สืบเนื่องจากรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความยากจนว่าเป็นปัญหาสำคัญของชาติ โดยได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะเอาชนะปัญหาความยากจน โดยให้ทุกภาคส่วนในสังคมผนึกกำลังร่วมกันในการแก้ไขปัญหาความยากจน จึงได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ (ศตจ.) ขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2546 เพื่อเป็นองค์กรอำนวยการระดับชาติในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง มาตรการ และการกำกับดูแล ตรวจสอบการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการต่อสู้กับปัญหาความยากจน ในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนนั้น ศตจ. ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานสนับสนุนการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชน (ศตจ.ปชช.) ขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นจิตสำนึก และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการร่วมกับภาครัฐแก้ไขปัญหาความยากจนของชาติ และศึกษาสำรวจวิเคราะห์ปัญหาความยากจนในส่วนของประชาชน รวมทั้ง ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนการรายงานผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนของภาคประชาชน โดยมอบหมายให้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นสำนักงานเลขานุการ ต่อมาในเดือนมกราคม 2549 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างและองค์ประกอบของ ศตจ.ปชช. ใหม่ โดยมีคำสั่ง ศตจ.ที่ 3/2549 ลงวันที่ 31 มกราคม 2549 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน (ศตจ.ปชช.) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชื่อจาก ศูนย์ประสานสนับสนุนการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชน เป็นศูนย์อำนวยการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน ภาคประชาชน ซึ่งเป็นชุดใหม่ โดยมีผู้แทนภาคประชาชนจากทุกภูมิภาคและประเด็นงานพัฒนาต่างๆ จำนวน 22 ท่าน เป็นกรรมการ มีผุ้ทรงคุณวุฒิในงานพัฒนาและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 ท่าน มาร่วมเป็นที่ปรึกษา และมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นกรรมการและเลขานุการ เช่นเดิม ทั้งนี้ ศตจ.ปชช. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้ 1. ประสานงานและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนทุกระดับ ให้เกิดความเข้มแข็ง มีเอกภาพ ถักทอเชื่อมโยงให้สังคม ชุมชนเข้มแข็ง ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาความยากจน 2. ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ โดยผนึกกำลังร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นเรื่องของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมกันในการแก้ไขปัญหา 3. ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน
โครงสร้างการทำงานของ ศตจ.ปชช. ประกอบด้วย 3 ระดับ มีการจัดการโดยขบวนชุมชนเองทุกระดับอย่างชัดเจน มีความเป็นอิสระเชื่อมโยงระหว่างกันเอง และสนับสนุน ประสานงานการทำงานของ ศตจ. ระดับจังหวัดหรืออื่นๆ โดยอาจมีโครงสร้างหรือกลไกการเชื่อมโยงหรือประสานการทำงานในแต่ละระดับหรือระหว่างระดับเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยโครงสร้างแบ่งระดับการทำงานได้ดังนี้ (1) โครงสร้างศตจ.ปชช ระดับชาติ องค์ประกอบ คัดเลือกมาจากแกนนำชุมชนที่ทำงานพัฒนาชุมชนในประเด็นต่างๆ โดยเป็นผู้ที่มีอาวุโสและประสบการณ์สูง มีความคิดเชิงยุทธศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญ รู้รอบ รู้ลึก สามารถมองภาพรวมของขบวนชุมชนและงานต่างๆ มีความสามารถในการเชื่อมโยงขบวนการชุมชนและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ มีวุฒิภาวะการทำงาน มีจำนวนคณะทำงานกลางประมาณ ๒๕ คนจากทั่วประเทศ (ดูรายชื่อแนบท้ายคำสั่ง) มีการเลือกประธาน และมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ ๗ คน โดยมี พอช.ทำหน้าที่เป็นหน่วยเลขานุการให้การสนับสนุนการทำงานของขบวนชุมชนดังกล่าว บทบาท หน้าที่ เป็นผู้เชื่อมโยงภาคประชาชนให้เป็นขบวนการแก้จนในระดับชาติ ระดับพื้นที่ และเครือข่ายประเด็นต่างๆ มีสมาชิกมาจากทุกประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อน และจากทุกพื้นที่ภาคจะมีตัวแทนเข้าไปร่วมกับกลไกการแก้ปัญหาของ ศตจ.อื่นๆ มีพื้นที่การทำงานที่ ศตจ. กลาง มีการพบปะวางแผนและเชื่อมโยงการทำงานทั่วประเทศสม่ำเสมอ (2) โครงสร้างศตจ ปชช ระดับจังหวัด องค์ประกอบ คัดเลือกมาจากเครือข่ายชุมชน และภาคประชาสังคม ที่ทำงานพัฒนาด้าน ต่างๆ ในชุมชนและจังหวัด บทบาท หน้าที่ เชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนในจังหวัดเดียวกันให้สามารถทำงานภาพรวมการแก้ปัญหาของคนจนและขบวนชุมชนในระดับจังหวัดร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ประสานการทำงานระดับนโยบายและปฏิบัติในระดับจังหวัด ประสานการทำงานกับผู้ว่าซีอีโอ ศตจ ระดับจังหวัด และหน่วยงานระดับจังหวัดอื่นๆ เป็นกลไกระดับกลางที่มีความสำคัญที่จะทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานเชิงประเด็นกับพื้นที่ให้สอดคล้องกัน ระบบ ศตจ.ปชช. ระดับจังหวัดจะเน้นการทำงานแบบแนวราบ เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆมาทำงานร่วมกันและใช้เวทีการทำงานที่สม่ำเสมอเป็นเวทีให้ข้อมูล วางแผน วิเคราะห์และจัดการร่วมกันโดยภาคประชาชนในจังหวัด อาจมีผู้ประสานงานที่เลือกขึ้นมาจำนวนหนึ่ง และที่ปรึกษาตามความจำเป็นเหมาะสม เสนอและได้รับการแต่งตั้งจาก ศตจ.ปชช.ระดับชาติ (3) โครงสร้างศตจปชช.ในระดับพื้นที่อื่นๆ โครงสร้างศตจปชช ข้างต้นมีเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดผลการทำงานใหม่ๆที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจน ทั้งคนจนและความจนที่มีอยู่ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นในระดับพื้นที่ที่เล็กกว่าระดับจังหวัด เช่น กลุ่มจังหวัด อำเภอ ภูมินิเวศน์ ตำบล ชุมชน ฯลฯ อาจพิจารณาโครงสร้างเชื่อมโยงการทำงานตามความเป็นจริง และตามความเหมาะสม เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติในพื้นที่ให้ดีที่สุด การจัดโครงสร้างระดับนี้จะพิจารณาจากโครงสร้างการทำงานที่มีอยู่แล้วให้สามารถทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เพิ่มมากขึ้น พื้นที่ระดับชุมชน ตำบล หรือภูมินิเวศน์ถือเป็นพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญที่หวังผลการแก้ปัญหาที่จะนำไปสู่การจัดการแก้ปัญหาความยากจน และสร้างโครงสร้างป้องกัน ฟื้นฟู แก้ไข พัฒนา และมีระบบสวัสดิการพื้นฐาน รวมทั้งการจัดการพัฒนาที่เข้มแข็งของชุมชนเอง
1) การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินที่ทำกิน โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก สามารถเชื่อม ทั้ง demand และ supply ที่มีอยู่ในพื้นที่ได้เอง สำรวจทั้งคนจนและที่ดินที่มีอยู่และดำเนินการให้ที่ดินว่างที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน มาใช้ประโยชน์โดยคนจนและชุมชน การแก้ปัญหาที่ดินที่ควรให้ที่ดินชุมชนเป็นโฉนดชุมชน และมีการพัฒนาระบบของชุมชนอื่นๆไปพร้อมๆกัน 2) การเชื่อมระบบการเงินของชุมชน พัฒนาระบบองค์กรการเงินให้มีความเข้มแข็งเพื่อเป็นกลไกกลางของการพัฒนาต่างๆของชุมชนและโดยชุมชนเอง ให้องค์กรการเงินเป็นกลไกกลางของชุมชนในการแก้หนี้สินของสมาชิกทุกคน สร้างระบบการออม กองทุนสวัสดิการ และการเงินครอบครัวที่สมดุลย์และมีวินัยร่วมกัน 3) ใช้การสำรวจและปรากฏการณ์ความจนที่มีอยู่ในพื้นที่นำไปสู่การวิเคราะห์ถึงเหตุ และหาวิธีแก้ปัญหา สร้างระบบข้อมูล ความรู้ วางแผนชุมชน แผนการปฏิบัติการพัฒนาต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูระบบท้องถิ่นอย่างมีแผนและเป็นขบวนการ 4) การสร้างระบบสวัสดิการพื้นฐานของชุมชนเอง ที่สามารถดูแลคนทั้งหมดที่มีอยู่ในชุมชน ทั้งเด็ก ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ รวมทั้งสวัสดิการเชิงพัฒนาและสร้างโอกาสทางสังคม สร้างความรู้ สร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร 5) ประเด็นการจัดการทรัพยากร ฟื้นระบบทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งเพื่อการยังชีพ และเป็นระบบสวัสดิการพื้นฐานของชุมชนและสังคม สร้างระบบเกษตรยั่งยืน 6) พิจารณาแนวทางรูปแบบสร้างความมั่นคงของอาชีพและการทำมาหากิน ให้อาชีพเกษตรกรรมสามารถเกิดความมั่นคงและมีศักดิ์ศรี อาชีพในชุมชนท้องถิ่นที่มีความหลากหลายเพื่อที่จะรองรับคนในท้องถิ่นที่หลากหลาย การสร้างระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งเพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจ และอาชีพที่เข้มแข็งของคนในท้องถิ่นเอง 7) ทำให้คนท้องถิ่นไม่ทิ้งถิ่นไปทำงานที่อื่น 8) พัฒนาระบบการบริหารจัดการในท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมและประชาชนเป็นพื้นฐาน
หรือเป็นหลักของการพัฒนา สร้างวัฒนธรรมของการบริหารจัดการแบบร่วมมือทุกฝ่าย
|
|||||