช่วยเหลือจากรัฐในเรื่องการเงิน 2.ความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ
ภัยต่อความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสุขภาพ มักจะมีมากที่สุดในหมู่คนยากจน คนชนบท
และโดยเฉพาะเด็กๆ ความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของการเข้าถึงบริการสาธารณสุขระหว่างคนจนกับคนรวย
ประชากรที่อยู่ในประเทศอุตสาหกรรมจะสามารถเข้าถึงได้มากกว่า ในประเทศกำลังพัฒนา หนึ่งในภัยคุกคามสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม คือภัยต่อน้ำ ภาวะการขาดแคลนน้ำกำลังกลายเป็นปัจจัยของความขัดแย้งทางเชื้อชาติและความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ แรงกดดันเรื่องที่ดิน การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ สำหรับในประเทศอุตสาหกรรม หนึ่งในปัญหาหลักที่เป็นภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหามลภาวะทางอากาศ ซึ่งไม่พียงแต่จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพเท่านั้น ยังมีส่วนในการทำลายสภาพแวดล้อมอื่นๆด้วย เช่น เกิดสภาพป่าเสื่อมโทรม ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ฯลฯ 4.ความมั่นคงของบุคคล ความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่สำคัญที่สุด คือ ความมั่นคงปลอดภัยจากความรุนแรงทางกายภาพ ทั้งในประเทศที่ยากจนและร่ำรวย โดยถูกคุกคามจากความรุนแรงฉับพลันและไม่อาจคาดการณ์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ภัยคุกคามสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ในหลายลักษณะ หลายรูปแบบ เช่น
ภัยคุกคามจากรัฐอื่นๆ (สงคราม) ภัยคุกคามจากคนกลุ่มอื่นๆ (ความตึงเครียดทางเชื้อชาติ) ภัยคุกคามจากบุคคลหรืออันธพาลกลุ่มหนึ่งที่กระทำต่อบุคคลอื่นหรือกลุ่มหนึ่ง (อาชญากรรม , ความรุนแรงตามท้องถนน) ภัยคุกคามต่อผู้หญิง (การข่มชืน ความรุนแรงในครอบครัว) ภัยคุกคามต่อเด็กอันเนื่องมาจากการที่เด็กไม่สามารถปกป้องตนเองได้และยังต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น (การทำร้ายเด็ก) ภัยคุกคามต่อตนเอง (การฆ่าตัวตาย การใช้ยาเสพติด) 6.ความมั่นคงปลอดภัยทางการเมือง คือการที่ประชาชนสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมที่ให้เกียรติ์ตามหลักการสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน การละเมิดสิทธิมนุษยชน เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในช่วงความไม่สงบทางการเมือง องค์กรนิรโทษกรรมสากลสรุปว่าภาวะไม่สงบทางการเมืองส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน 112 ประเทศ และมีการรายงานว่ามีการหน่วงเหนี่ยว กักขังทางการเมืองใน 105 ประเทศ 7.ความมั่นคงของมนุษย์ในระดับโลก สิ่งท้าทายระดับโลกต่อความมั่นคงของมนุษย์เกิดขึ้นเนื่องจากภัยคุกคามภายในประเทศได้ไหลข้ามพรมแดนประเทศอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือภัยทางสิ่งแวดล้อมทั้งการเสื่อมคุณภาพของดิน การตัดไม้ทำลายป่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก การค้ายาเสพติดก็เป็นปรากฎการณ์ข้ามชาติอีกอย่างหนึ่งที่ดึงเอาคนนับล้านๆ ทั้งผู้ผลิตและผู้เสพ เข้าไปสู่วงจรแห่งความรุนแรงและการพึ่งพา
ภัยคุกคามความมั่นคงของมนุษย์ในศตวรรษหน้าจะเกิดขึ้นจากการกระทำของประชาชนนับล้านมากกว่าจากความก้าวร้าวของประเทศเพียงไม่กี่แห่ง ภัยคุกคามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ในหลายๆ รูปแบบ ดังต่อไปนี้
ความไม่เท่าเทียมกันในโอกาสทางเศรษฐกิจ การอพยพย้ายถิ่นระหว่างประเทศที่สูงเกินไป สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม การผลิตและค้ายาเสพติด การก่อการร้ายข้ามชาติ
|
|||