ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 มาตรา 8 (4) กำหนดให้สถาบันฯ มีภารกิจหลักในการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน ซึ่งสถาบันฯได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน มีพัฒนาการในเรื่องงานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ดังนี้ ระดับนโยบายสถาบัน ปี พ.ศ. 2544 จัดตั้งคณะทำงานยกร่างแนวทางการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการพัฒนาองค์กรชุมชน ปี พ.ศ. 2545 คณะอนุกรรมการประสานงานการพัฒนาองค์กรชุมชนตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาและยกร่างกรอบแนวคิดการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน
ระดับปฏิบัติการในสำนักงาน
ภาคอีสาน จังหวัดเลย มุกดาหาร อุบลราชธานี มหาสารคาม ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก อุตรดิตถ์ พะเยา ภาคกลาง จังหวัดตราด ปทุมธานี อุทัยธานี ราชบุรี ภาคใต้ จังหวัดพัทลุง กระบี่ สตูล
ในส่วนของการปฏิบัติการพื้นที่ สำนักงานปฏิบัติการภาคได้จัดทำโครงการรับรองสถานภาพระดับพื้นที่ทั้ง
7 ภาค จำนวน 419 ตำบล ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ธันวาคม 2549 ได้นำเสนอสู่การรับรองโดยสถาบันฯ
แล้ว 2 ภาค (ภาคอีสาน 2,048 องค์กร จาก 81 ตำบล 7 จังหวัด / ภาคใต้ 431 องค์กร
จาก 22 ตำบล 5 จังหวัด) ส่วนใหญ่กระบวนการรับรองระดับท้องถิ่นยังไม่แล้วเสร็จ
การรับรองสถานภาพองค์กรที่รับประโยชน์จากสถาบันตามฐานงานประเด็นยังไม่ได้เสนอผล
ในการประมวลผลการดำเนินการรับรองสถานภาพ ได้รวบรวมข้อมูลผลการรับรองทั้งจากการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันขององค์กรชุมชนที่เข้าร่วมขบวนการพัฒนา
และการรับรองโดยกระบวนการท้องถิ่น จำนวนองค์กรที่รายงานผล 27,510 องค์กร
จากเป้าหมาย 30,000 องค์กร
ชุมชน หมายความว่า กลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกัน และมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างเป็นปกติและต่อเนื่อง
โดยเหตุที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันหรือมีอาชีพเดียวกัน หรือประกอบกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน
หรือมีวัฒนธรรมความเชื่อ หรือความสนใจร่วมกัน
2. จัดตั้งกลไกการรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น โดยเครือข่ายองค์กรชุมชน หารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกลไกการรับรองสถานภาพร่วมกัน ซึ่งถ้าหากเป็นพื้นที่ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนกับท้องถิ่นอยู่แล้ว เช่น โครงการบ้านมั่นคง การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ ก็เริ่มจากคณะทำงานที่มีอยู่ โดยอาจเพิ่มเติมให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้คณะประสานงานองค์กรชุมชนในระดับจังหวัด หรือเรียกชื่ออื่น ๆ ที่ทำงานประสานเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนระดับจังหวัด จะมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการจัดกลไกการรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น ซึ่งการแต่งตั้งกลไกการรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น สามารถแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ นายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตามความเหมาะสมของพื้นที่นั้น ๆ 3. จัดทำหลักเกณฑ์การรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น กลไกการรับรองระดับท้องถิ่นจัดทำหลักเกณฑ์ ขั้นตอน คุณสมบัติ และวิธีการในการรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน และองค์กรภาคีพัฒนา 4. จัดเก็บข้อมูลองค์กรชุมชน - การจัดเก็บข้อมูลองค์กรชุมชน ควรใช้แบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานองค์กรชุมชน ที่เป็น แบบฟอร์มกลาง (ตามแบบฟอร์มในภาคผนวก ข.) ที่มีประเด็นการจัดเก็บข้อมูลครอบคลุมคุณสมบัติพื้นฐานการเป็นองค์กรชุมชนครบถ้วน ซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการในระดับท้องถิ่นสามารถนำไปเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานพื้นที่ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลตามวิธีการที่วางไว้ร่วมกัน เช่น มีคณะทำงานจัดเก็บข้อมูลจากหมู่บ้านต่างๆ ตัวแทนกลุ่มประเภทต่างๆ เป็นผู้จัดเก็บข้อมูลองค์กรประเภทนั้นๆ ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่ม/องค์กรต่างๆ มากรอกข้อมูลองค์กร การใช้ข้อมูลที่มีอยู่เดิมเป็นตัวตั้งเก็บซ้ำให้เป็นปัจจุบันฯลฯ - การจัดเวทีย่อยทบทวนตนเองขององค์กรชุมชน โดยคณะทำงานรับรองสถานภาพเชิญแกนนำองค์กรชุมชน/เครือข่าย มาพูดคุย เพื่อทบทวน กลั่นกรอง ตรวจสอบความเป็นองค์กรชุมชนและความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนตามตัวชี้วัดที่ได้กำหนดร่วมกัน อีกทั้งให้แกนนำองค์กรชุมชนได้เสนอแนวคิด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกลุ่มองค์กร ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ ปัญหาอุปสรรคที่พบและวิธีการแก้ไข แผนงานที่ตั้งใจจะทำในอนาคต ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนากลุ่มองค์กร ต่อไป 5. การประมวลสรุป สถานะและจัดประเภทองค์กร และจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล โดยการตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของข้อมูล แจงนับหรือ บันทึกข้อมูลเข้าโปรแกรมฐานข้อมูล(สถาบันฯ โดยศูนย์ข้อมูลช่วยสนับสนุนโปรแกรมฐานข้อมูล) จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูลองค์กรชุมชนรวมกัน ร่วมกันการกลั่นกรองคุณสมบัติการเป็นองค์กรชุมชนตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เบื้องต้น จัดทำรายงานผลการจัดทำข้อมูลองค์กรชุมชน 6. กลไกการรับรองสถานภาพในท้องถิ่นรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชน จัดเวทีนำเสนอผลการรับรองสถานภาพ มอบเอกสารการรับรองสถานภาพที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องลงนามร่วมกัน ส่งผลการรับรองและข้อมูลประกอบต่อให้คณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพ พอช.เพื่อรับรองต่อและนำข้อมูลเข้าฐานข้อมูลองค์กรชุมชน พอช. รวมทั้งฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ 7. การจัดกระบวนการพัฒนาและรับรองคุณภาพองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาตัวชี้วัดความเข้มแข็งองค์กรชุมชน ประเมินศักยภาพองค์กรและการวางแผนการพัฒนาคุณภาพองค์กร/การพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยองค์กรชุมชน
7 ขั้นตอนสู่การรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น
2. มีวัตถุประสงค์ เป้าหมายของการรวมตัวกันเพื่อการพัฒนา 3. เป็นองค์กรที่มีกติกาและระบบการบริหารจัดการองค์กรที่เปิดเผย โปร่งใส 4. มีคณะกรรมการที่มาจากการเลือกของสมาชิก 5. มีแผนงาน การดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนา และติดตามตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรที่ต่อเนื่อง
คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ชุดแรกเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2549 โดยมีอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการชุดแรกได้พิจารณาออกข้อบังคับว่าด้วยการรับรองสถานภาพฯ ระเบียบหลักเกณฑ์การรับรองสถานภาพฯ คู่มือการรับรองสถานภาพฯ และได้รับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ผ่านกระบวนการรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น จำนวน 2,479 องค์กร จากพื้นที่ 103 ตำบล นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนให้พื้นที่ดำเนินการรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น 385 ตำบล ภายหลัง อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้ลาออกจากประธานฯ ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนชื่อคณะอนุกรรมการให้สอดคล้องกับข้อบังคับและบทบาทหน้าที่ของอนุกรรมการ จึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนชุดใหม่ ตามคำสั่งที่ ง.16/2550 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2550 โดยมีรายชื่อคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพฯ ดังนี้ รายชื่อ ตำแหน่ง
1. เสนอแนะต่อคณะกรรมการสถาบัน เกี่ยวกับนโยบาย แนวทางสำคัญและระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน 2. พิจารณารับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ที่ผ่านกระบวนการรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น 3. กำกับดูแล ติดตาม และส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินการของสถาบัน เกี่ยวกับการรับรองสถานองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมทั้งการประสานระดับนโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4. พิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ระเบียบและหลักเกณฑ์ของสถาบันฯ เกี่ยวกับการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน 5. ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามความจำเป็นและเหมาะสมตามที่คณะอนุกรรมการกำหนด
เดือนมกราคม 2551
เครือข่ายองค์กรชุมชนและสำนักงานปฏิบัติการภาคต่างๆ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนในช่วงที่ผ่านมา ในด้านหลักๆ ได้แก่ การจัดกระบวนการรับรองสถานภาพฯ ในพื้นที่ใหม่ และการติดตามสถานะและการจัดลำดับความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนที่ผ่านการรับรองสถานภาพฯ ดังนี้
ผลสำเร็จของการติดตามสถานะข้อมูลองค์กรชุมชน ดังนี้
จำนวน
ระดับความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน รวม ปานกลาง ปรับปรุง 2,842 249 566 226 1,041 6,018 81 380 510 971 390 325 61 4 390 1,630 751 655 224 1,630 800 44 48 98 190 3,610 1,734 1,020 136 2,890 1,186 - - - - 16,476 องค์กร 3,184 2,730 1,198 7,112
|
||||||||||