พัฒนาการของกระบวนการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน
Monday, 18 June 2007


ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 มาตรา 8 (4) กำหนดให้สถาบันฯ มีภารกิจหลักในการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน ซึ่งสถาบันฯได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน มีพัฒนาการในเรื่องงานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ดังนี้

ระดับนโยบายสถาบัน

ปี พ.ศ. 2544 จัดตั้งคณะทำงานยกร่างแนวทางการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการพัฒนาองค์กรชุมชน

ปี พ.ศ. 2545 คณะอนุกรรมการประสานงานการพัฒนาองค์กรชุมชนตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาและยกร่างกรอบแนวคิดการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน


ปี พ.ศ. 2547 คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน จำนวน 10 คน มีบทบาทหน้าที่ในการพิจารณาแนวทางการดำเนินงานการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงกับงานอื่นๆ แต่ไม่ได้มีการดำเนินการเนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานภายใน


ในปี พ.ศ. 2549 ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ซึ่งคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธาน มีคณะอนุกรรมการ 11 คน (เป็นตัวแทนจากบอร์ด 3 หน่วยงานฯ 1 ชุมชน 4 นักวิชาการ 1 พอช. 1) ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ประชุมไปแล้ว 8 ครั้ง ได้ออกข้อบังคับฯ ฉบับที่ 18 ว่าด้วยการรับรองสถานภาพ (มีนาคม 2549) เห็นชอบแผนปฏิบัติการรับรองสถานภาพ คู่มือการรับรองสถานภาพ ออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับรองสถานภาพฯ (พฤศจิกายน 2549)


ในปี พ.ศ. 2550 มีการปรับรายชื่อคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ชุดใหม่ โดยมี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นประธาน มีคณะอนุกรรมการ 18 คน (เป็นตัวแทนจากบอร์ด 1 หน่วยงานฯ 3 ชุมชน 10 นักวิชาการ 1 พอช. 2)

ระดับปฏิบัติการในสำนักงาน


ปี พ.ศ. 2546 จัดตั้งคณะกรรมการที่มีส่วนร่วมหลายฝ่ายทั้งจากตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนและตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม


ปี พ.ศ. 2546 จัดตั้งหน่วยส่งเสริมสถานภาพองค์กรชุมชน ทำหน้าที่ในการสร้างกลไกการทำงานในพื้นที่แต่ละภาคเพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนตามแนวทางที่คณะทำงานชุดต่างๆได้ร่วมกันกำหนด และทำหน้าที่เป็นกองเลขานุการ สนับสนุนและเอื้ออำนวยในพื้นที่ ปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่


ปี พ.ศ. 2547 จัดตั้งคณะกรรมการระดับภาค ประกอบด้วยตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชน ตัวแทนภาคพัฒนาในท้องถิ่น เพื่อทำหน้าที่ในการแปรแนวคิดสู่การปฏิบัติที่ให้เกิดความเหมาะสมในพื้นที่ระดับจังหวัด ในพื้นที่นำร่อง 14 จังหวัด ได้แก่

ภาคอีสาน จังหวัดเลย มุกดาหาร อุบลราชธานี มหาสารคาม

ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก อุตรดิตถ์ พะเยา

ภาคกลาง จังหวัดตราด ปทุมธานี อุทัยธานี ราชบุรี

ภาคใต้ จังหวัดพัทลุง กระบี่ สตูล


ปี พ.ศ. 2549 ในส่วนของการสนับสนุนการรับรองสถานภาพ ได้มีการจัดทำโครงการรับรองสถานภาพ งบประมาณ 4 ล้านบาท จัดทำแนวทางการจัดการงบประมาณโครงการรับรอง สร้างข้อตกลงเรื่องบทบาท หน้าที่ ภาค ส่วน หน่วย ที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง จัดทำคู่มือการรับรองสถานภาพเผยแพร่ 10,000 เล่ม ออกแบบระบบฐานข้อมูลองค์กรชุมชนที่ผ่านกระบวนการรับรองให้สามารถบันทึกข้อมูลจากพื้นที่ โดยทำงานบนเว็บไซด์ได้ (อยู่ระหว่างการดำเนินการ) นำเสนอใบประกาศรับรองโดยสถาบัน (ยังไม่ได้ข้อยุติ) ประมวลภาพรวมผลการรับรองสถานภาพตามตัวชี้วัดการดำเนินสถาบันฯ

ในส่วนของการปฏิบัติการพื้นที่ สำนักงานปฏิบัติการภาคได้จัดทำโครงการรับรองสถานภาพระดับพื้นที่ทั้ง 7 ภาค จำนวน 419 ตำบล ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ธันวาคม 2549 ได้นำเสนอสู่การรับรองโดยสถาบันฯ แล้ว 2 ภาค (ภาคอีสาน 2,048 องค์กร จาก 81 ตำบล 7 จังหวัด / ภาคใต้ 431 องค์กร จาก 22 ตำบล 5 จังหวัด) ส่วนใหญ่กระบวนการรับรองระดับท้องถิ่นยังไม่แล้วเสร็จ การรับรองสถานภาพองค์กรที่รับประโยชน์จากสถาบันตามฐานงานประเด็นยังไม่ได้เสนอผล ในการประมวลผลการดำเนินการรับรองสถานภาพ ได้รวบรวมข้อมูลผลการรับรองทั้งจากการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันขององค์กรชุมชนที่เข้าร่วมขบวนการพัฒนา และการรับรองโดยกระบวนการท้องถิ่น จำนวนองค์กรที่รายงานผล 27,510 องค์กร จากเป้าหมาย 30,000 องค์กร
ข้อมูลองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ได้รับการรับรองสถานภาพฯ
หน้าแรกพอช. | หน้าหลักรับรองสถานภาพ | ข้อมูลองค์กรชุมชน

ข้อมูลองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ได้รับการรับรองสถานภาพฯ






ความหมายของชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายฯ
Monday, 18 June 2007
ความหมายที่เกี่ยวข้องกับงานรับรองสถานภาพฯ



ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มาตรา 3 ได้ให้ความหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ไว้ดังนี้

“ชุมชน” หมายความว่า กลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกัน และมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างเป็นปกติและต่อเนื่อง โดยเหตุที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันหรือมีอาชีพเดียวกัน หรือประกอบกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน หรือมีวัฒนธรรมความเชื่อ หรือความสนใจร่วมกัน

“องค์กรชุมชน” หมายความว่า กลุ่มคนที่มีระบบการจัดการที่สมาชิกของชุมชนจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ พัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม หรือพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในกลุ่ม

“เครือข่ายองค์กรชุมชน” หมายความว่า กลุ่มองค์กรชุมชนที่มีการรวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะกระทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อประโยชน์ขององค์กรชุมชนในกลุ่มนั้น

 

กระบวนการขั้นตอนที่นำไปสู่การรับรองสถานภาพ
Monday, 18 June 2007
กระบวนการขั้นตอนที่นำไปสู่การรับรองสถานภาพ



1. ประชุมแกนนำองค์กรชุมชนระดับตำบล / เมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการรับรองสถานภาพ วางเป้าหมาย วิธีการที่จะดำเนินการ

2. จัดตั้งกลไกการรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น โดยเครือข่ายองค์กรชุมชน หารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกลไกการรับรองสถานภาพร่วมกัน ซึ่งถ้าหากเป็นพื้นที่ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนกับท้องถิ่นอยู่แล้ว เช่น โครงการบ้านมั่นคง การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ ก็เริ่มจากคณะทำงานที่มีอยู่ โดยอาจเพิ่มเติมให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้คณะประสานงานองค์กรชุมชนในระดับจังหวัด หรือเรียกชื่ออื่น ๆ ที่ทำงานประสานเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนระดับจังหวัด จะมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการจัดกลไกการรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น ซึ่งการแต่งตั้งกลไกการรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น สามารถแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ นายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตามความเหมาะสมของพื้นที่นั้น ๆ

3. จัดทำหลักเกณฑ์การรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น กลไกการรับรองระดับท้องถิ่นจัดทำหลักเกณฑ์ ขั้นตอน คุณสมบัติ และวิธีการในการรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน และองค์กรภาคีพัฒนา

4. จัดเก็บข้อมูลองค์กรชุมชน

- การจัดเก็บข้อมูลองค์กรชุมชน ควรใช้แบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานองค์กรชุมชน ที่เป็น แบบฟอร์มกลาง (ตามแบบฟอร์มในภาคผนวก ข.) ที่มีประเด็นการจัดเก็บข้อมูลครอบคลุมคุณสมบัติพื้นฐานการเป็นองค์กรชุมชนครบถ้วน ซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการในระดับท้องถิ่นสามารถนำไปเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานพื้นที่ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลตามวิธีการที่วางไว้ร่วมกัน เช่น มีคณะทำงานจัดเก็บข้อมูลจากหมู่บ้านต่างๆ ตัวแทนกลุ่มประเภทต่างๆ เป็นผู้จัดเก็บข้อมูลองค์กรประเภทนั้นๆ ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่ม/องค์กรต่างๆ มากรอกข้อมูลองค์กร การใช้ข้อมูลที่มีอยู่เดิมเป็นตัวตั้งเก็บซ้ำให้เป็นปัจจุบันฯลฯ

- การจัดเวทีย่อยทบทวนตนเองขององค์กรชุมชน โดยคณะทำงานรับรองสถานภาพเชิญแกนนำองค์กรชุมชน/เครือข่าย มาพูดคุย เพื่อทบทวน กลั่นกรอง ตรวจสอบความเป็นองค์กรชุมชนและความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนตามตัวชี้วัดที่ได้กำหนดร่วมกัน

อีกทั้งให้แกนนำองค์กรชุมชนได้เสนอแนวคิด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกลุ่มองค์กร ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ ปัญหาอุปสรรคที่พบและวิธีการแก้ไข แผนงานที่ตั้งใจจะทำในอนาคต ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนากลุ่มองค์กร ต่อไป

5. การประมวลสรุป สถานะและจัดประเภทองค์กร และจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล โดยการตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของข้อมูล แจงนับหรือ บันทึกข้อมูลเข้าโปรแกรมฐานข้อมูล(สถาบันฯ โดยศูนย์ข้อมูลช่วยสนับสนุนโปรแกรมฐานข้อมูล) จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูลองค์กรชุมชนรวมกัน ร่วมกันการกลั่นกรองคุณสมบัติการเป็นองค์กรชุมชนตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เบื้องต้น จัดทำรายงานผลการจัดทำข้อมูลองค์กรชุมชน

6. กลไกการรับรองสถานภาพในท้องถิ่นรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชน จัดเวทีนำเสนอผลการรับรองสถานภาพ มอบเอกสารการรับรองสถานภาพที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องลงนามร่วมกัน ส่งผลการรับรองและข้อมูลประกอบต่อให้คณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพ พอช.เพื่อรับรองต่อและนำข้อมูลเข้าฐานข้อมูลองค์กรชุมชน พอช. รวมทั้งฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ

7. การจัดกระบวนการพัฒนาและรับรองคุณภาพองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาตัวชี้วัดความเข้มแข็งองค์กรชุมชน ประเมินศักยภาพองค์กรและการวางแผนการพัฒนาคุณภาพองค์กร/การพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยองค์กรชุมชน

7 ขั้นตอนสู่การรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น



คุณสมบัติองค์กรชุมชนที่จะได้รับการรับรองสถานภาพ
Monday, 18 June 2007



คุณสมบัติองค์กรชุมชนที่จะได้รับการรับรองสถานภาพ
1. เป็นองค์กรที่มีการก่อตั้งโดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกที่ชัดเจน

2. มีวัตถุประสงค์ เป้าหมายของการรวมตัวกันเพื่อการพัฒนา

3. เป็นองค์กรที่มีกติกาและระบบการบริหารจัดการองค์กรที่เปิดเผย โปร่งใส

4. มีคณะกรรมการที่มาจากการเลือกของสมาชิก

5. มีแผนงาน การดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนา และติดตามตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรที่ต่อเนื่อง



รายชื่อคณะอนุกรรมการ
Tuesday, 26 June 2007
คณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน


คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ชุดแรกเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2549 โดยมีอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการชุดแรกได้พิจารณาออกข้อบังคับว่าด้วยการรับรองสถานภาพฯ ระเบียบหลักเกณฑ์การรับรองสถานภาพฯ คู่มือการรับรองสถานภาพฯ และได้รับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ผ่านกระบวนการรับรองสถานภาพระดับท้องถิ่น จำนวน 2,479 องค์กร จากพื้นที่ 103 ตำบล นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนให้พื้นที่ดำเนินการรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น 385 ตำบล

ภายหลัง อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้ลาออกจากประธานฯ ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนชื่อคณะอนุกรรมการให้สอดคล้องกับข้อบังคับและบทบาทหน้าที่ของอนุกรรมการ จึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนชุดใหม่ ตามคำสั่งที่ ง.16/2550 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2550 โดยมีรายชื่อคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพฯ ดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง
1. ผู้อำนวยการสถาบัน ประธานอนุกรรมการ
2. รศ.ปาริชาติ วลัยเสถียร อนุกรรมการ
3. นางศิริวรรณ บุตราช อนุกรรมการ
4. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อนุกรรมการ
5. ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อนุกรรมการ
6. ผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน อนุกรรมการ
7. นายสุรพร ชัยชาญ อนุกรรมการ
8. นายเสมียน หงษ์โต อนุกรรมการ
9. นายคณพัฒน์ ทองคำ อนุกรรมการ
10. นายค้ำ วิชาพูล อนุกรรมการ
11. นางฐิติรัตน์ น้อยอรุณ อนุกรรมการ
12. นายบุญยืน วงศ์สงวน อนุกรรมการ
13. นายสมภร ทัพนาค อนุกรรมการ
14. นางธนิตา ศรีกฤษณรักษ์ อนุกรรมการ
15. นางสุเนตรา ภาคเจริญ อนุกรรมการ
16. นางอังคณา ขาวเผือก อนุกรรมการ
17. ผู้ช่วยผู้อำนวยการ หรือ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสที่ผู้อำนวยการมอบหมาย อนุกรรมการและเลขานุการ
18. หัวหน้าศูนย์ข้อมูลหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลที่ได้รับมอบหมาย ผู้ช่วยเลขานุการ

บทบาทหน้าที่
Tuesday, 26 June 2007


คณะอนุกรรมการ มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้

1. เสนอแนะต่อคณะกรรมการสถาบัน เกี่ยวกับนโยบาย แนวทางสำคัญและระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน

2. พิจารณารับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ที่ผ่านกระบวนการรับรองสถานภาพในระดับท้องถิ่น

3. กำกับดูแล ติดตาม และส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินการของสถาบัน เกี่ยวกับการรับรองสถานองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมทั้งการประสานระดับนโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. พิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ระเบียบและหลักเกณฑ์ของสถาบันฯ เกี่ยวกับการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน

5. ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามความจำเป็นและเหมาะสมตามที่คณะอนุกรรมการกำหนด

 

รายงานความก้าวหน้าเดือนมกราคม 2551
Saturday, 08 March 2008
ผลการดำเนินงานด้านการรับรองสถานภาพฯ


เดือนมกราคม 2551

เครือข่ายองค์กรชุมชนและสำนักงานปฏิบัติการภาคต่างๆ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนในช่วงที่ผ่านมา ในด้านหลักๆ ได้แก่ การจัดกระบวนการรับรองสถานภาพฯ ในพื้นที่ใหม่ และการติดตามสถานะและการจัดลำดับความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนที่ผ่านการรับรองสถานภาพฯ ดังนี้


1. จากการจัดกระบวนการรับรองสถานภาพฯ ในระดับพื้นที่ ในปีที่ผ่านมามีการจัดทำโครงการและงบประมาณครบทุกพื้นที่ จำนวนงบประมาณ 11,050,100 บาท โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วจำนวน 7,568,430 บาท ความคืบหน้าในการจัดกระบวนรับรองในระดับท้องถิ่นดังนี้


- จำนวนตำบล/เมือง ที่มีการจัดกระบวนรับรองสถานภาพฯ 836 ตำบล


- จำนวนตำบล/เมือง ที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการแล้ว 516 ตำบล


- จำนวนตำบล/เมือง ที่มีการจัดเก็บข้อมูลแล้ว 538 ตำบล


- จำนวนตำบล/เมือง ที่ได้มีการมอบใบประกาศรับรองระดับท้องถิ่น 370 ตำบล


- จำนวนตำบล/เมือง ที่ได้รับรองโดยสถาบันฯ 219 ตำบล


- จำนวนองค์กรชุมชน ที่ผ่านการรับรองในระดับท้องถิ่น 7,861 องค์กร


- จำนวนองค์กรชุมชน ที่ผ่านการรับรองโดยสถาบันฯ 7,196 องค์กร



ผลการดำเนินงานสะสมในการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนที่มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมจำนวน 35,317 องค์กร


2. การติดตามสถานะและจัดลำดับข้อมูลองค์กรชุมชนที่ผ่านการรับรองสถานภาพฯ นั้นพื้นที่ได้มีการดำเนินงาน โดยใช้วิธีการส่งแบบฟอร์มการติดตามความคืบหน้าขององค์กรชุมชน ไปยังองค์กรต่างๆ โดยตรง เพื่อให้กรอกข้อมูลและส่งกลับมาประมวลผลที่ภาค และ การจัดเวทีในระดับพื้นที่ (ตำบล/อำเภอ/จังหวัด) เพื่อใช้เวทีเป็นการติดตามสถานะข้อมูลองค์กรชุมชนในพื้นที่ นอกจากนี้ถ้าหากว่าเป็นองค์กรที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินงานใหม่แล้ว ก็ใช้กระบวนการรับรองสถานภาพฯ เป็นทั้งการรับรององค์กรใหม่และติดตามองค์กรเดิมไปพร้อมๆ กัน

ผลสำเร็จของการติดตามสถานะข้อมูลองค์กรชุมชน ดังนี้


ภาค

จำนวน


องค์กรทั้งหมด

ระดับความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน

รวม


เข้มแข็ง

ปานกลาง

ปรับปรุง


1. ภาคเหนือ

2,842

249

566

226

1,041


2. ภาคอีสาน

6,018

81

380

510

971


3. ภาคกลางบน

390

325

61

4

390


4. ภาคตะวันออก

1,630

751

655

224

1,630


5. ภาค กทม./ปริฯ

800

44

48

98

190


6. ภาคใต้

3,610

1,734

1,020

136

2,890


7. ภาคตะวันตก *

1,186

-

-

-

-


รวม

16,476 องค์กร

3,184

2,730

1,198

7,112